‘ณัฐวุฒิ’ ชวนจับตา ‘จุดจบ กม.ลูก’ 2-3 ส.ค.นี้ แก้กติกาเพื่อใคร โวยฝ่ายรัฐบาลโดดประชุมร่วมจนเคยตัว
เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่…) พ.ศ. … ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญกลับไปใช้บัตรเลือกตั้งแบบใบเดียว ว่าในขณะนี้กระบวนการแก้ไขร่าง พ.ร.ป.ยังอยู่ในขั้นตอนของรัฐสภา และ กมธ.ก็มีการแก้ไขมาตราที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 23 ที่มีการเปลี่ยนมาเป็นสูตรหาร 500 เรียบร้อยแล้ว ที่เหลือก็คงเป็นหน้าที่ของรัฐสภาที่จะมีการประชุม ซึ่งอาจจะเป็นวันที่ 2 หรือ 3 สิงหาคมอย่างน้อยที่สุดก็จะได้คำตอบว่ารัฐสภาจะมีทิศทางต่อการแก้ไขร่าง พ.ร.ป.ทั้งหมดอย่างไร หากรัฐสภาผ่านให้ความเห็นชอบในวาระ 2 และวาระ 3 ก็จะเป็นขั้นตอนที่จะต้องส่งให้องค์กรอิสระที่เกี่ยวข้องพิจารณาอีกรอบหนึ่ง
“แต่ถ้ารัฐสภาไม่ให้ความเห็นชอบ โดยเงื่อนไขของเวลาก็จะมีความยาก คงดูว่าสามารถยื่นกฎหมายลูกฉบับใหม่เข้ามาทันหรือไม่ หรือจะต้องกลับไปใช้ฉบับที่ผ่านคณะรัฐมนตรี (ครม.) มา ที่ให้หาร 100 ส่วนประเด็นเรื่องของการแก้รัฐธรรมนูญยังไม่เห็นมีใครพูดกัน มีแต่พูดแค่เพียงว่า ในท้ายที่สุดกฎหมายลูกจะไปจบอย่างไรเสียมากกว่า ข่าวลือก็คงเป็นข่าวลือ”
เมื่อถามว่าจะมีโอกาสที่จะกลับมาใช้บัตรใบเดียวหรือไม่ นายณัฐวุฒิกล่าวว่า โดยกติกาของรัฐธรรมนูญที่มีการแก้ไข และเส้นทางของกฎหมายลูกถึงแม้จะผ่านหรือไม่ หรือแม้กระทั่งไม่สามารถทำตามกรอบเวลา 180 วัน ก็คือภายในวันที่ 15 สิงหาคม อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถเดินหน้าไปสู่การใช้บัตรใบเดียวได้ การใช้บัตรใบเดียวได้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีการยื่นขอแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งตนคิดว่าไม่ว่าจะเป็นโดยกรอบเวลาของสภาชุดนี้ที่เหลืออยู่ไม่มากนัก ทั้งทางฝ่ายค้านเองก็ยืนยันมาโดยตลอดว่าเราเคารพเจตจำนงของรัฐธรรมนูญที่มีการแก้ไขมาแล้ว และไม่ว่าจะเป็นเสียงเรียกร้องของประชาชนที่รู้สึกว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญแต่ละครั้งไม่ได้แก้ปัญหาตรงผลกระทบของประชาชน แต่เป็นเรื่องของการเมือง โอกาสที่จะย้อนกลับไปแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่เฉพาะประเด็นนี้ตนคิดว่าแทบจะไม่มีโอกาสเกิดขึ้นได้อีก
เมื่อถามว่ามีความเห็นอย่างไรที่อาจจะมีการยื้อเวลาเพื่อให้กลับมาใช้หาร 100 นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ยังมีเวลาที่สามารถพิจารณาได้ทัน ถือเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทั้ง 2 สภา เพราะเป็นการใช้ที่ประชุมของรัฐสภา ซึ่งขณะนี้มีการเปิดพิจารณากฎหมายว่าด้วยโทษปรับทางพินัยไปจนถึงมาตราที่ 2 ซึ่งตนเป็นผู้อภิปรายคนสุดท้าย ซึ่งยังไม่มีการลงมติกันในเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. … มีทั้งหมด 45 มาตรา ในวันที่ 2 สิงหาคม หากการประชุมเดินหน้าไปตามกรอบที่ควรจะเป็นและสมาชิกอยู่กันครบถ้วนสมบูรณ์ ซึ่งตนก็อยากเรียกร้องไปยัง ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลด้วย เพราะสังเกตมาหลายครั้งในการประชุมร่วมรัฐสภามีแต่ฝ่ายค้านที่เป็นองค์ประชุมตลอด แต่ไม่ค่อยเห็น ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลสักเท่าไหร่
นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ตนเชื่อว่าเมื่อจบร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. … จะมีการเลื่อนวาระเอาร่าง พ.ร.ป.ขึ้นมาพิจารณาก่อน กฎหมายกำหนดระยะเวลาในกระบวนการยุติธรรม อาจจะเร็วที่สุดในคืนวันที่ 2 สิงหาคม ซึ่งจะมีการพิจารณากฎหมายลูกต่อ ซึ่งเหลือไม่กี่มาตรา หากไม่มีการใช้เกมอื่นๆ ในสภาคาดว่าจะจบภายในวันที่ 3 สิงหาคมด้วยซ้ำ แต่หากไม่สามารถจบได้จริง ประธานรัฐสภาและสมาชิกก็คุยกันว่าอาจจะมีการนัดประชุมร่วมรัฐสภาอีกในสัปดาห์ถัดไป เพราะฉะนั้นการเดินหน้าพิจารณาในวาระ 2 และวาระ 3 ของกฎหมายลูกเกิดขึ้นแน่นอน แต่ท้ายที่สุดเมื่อถึงวาระ 3 จะจบอย่างไรก็อยากให้ประชาชนติดตามว่าการเดินหน้ากลับไปกลับมาของการแก้ไขกติกาครั้งนี้เป็นเพราะมีคนเสียประโยชน์แล้วอยากแก้ หรือจริงๆ แล้วเราต้องการแก้เพื่อตอบสนองต่อโจทย์ของประชาชนในกติกาการเลือกตั้งที่เป็นธรรม และเคารพทุกเสียงของประชาชน จึงอยากเรียกร้องให้ประชาชนจับตาดู

