หน้าแรก การเมือง อดีต รมว.คลัง...

อดีต รมว.คลัง ยกชัชชาติตัวอย่าง ‘คนคิดบวก-ลุยงานหนัก’ ใครๆก็อยากร่วมมือ ทั้งหวั่น ‘เป็นจำเลยสังคม’

30.07.22 | 14:42 น.

อดีต รมว.คลัง ชมหนังกลางแปลงครั้งแรก บอกเป็นห่วงผู้ว่าฯชัชชาติพักผ่อนน้อย หวังให้ทำงานได้ยาวๆ

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่ Block I สยามสแควร์ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ มีการจัดงาน “กรุงเทพกลางแปลง” จัดโดย กรุงเทพมหานคร (กทม.) ร่วมกับสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย หอภาพยนตร์ Thai Film Archive สมาคมหนังกลางแปลง และ Better Bangkok ซึ่งมีการฉายภาพยนตร์เรื่อง “Seasons Change เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย” (อดีตรมว.คลัง-ฮาร์ท ต่อคิวเซลฟี่ ‘ชัชชาติ’ กลางงานหนังกลางแปลง)

ผู้สื่อข่าวมติชน ได้สัมภาษณ์ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในสมัยอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

นายกิตติรัตน์กล่าวว่า ไม่เคยดูหนังกลางแปลงมาก่อน ถือว่าเป็นบรรยากาศที่น่าประทับใจมาก มาเป็นครั้งแรกที่สยามสแควร์ ต้องขอบคุณท่านผู้ว่าฯกทม.และผู้ที่เกี่ยวข้อง ที่มีคนสนับสนุน ทั้งสถานที่ อุปกรณ์การฉาย วงดนตรี แม้ไม่ได้มีค่าใช้จ่ายมากมาย แต่ต้องมีคนมาช่วยกัน

“ผมว่าเป็นบรรยากาศที่ดี กรุงเทพฯมีชีวิตชีวา แม้ว่าเป็นช่วงหน้าฝนก็ตาม การมาตรงนี้ก็ร่วมให้กำลังใจผู้ว่าฯกทม. และทีมบริหารที่ทำเรื่องนี้”

Advertisement

นายกิตติรัตน์กล่าวว่า ด้วยที่ผู้ว่าฯชัชชาติเป็นคนคิดบวกตลอด และทำงานหนัก ตัวท่านเป็นตัวอย่างที่ทำให้คนทำงานหนักขึ้น และคิดบวกมากขึ้น ไม่ไปพะวงอยู่กับเรื่องราวภายหลัง ไม่ว่าจะติดใจอะไรก็แล้วแต่ มุ่งไปข้างหน้าเพื่อให้ทุกๆ อย่างดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นส่วนรวมหรือส่วนตัว เชื่อว่าเป็นบรรยากาศที่ทำให้คนมีความสุข

“ส่วนหนึ่งการที่ผู้ว่าฯชัชชาติได้รับความไว้วางใจจากผู้ลงคะแนนเสียงจำนวนมาก หลังจากนั้นท่านก็ทำงานหนักขึ้นด้วย ผมเชื่อว่าวันนี้คนที่ไม่ได้ลงคะแนนให้ท่านก็มีความรู้สึกอยากจะสนับสนุนท่านแล้ว การที่ประชาชนสนับสนุนท่าน ให้กำลังใจท่าน แม้ว่าไม่มีการไปวัดโพล หรือวัดคะแนนที่ไหน มันก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้หน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานรัฐหรือเอกชน ยินดีอยากจะให้การสนับสนุน ให้ความร่วมมือ บางคนอาจจะจริงใจกับสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้น หรือบางคนถ้าเกิดไม่ให้ความร่วมมืออาจจะตกเป็นจำเลยสังคม

นายกิตติรัตน์กล่าวด้วยว่า ดังนั้น จะอะไรก็แล้วแต่ ผลลัพธ์ออกมาดี มีความร่วมมือกัน บางทีอาจจะมีขรุขระบ้าง บางหน่วยงาน รัฐวิสาหกิจ แต่ทางผู้ว่าฯกทม.ก็ไม่ได้ไปตัดพ้อต่อว่าอะไร ท่านก็เดินหน้าต่อไป

“คนที่อยากจะทำงานร่วมด้วยก็จะมีความรู้สึกทางบวกทั้งนั้น ดังนั้น บรรยากาศไม่ได้แปลว่าเขาไม่ให้ความร่วมมือกับท่านผู้ว่าฯกทม. ผมเชื่อว่าเขาจะแปรเปลี่ยนตัวเองไปให้ความร่วมมือในกันและกัน ในส่วนอื่นๆ ที่อาจจะไม่เกี่ยวข้องกับท่านผู้ว่าฯมากขึ้นด้วย พอทำแล้วมันเกิดผลดี มันเป็นประโยชน์ร่วมกันของหน่วยงาน ประชาชนที่ได้รับผลประโยชน์มีความสุข เพราะฉะนั้น บรรยากาศในการทำงานแบบมีส่วนร่วมก็จะทวีจำนวนมากขึ้นๆ”

เมื่อถามว่าอยากฝากอะไรถึงนายชัชชาติ?

นายกิตติรัตน์กล่าวว่า ทุกคนเป็นห่วงท่าน และเข้าใจว่าทำไมท่านถึงทุ่มเททำงานหนักแบบนี้ ผมเชื่อว่าทุกๆ สิ่งที่ท่านทำ ท่านเห็นว่าประชาชนเขาตอบรับ เขามีความสุข เพราะงั้นท่านอาจจะพักผ่อนน้อยลง และยอมทำงานหนักขึ้น

“เพียงแต่ว่าผมก็เป็นห่วงเหมือนกับทุกๆ คนว่าการพักผ่อนเป็นเรื่องสำคัญเหมือนกันนะ หากท่านพักผ่อนบ้างจะได้สามารถทำงานได้ยาวๆ เต็มที่ โดยไม่เจ็บไข้ได้ป่วย ท่านเป็นคนแข็งแรง เพราะท่านดูแลสุขภาพดี แต่ทุกคนก็เป็นห่วงท่าน”

เมื่อถามว่าได้ไปวิ่งกับนายชัชชาติตอนเช้าด้วยหรือไม่?

นายกิตติรัตน์กล่าวว่า กาลครั้งหนึ่ง เราเป็นขาวิ่งที่สวนลุมพินี เพียงแต่ว่าท่านก็เป็นคนสม่ำเสมอมากมาย ดังนั้น ที่ท่านจะออกกำลังกายแต่เช้า ในยุคก่อนเวลาตี 4 ท่านถึงสวนลุมพินีแล้ว ในการที่ท่านตื่นเช้า หลายคนอาจจะไม่รู้ แล้วก็ตกใจ สำหรับตัวท่านเป็นเรื่องปกติที่ทำสม่ำเสมอ

“เพียงแต่ว่าในช่วงเวลานั้น ระหว่างวันไม่ได้ทำงานหนักมากขนาดนี้ หรือว่าอาจจะไม่ต้องเดินดึกขนาดนี้ เพราะบางช่วงสังเกตว่าเวลามีปัญหาอะไร ฝนตก น้ำท่วม อัคคีภัย ในจุดต่างๆ ก็ทำให้ท่านต้องนอนดึกมากขึ้น ดังนั้น คนเขายิ่งเป็นห่วง แต่อุปนิสัยในการตื่นแต่เช้าเป็นเรื่องปกติของท่าน ผมก็พยายามจะดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีขึ้น เอาท่านเป็นตัวอย่างที่ดีขึ้น” อดีต รมว.คลัง ทิ้งท้าย