สถานีคิดเลขที่ 12 : กราบกันเอง

31.07.22 | 13:12 น.

ปฏิบัติการ “กราบ” ที่ปากน้ำ

จะเกี่ยวกับชาวบ้าน ก็คือได้นินทาคนกราบ และผู้ถูกกราบ

ซึ่งอาจจะสนุกปากบ้าง แต่ก็ได้เพียงเท่านั้น

ขณะที่ทั้ง หน้าฉาก หลังฉาก เป็นประโยชน์กับ “พวกท่าน”—ท่านที่อยู่ในสมการอำนาจเท่านั้น

ฝ่ายกราบ ได้ประโยชน์ทั้งการ สั่งสอนบิ๊กเบิ้ม ระดับแกนนำ 1 ใน 3 ป. และผู้อำนวยการพรรคที่พวกตนสังกัด ฐานไม่ตอบสนองสิ่งที่ต้องการ

Advertisement

ยิ่งกว่านั้น เมื่อลงมือปฏิบัติการ แทนที่จะถูกลงโทษดังที่ ส.ส.คนอื่นเคยโดนกรณีฝ่าฝืนมติพรรค

ตรงกันข้ามกับกรณีนี้ ที่ได้ปูนบำเหน็จ ด้วยคำมั่นสัญญา จากผู้ถูกกราบว่าจะมอบตำแหน่งรัฐมนตรีให้หากมีการปรับคณะรัฐมนตรี

ถือว่าคุ้มสุดคุ้ม

ส่วนผู้ถูกกราบ ที่สนองคนกราบอย่างเต็มที่นั้น ว่ากันว่า ส่วนสำคัญหนึ่งก็คงมาจากการส่งสัญญาณแรงๆ ให้มีการเปลี่ยนตัว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่ทะลวงเข้าไปยังศูนย์อำนาจของ 3 ป.ตรงๆ

ซึ่งหากไม่มีมูลเหตุพอเพียง ก็ยากที่ พี่ใหญ่จะเอื้อนเอ่ย ขอเก้าอี้จากน้องกลางได้

จำต้องมีคนพูดแทนและต้องมีเหตุพอจะอ้างได้

ซึ่งในกรณีนี้ มีการยกเหตุผล มท.1 ไม่ดูแล ส.ส. ทั้งเรื่องการจัดสรรงบประมาณ โครงการ และการจัดแถวบุคลากรโดยเฉพาะตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด อันทำให้เสียเปรียบทางการเมืองแก่พรรคอื่น ซึ่ง มท.1 ก็มีจุดอ่อนตรงนี้พอดี

จึงถูกทะลวงเข้ามาอย่างมีน้ำหนัก

ประสานกับเหตุผลหลังฉาก 2 ประการสำคัญที่กระซิบกันให้แซ่ด

ประการแรก การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่ถึงหนึ่งปี จะต้องมีคนกุมเกม ที่มากบารมี ใจถึง พึ่งได้ ไม่ใช่บุคลิกแบบระมัดระวังตัว รักษาภาพพจน์ ไม่เอาใคร ดังที่เป็นอยู่

ซึ่งคนที่เหมาะ ก็คือ พี่ใหญ่ นั่นเอง

ประการที่ 2 แม้จะมีการยืนยัน โดยเฉพาะพี่น้อง 3 ป.ว่า ไม่มีวัน “แตกกัน” แต่อย่างที่เห็น คือถึงไม่แตกกันอย่างที่ว่า

แต่ต่างก็สร้างดาวคนละดวงไปพร้อมๆ กันด้วย

เป็นดาว ที่หมายถึงการช่วงชิงการนำ เป็นผู้กำหนดเกมอย่างแท้จริง ไม่ต้องมีภาพใครมาอุ้ม หรืออ้างว่าเป็นแรงหนุนให้ การแข่งขันภายใต้ภาพ “ไม่แตก” จึงเข้มข้น

เข้มข้นที่ฝ่ายหนึ่งจะพยายามรุกเข้าไปแย่งชิงอำนาจในการบริหาร

เข้มข้นที่อีกฝ่ายก็พยายามรุกเข้าไปมีบทบาทในการกุมเสียงทางการเมือง ทั้งการเข้าไปแชร์อำนาจในพรรคที่มีอยู่แล้ว รวมทั้งพรรคที่กำลังตั้งขึ้นมาใหม่

นี่จึงเป็นมูลเหตุที่ทำให้ปรากฏการณ์ “กราบ” ที่ปากน้ำขึ้นมา

ซึ่งก็อย่างที่บอกตอนต้น “ชาวบ้าน” ไม่ได้มีส่วนในการช่วงชิงอำนาจนี้เลย

จะเปลี่ยน มท.1 ก็ไม่ได้ด้วยเหตุผล เพราะต้องการไปบำบัดทุกข์ บำรุงสุขประชาชน

แต่ต้องไปคุมการเลือกตั้ง ผ่านกลไกเครือข่ายมหาดไทย ซึ่งไม่ได้เป็นผลดีต่อระบบการเลือกตั้ง อันเป็นพื้นฐานสำคัญของประชาธิปไตยแม้แต่น้อย

เป็นการดิ้นรน เพื่อชัยชนะในการสืบทอดอำนาจต่อไปเท่านั้น

ซึ่งถือเป็นเรื่องเดียวกันกับความวุ่นวายในสภาตอนนี้ที่มีความพยายามในทุกวิถีทางแบบ “อะไรก็ได้” เพื่อที่จะได้ประโยชน์และได้เปรียบทาง “กฎหมาย” ในการคุมเลือกตั้ง

ส่วนนอกสภา ก็มีภาพ “กราบกันเอง” เพื่อปลายทางเดียวกัน

ขณะที่ ชาวบ้าน ไม่ได้เกี่ยวใดๆ กับการแย่งทึ้งอำนาจนั้นทั้งสิ้น

สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร