“ชาวนา”เครียดผูกคอดับ ไก่อูโต้-ชี้เป็น”ช่างแอร์” เกษตรกรภาคกลางจี้รัฐบาลช่วยราคาข้าวขาวด้วย ชาวนาพิจิตรเครียดหนี้ 1 ล. ผูกคอดับ
“ปู”ขึ้นศาลสืบพยานจำเลยนัด6
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 4 พฤศจิกายน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมทีมทนาย เดินทางมาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อขึ้นสืบพยานฝ่ายจำเลยนัดที่ 6 ในคดีโครงการรับจำนำข้าว โดยมีแกนนำอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ร่วมให้กำลังใจ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัย จากกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 จำนวน 1 กองร้อย ขณะที่มวลชนเดินทางมาให้กำลังใจอย่างเนืองแน่นมากเป็นพิเศษ โดยมีกลุ่มชาวนาจาก จ.อุบลราชธานี 3 คันรถบัส มาให้กำลังใจด้วย พร้อมทั้งนำช่อรวงข้าวมามอบให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์
“โต้ง”ขอเลื่อนนัดมารดาป่วย
เมื่อถึงเวลานัด 09.30 น. นายชีพ จุลมนต์ รองประธานศาลฎีกา เจ้าของสำนวน พร้อมองค์คณะรวม 9 คน ได้ออกนั่งบัลลังก์นัดไต่สวนพยานจำเลยนัดที่ 6 คดีโครงการรับจำนำข้าว หมายเลขดำ อม.22/2558 ที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นจำเลย ในความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ และเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 กรณีละเลยไม่ดำเนินการระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งทำให้รัฐเสียหายกว่า 5 แสนล้านบาท
โดยนายชีพแจ้งต่อคู่ความว่า นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง พยานที่จะมาไต่สวนในวันนี้ ได้ทำหนังสือแจ้งต่อทนายความจำเลย ขอเลื่อนการไต่สวนออกไปก่อน เนื่องจากมารดาป่วยอยู่ในขั้นวิกฤต จึงขอเวลาดูแลมารดาที่โรงพยาบาล
คงนัดไต่สวนพยานอื่น18พ.ย.
โดยศาลสอบถามอัยการ โจทก์แล้ว ไม่คัดค้าน ศาลจึงให้เลื่อนการไต่สวนพยานปากนายกิตติรัตน์ออกไปก่อน ส่วนนัดไต่สวนพยานในวันที่ 18 พฤศจิกายนนี้ ก็ยังคงนัดไว้ ซึ่งทนายความจำเลย จะนำนายอำพน กิตติอำพน อดีตเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และนายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง รัฐบาลยิ่งลักษณ์ มาไต่สวน โดยศาลอนุญาตให้เพิ่มวันไต่สวนพยานจำเลยอีก 2 นัด ในวันที่ 7 และ 21 กรกฎาคม 2560 เวลา 09.30 น.
น้ำตาคลอปัดดราม่าการเมือง
ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ให้สัมภาษณ์ก่อนขึ้นศาลถึงมาตรการการช่วยเหลือชาวนาของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่าไม่ขอลงรายละเอียด แต่โดยหลักก็ไม่ต่างจากโครงการรับจำนำข้าว ที่สำคัญรัฐบาลมุ่งช่วยเหลือชาวนาโดยไม่มุ่งหวังกำไรขาดทุน ส่วนการลงพื้นที่เยี่ยมชาวนาเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมานั้น ยืนยันว่าชาวนามีความลำบาก นอกจากปัญหาราคาข้าวตกต่ำแล้ว ยังมีหนี้สินมากและต้องขายข้าวในราคาที่ขาดทุน ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วง อยากให้ทุกภาคส่วนช่วยเหลือชาวนาในครั้งนี้ด้วย ที่รัฐบาลมองว่าการลงพื้นที่มีความดราม่าและมุ่งหวังทางการเมืองนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวด้วยเสียงสั่นเครือและน้ำตาคลอเบ้าว่า “ดิฉันเองมาจากประชาชน เป็นนายกรัฐมนตรีที่มาจากประชาชน รู้ซึ้งถึงบุญคุณของประชาชน วันนี้ชาวนา ประชาชนมีความเดือดร้อน แม้วันนี้ดิฉันไม่ได้เป็นรัฐบาลแล้ว แต่ทำในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่เห็นใจประชาชนและชาวนาที่ลำบาก เดือดร้อนก็ลงไป ไม่ได้มุ่งหวังทางการเมือง ถามว่ามามองว่าเป็นภาพดราม่าหรือไม่นั้น ขอเรียนว่า วันนี้ในความรู้สึกของดิฉันก็รู้สึกตื้นตันใจกับน้ำใจของชาวนาที่ยิ่งใหญ่ แม้ว่าความทุกข์ของชาวนานั้นทุกข์มาก ไม่มีแม้กระทั่งข้าวสารจะกรอกหม้อ ไม่มีแม้เงินที่จะใช้จ่ายประจำวัน แต่ก็ยังมาให้กำลังใจดิฉัน ตรงนี้ดิฉันรู้สึกซาบซึ้งและขอกราบขอบ พระคุณพี่น้องชาวนาทุกคนและประชาชนที่ให้กำลังใจ ถ้าถามว่าใครมาเป็นแบบดิฉันก็ย่อมรู้ว่าในสถานการณ์นี้มันก็หนัก แต่ยังไงก็ตามทุกข์ของดิฉันก็ไม่เท่าทุกข์ของชาวนาที่ประสบ อยากให้ทุกภาคส่วนช่วยเหลือชาวนา”
ลั่นถ้าเป็นรบ.จะซื้อข้าวทั้งหมด
เมื่อถามว่า ชาวนามีปัญหาเรื่องของภาระหนี้สิน ตรงนี้จะมีข้อแนะนำฝากไปถึงรัฐบาลอย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ต้องให้รัฐบาลมองภาพรวมทั้งระบบ แล้วมองข้างหน้าด้วย เพราะในเร็ววันนี้ก็จะมีข้าวที่กำลังจะเกี่ยวเข้ามาอีก ก็คงต้องมองทั้งระบบ ตนคงไม่สามารถเข้าไปก้าวล่วงในการแนะนำได้ เพราะเชื่อว่ารัฐบาลก็ต้องมีทีมเศรษฐกิจที่เป็นมืออาชีพในการที่จะคิดแก้ปัญหาให้กับชาวนา วันนี้ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งแล้ว แต่อยากให้รัฐบาลมองว่างานตรงนี้เป็นงานที่รัฐบาลจะต้องเข้ามาแก้ไขให้กับประชาชน และชาวนา
เมื่อถามว่า ผู้ใหญ่บางคนในรัฐบาลออกมาบอกว่าอย่าซื้อที่เดียว พร้อมท้าให้ซื้อข้าวทั้งประเทศไปเลย น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า “ถ้าดิฉันเป็นรัฐบาล ดิฉันจะทำแบบนั้นค่ะ แต่วันนี้ดิฉันเป็นประชาชนคนหนึ่ง ดิฉันทำเท่าที่กำลังดิฉันมีค่ะ เพราะดิฉันมีภาระที่จะต้องใช้จ่ายในครอบครัว และดิฉันต้องต่อสู้ในชั้นศาลอีก แต่ดิฉันคิดว่าน้ำใจต่างหากที่ชาวนาอยากได้รับ อยากเห็นทุกคนลงมาทุ่มเทในการใช้ทุกกำลังความสามารถในการช่วยเหลือชาวนา จะได้มากได้น้อยคนที่เป็นรัฐบาลที่เป็นกลางก็ควรจะมองว่าใครที่ช่วยเหลือก็น่าจะยินดี และเปิดรับกับทุกคน”
ทนายปัด”ยิ่งลักษณ์”โดนดึงผม
ด้านนายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เปิดเผยกรณี มีสำนักข่าวแห่งหนึ่งเผยแพร่ภาพและข่าว ว่ามือลึกลับกระชากผม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ขณะเดินทักทายมวลชนที่มาให้กำลังใจจนเกือบหงายหลัง ทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์มีสีหน้าบูดเบี้ยว ก่อนพูดว่า “โอ๊ย! เดี๋ยวล้ม เดี๋ยวล้ม” หลังจากฟังการพิจารณาที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ว่า กรณีดังกล่าวไม่ใช่การถูกกระชากผมจากบุคคลลึกลับ แต่เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นขณะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทักทายประชาชนที่มาให้กำลังใจ มีผู้ที่ต้องการถ่ายรูปด้วยได้เอื้อมมือโน้มเข้ามาดึงตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ให้เข้ามาถ่ายรูปด้วย ผู้ที่เอื้อมมือมาตัวเล็กกว่าจึงทำให้ภาพดูเหมือนการใช้แรงดึง ตนยืนอยู่ด้านหลัง น.ส.ยิ่งลักษณ์เห็นเหตุการณ์ดังกล่าว เกรงว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ อาจจะล้มได้ จึงพยายามแกะมือออก เหตุการณ์ดังกล่าวจึงไม่มีอะไรมากและไม่ได้เป็นไปตามข่าวที่มีการเผยแพร่
“ปู”ขายข้าวหน้าแฟชั่นไอส์แลนด์
ต่อมา น.ส.ยิ่งลักษณ์โพสต์ข้อความผ่าน ทางเฟซบุ๊ก โดยระบุว่าเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน ได้ไป จ.อุบลราชธานี และ จ.สุรินทร์ เพื่อสอบถามถึงปัญหาของชาวนา โดยชาวนาได้เล่าถึงความเดือดร้อนจากราคาข้าวตกต่ำและขอให้ช่วยซื้อข้าวเปลือกและข้าวสารหอมมะลิ จากชาวนาโดยตรง จึงได้ซื้อข้าวมาจำนวนหนึ่ง ถึงแม้จะไม่มากพอที่จะช่วยเหลือพี่น้องชาวนาทั้งหมดได้ แต่ก็ซื้อด้วยใจ
“ข้าวที่ซื้อมานั้น เป็นข้าวที่เพิ่งสีใหม่ ไม่ผ่านการรมยา ดังนั้น เพื่อเป็นการให้กำลังใจ ช่วยเหลือชาวนา ดิฉันจึงขอเชิญชวนพี่น้องชาว กทม. ร่วมกันซื้อข้าวสารหอมมะลิในราคาที่ซื้อมา คือ กิโลกรัมละ 20 บาท โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติมที่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ ถนนรามอินทรา ในวันเสาร์ที่ 5 พฤศจิกายน 2559 เวลา 16.00 น.” น.ส.ยิ่งลักษณ์ระบุ
ซัดใครจะสร้างภาพบนความทุกข์
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า การไปพบชาวนาของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ในภาคอีสานนั้น เป็นสิ่งที่คนไทยพึงกระทำและต่างฝ่ายก็ออกมาช่วยเหลือชาวนากันอยู่ในขณะนี้ คงไม่มีใครคิดที่จะฉกฉวยโอกาสเช่นนี้มาสร้างภาพให้กับตนเองบนความทุกข์ยากลำบากของชาวนาที่ปลูกข้าวแล้วขายไม่ได้ราคา จนเกิดเป็นหนี้สินล้นพ้นตัว แต่การที่มีผู้ใหญ่ในบ้านเมืองบางคนออกมาพูดเหน็บแนมว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ควรจะไปตระเวนซื้อข้าวให้ทั่วประเทศนั้น ควรจะเป็นหน้าที่ของรัฐบาลต้องรีบดำเนินการและไม่ควรปล่อยให้เกิดเหตุการณ์สร้างความเดือดร้อนจนราคาข้าวของชาวนาไทยต้องตกต่ำลงเช่นนี้
มอบรวงข้าว – น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมทีมทนาย เดินทางมาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อขึ้นสืบพยานฝ่ายจำเลยนัดที่ 6 ในคดีรับจำนำข้าว มีประชาชนเดินทางให้กำลังใจ พร้อมมอบรวงข้าวให้ เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน
พท.อัด”ไก่อู”อย่าอคติ-ใช้อารมณ์
นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พท.กล่าวถึงกรณี พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทางไปพบชาวนาที่ภาคอีสานว่าเป็นการสร้างภาพ บิดเบือนความผิดในอดีตและคดีความที่มีอยู่ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่จำเป็นต้องสร้างภาพ เพราะไม่สร้างก็มีภาพอยู่แล้ว การเดินทางไปภาคอีสานวันก่อน ก็ไปเพราะได้ข่าวเรื่องราคาข้าวเปลือกตกต่ำ ไปเพื่อได้รับรู้ความจริงด้วยตัวเองจากปากชาวนา เพราะไม่มีตำแหน่งใหญ่โตอะไร หรือนั่งรออยู่ในห้องแอร์ให้ลูกน้องรายงาน ทั้งนี้ การไปพบชาวนาอย่างน้อยได้แบ่งเบาความรู้สึกทุกข์จากความเดือดร้อน เป็นคนไทยด้วยกัน เห็นภาพทหารที่ไปช่วยชาวนาก็ถือว่าไม่ใช่การสร้างภาพ เป็นการช่วยกันคนละไม้ละมือ อยากให้โฆษกรัฐบาลอย่าใช้อคติ อารมณ์และความรู้สึกของตนเองมาพูดจา รัฐบาลนี้มีนโยบายอะไรที่จะช่วยเหลือชาวนาได้ พท.ไม่เคยคัดค้าน แม้จะมีวิธีการต่างกัน
“วัฒนา”จวกศรีธนญชัยจนตรอก
นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กว่า จำนำยุ้งฉาง ศรีธนญชัยจนตรอก การรับจำนำยุ้งฉางข้าวเปลือกหอมมะลิที่ตันละ 13,000 บาท ก็คือการแทรกแซงตลาดด้วยการรับจำนำแบบที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์เคยทำ เพียงแต่เปลี่ยนสถานที่เก็บข้าวจากโกดังกลางมาเก็บไว้ที่ยุ้งฉางของชาวนาที่ถูกสร้างขึ้นตามมีตามเกิดกระจายอยู่ทั่วภูมิภาคประมาณ 200,000 แห่ง เก็บข้าวเปลือกได้ประมาณ 1 ล้านตัน โดยปีนี้คาดว่าจะมีผลผลิตประมาณเกือบ 10 ล้านตัน การรับจำนำยุ้งฉางเคยทำมาแล้วแต่ถูกยกเลิกไป เพราะเกิดความเสียหายมาก มาตรการที่ออกมาจึงทำแบบเลี่ยงบาลีชนิดเสียไม่ได้แบบที่เรียกว่า ศรีธนญชัย จนตรอก แต่จะไม่ได้ผล อีกทั้งไม่ทั่วถึงเพราะยังไม่มีมาตรการช่วยเหลือชาวนาภาคกลางและภาคเหนือที่ผลผลิตกำลังจะออกสู่ตลาด
เตือนองค์กรอิสระอย่า2มาตรฐาน
นายวัฒนาระบุว่า รัฐบาลนี้เคยกล่าวหารัฐบาลยิ่งลักษณ์ว่ากำหนดราคารับจำนำสูงกว่าราคาตลาดอันเป็นความผิด จึงเลี่ยงบาลีโดยแยกราคารับจำนำออกเป็นค่าข้าว 9,500 บาท ค่าเก็บเกี่ยว 2,000 บาท และค่าฝากเก็บ 1,500 บาท แต่ที่จริงก็คือการรับจำนำที่ตันละ 11,500 บาท ไม่รวมค่าฝากเก็บ ในขณะที่ราคาตลาดของโรงสีรับซื้อข้าวเปลือกที่ความชื้น 28-29% ตันละ 6,500 บาท เมื่อหักทอนค่าความชื้นให้เหลือ 15% เท่าที่รัฐบาลรับจำนำ ราคาตลาดจะตกประมาณตันละ 8,000 บาท ดังนั้น ราคาที่รัฐบาลนี้รับจำนำจึงสูงกว่าราคาตลาดถึง 3,500 บาท หรือสูงกว่า 44% ซึ่งไม่ต่างจากที่เคยกล่าวหารัฐบาลยิ่งลักษณ์ แต่ไม่ได้หมายความว่าการช่วยชาวนาด้วยการให้ราคาสูงกว่าราคาตลาดเป็นความผิด เพียงแต่หน่วยงานที่เคยตักเตือนรัฐบาลยิ่งลักษณ์อย่าได้สองมาตรฐานเท่านั้น
“บิ๊กตู่”แนะนายกโรงสีอย่าออก
ที่กระทรวงคมนาคม พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงมาตรการช่วยเหลือชาวนาราคาข้าวตกต่ำว่า การแก้ไขปัญหารัฐบาลไม่ได้บังคับใคร ไม่ได้ทำลายวงจรข้าว แต่หากทำแบบเดิมจะเป็นปัญหา สื่อมวลชนเองก็อย่าเขียนข่าวให้นายกเสียหาย กล่าวหาว่าไม่ต้องการแก้ไขปัญหา แต่จะทำการเกษตรอย่างไรให้เกิดความพอเพียง ไม่ใช่ทำเพื่อใช้หนี้ ดังนั้น จึงต้องมาดูที่วงจรการผลิต การเพาะปลูก รัฐบาลนี้ทำให้เกิดความชัดเจน อย่าตีความว่าจะเอื้อประโยชน์ต่อใคร เพราะต้องแก้ไขทั้งระบบ รัฐบาลพยายามทำอย่างเต็มที่
“เกษตรกรวันนี้ต้องฟังแล้วคิดตาม และผมไม่ได้บอกว่าโรงสีไม่ดี เพราะมีเหตุผลของตัวเอง เดี๋ยวจะไปตีกันใหญ่ มีการลาออกกันอีก ผมชื่นชมนายกสมาคมโรงสีเพราะเขาเป็นคนดี แต่มันมีข่าวออกมาอย่างนั้น ก็ไปแก้มาสิ อธิบายมา ไม่ต้องลาออกให้เสียเวลา เพราะตั้งใหม่ก็วุ่นอีก วันนี้ผลิตข้าวออกมาแล้วราคาตก ก็เห็นใจโรงสี เพราะต้องค้าขาย ผมไม่โทษใคร เพราะข้าวน้ำท่วมนั้นมีความชื้นสูง ดังนั้น ต้องหาวิธีปลูกข้าวที่ลดระยะเวลาลงหน่อย ไม่ต้องปลูกพร้อมกันเพื่อทยอยการใช้น้ำ แต่ถ้าปลูกพร้อมกันจะเอาน้ำจากไหน และวันนี้ก็ขอหลายอย่าง ทั้งขอให้ซื้อข้าวโพด มิเช่นนั้นราคาข้าวโพดจะตกต่ำ ผมให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปหารือเพื่อให้คนเข้ามาช่วยซื้อ หลังจากการปรับพื้นที่ทางการเกษตร และมีการแลกเปลี่ยนซื้อขายกับกลุ่มประเทศอาเซียน” นายกฯกล่าว
นักการเมืองซื้อข้าวได้-อย่าสร้างภาพ
ผู้สื่อข่าวถามว่า กระแสวันนี้ที่ชาวนานำข้าวออกมาขายเองจะมีผลต่อราคาตลาดในอนาคตหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ถือว่าเป็นเรื่องดีและไม่มีผลต่อราคาตลาดแต่อย่างใด เพราะผู้ซื้อจะซื้อตามความพอใจ ไม่เกี่ยวข้องกับราคากลาง วันนี้ขอบคุณทุกคนที่มาช่วยกันซื้อข้าวจากชาวนา อย่างน้อยชาวนาก็เอาข้าวดีๆ มาขาย การแก้ไขปัญหาไม่ใช่ทำได้เฉพาะภาครัฐ แต่หมายถึงสังคมจะต้องช่วยเหลือกัน และรัฐบาลขอความร่วมมือ อย่าเพิ่งพูดถึงผลประโยชน์หรือการตอบแทนซึ่งกันและกัน เพราะที่ผ่านมาเราก็ทำธุรกิจกันอย่างเสรี ไม่สามารถห้ามใครได้
เมื่อถามว่านักการเมืองมาช่วยซื้อข้าวจากชาวนาได้หรือไม่ นายกฯกล่าวว่าทำได้ แต่อย่าสร้างภาพก็แล้วกัน ขอให้ซื้อจริงๆ ไม่ใช่พอนักการเมืองไปแล้ว และประชาชนจะมาซื้อ คนขายก็ขนของหนีไปหมดแล้ว
คสช.ไม่ห่วง”ปู”รับซื้อข้าวชาวนา
พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงการช่วยเหลือชาวนาที่ประสบปัญหาราคาข้าวตกต่ำว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งแก้ปัญหาและช่วยเหลือในทันที ในส่วนของ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะเลขานุการ คสช.ได้สั่งการให้ ผบ.หน่วยทหารทุกพื้นที่ได้ตรวจสอบข้อมูล ประสานหน่วยงานในทุกพื้นที่เร่งช่วยแก้ปัญหา อย่างไรก็ตาม คสช.และรัฐบาล มีแผนระยะกลางและระยะยาวอย่างต่อเนื่อง เพื่อคลี่คลายปัญหานี้ไม่ให้เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าในอนาคต สำหรับการแถลงการณ์ของสมาคมโรงสีข้าวที่ขอยุติบทบาทของคณะกรรมการนั้น โดยข้อเท็จจริง ชาวนากับโรงสี มีความเกี่ยวข้องและเกื้อกูลกันมาโดยตลอดในภาวะที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเดือดร้อน ทั้งนี้ คสช.กลับมองเห็นว่าอีกฝ่ายหนึ่งหรือทุกฝ่ายควรต้องร่วมมือประสานงานกันและนำไปสู่การแก้ไขปัญหาร่วมกันน่าจะดีกว่า
เมื่อถามถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์รับซื้อข้าวจากชาวนาในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี พ.อ.ปิยพงศ์กล่าวว่า คสช.มองว่าอะไรที่ทำแล้วดีต่อเกษตรกรเป็นไปเพื่อเกษตรกร โดยแท้จริงแล้ว ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดี ซึ่งคงไม่ได้มีเพียงคนกลุ่มนี้กลุ่มเดียว ยังมีหน่วยงานและองค์กรต่างๆ ก็เข้าให้การช่วยเหลือแบบนี้เช่นเดียวกัน
บิ๊กป้อมงดโต้หวั่นโยงการเมือง
ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ปฏิเสธตอบคำถามกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ร้องไห้ขณะลงพื้นที่รับซื้อข้าวชาวนา จ.อุบลราชธานี-สุรินทร์
ทั้งนี้ พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า พล.อ.ประวิตรเกรงว่าจะถูกโยงไปเกี่ยวข้องกับสถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน เพราะสื่อจะตีความ เช่นกรณีที่สื่อเขียนว่า พล.อ.ประวิตรให้ชาวนาไปขายปุ๋ยแทน ซึ่งไม่ได้หมายถึงชาวนา แต่หมายถึงสื่อที่ถาม และกรณีที่สื่อเขียนเชิง พล.อ.ประวิตรท้าทายให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ซื้อข้าวทั้งประเทศ ทั้งที่ไม่ได้มีเจตนาเช่นนั้น เพียงแต่เทียบไม่ได้กับสิ่งที่รัฐบาลทำให้ชาวนาทั้งประเทศ และจะไม่ตอบคำถามการเมือง เพราะจะนำไปสู่ความขัดแย้งในบรรยากาศห้วงนี้
ลงแขก – ทหารกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จ.กาฬสินธุ์ ร่วมลงแขกเกี่ยวข้าวช่วยลดภาระต้นทุนค่าแรงงานให้กับชาวนาในพื้นที่ ต.ดอนจาน อ.ดอนจาน ในช่วงราคาข้าวตกต่ำ ตามนโยบายกองทัพบกช่วยเหลือประชาชน เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน
ชาวนาพิจิตรเครียดผูกคอตาย
เวลา 10.00 น.วันเดียวกัน พ.ต.ต.ณรงค์ อุตบัววงศ์ สารวัตรเวร สภ.บางมูลนาก จ.พิจิตร รับแจ้งเหตุคนผูกคอตายบนต้นฉำฉา กลางทุ่งนา หมู่ 3 ต.วังสำโรง อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร ที่เกิดเหตุพบศพนายศุภกิจ ปั้นแปลก อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 6/1 หมู่ 3 ต.วังสำโรง ใช้เชือกไนลอนผูกคอโยงกับต้นฉำฉา ไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยถูกทำร้ายร่างกาย นำศพส่งโรงพยาบาลบางมูลนาก เพื่อชันสูตรศพอย่างละเอียดอีกครั้ง สอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุนายศุภกิจออกไปดูนาข้าวเวลา 06.00 น. กระทั่งนางอุบล ปั้นแปลก ภรรยาของผู้ตาย เห็นหายไปนานผิดสังเกต จึงออกไปตามที่ท้องนาจนพบว่านายศุภกิจผูกคอตายดังกล่าว ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตครั้งนี้ ทางญาติๆ เชื่อว่าน่าจะมาจากหนี้สินเงินกู้สหกรณ์การเกษตรอำเภอบางมูลนากกว่า 1 ล้านบาท ซึ่งนายศุภกิจได้กู้มาทำนา กระทั่งราคาข้าวตกต่ำ จึงตัดสินใจผูกคอตายเพื่อหนีปัญหา
ญาติเชื่อเหตุราคาข้าว-หนี้1ล.
นายนิทัศน์ ปั้นแปลก อายุ 47 ปี ญาติเปิดเผยว่า สาเหตุที่นายศุภกิจผูกคอตายครั้งนี้น่าจะมีอยู่เรื่องเดียวคือปัญหาเรื่องราคาข้าวตกต่ำ และเครียดในเรื่องของหนี้สินเยอะ มีภาระต้องเลี้ยงดูส่งเสียลูกเรียนหนังสือถึง 2 คน เท่าที่ทราบนายศุภกิจเป็นหนี้สหกรณ์การเกษตรอำเภอบางมูลนากกว่า 1 ล้านบาท และข้าวนาปีหอมมะลิ 105 ก็ยังไม่ได้เก็บเกี่ยว ตรงนี้น่าจะเป็นสาเหตุ เพราะคงไม่มีเรื่องอื่น
นายวิทยา อินสำเภา อายุ 44 ปี เพื่อนผู้ตาย เผยว่า ก่อนนายศุภกิจเสียชีวิตได้มาหาตนที่บ้านและคุยกันเรื่องเก็บเกี่ยวข้าว ซึ่งผู้ตายเปรยๆ ว่าปีนี้ราคาข้าวไม่ดี หนี้สินก็เยอะ ทำนากว่า 80 ไร่ คงไม่พอใช้หนี้ คาดว่ามาเจอปัญหาข้าวตกต่ำคงหาทางออกไม่ได้ จึงผูกคอตายดังกล่าว
นางอุบลเผยว่า สามีเคยบ่นว่าราคาข้าวตอนนี้เหลือเพียง 5-6 พันบาท เราจะอยู่กันได้หรือเปล่า เพราะมีหนี้สหกรณ์เป็นล้านบาท ซึ่งตนได้ปลอบใจสามีว่าค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป จากนั้นก็ไม่ได้คุยกันอีก จนตอนเช้าไปประชุม กลับมาไม่เจอสามี จึงออกไปตามที่นา พบว่าผูกคอตายเสียชีวิตแล้ว
ผู้ว่าฯรดน้ำศพชี้เคยเป็นช่างแอร์
นายราชัน เขียวงาม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.วังสำโรง อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าหลังจากทราบข่าวว่านายศุภกิจ ได้เสียชีวิต ก็ได้ไปบริเวณที่เกิดเหตุอยู่กลางทุ่งนา เพื่อดูร่องรอยการเสียชีวิตของศุภกิจ เบื้องต้นไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายใดๆ คิดว่าสาเหตุการเสียชีวิตน่าจะมาจากภาวะความเครียดเรื่องราคาข้าวเปลือกตกต่ำ ที่ผ่านมานายศุภกิจกู้เงินจากสหกรณ์เป็นจำนวนมาก เจ้าตัวคงคิดว่าเวลานี้ไม่สามารถจะใช้หนี้ให้หมดได้ คาดว่าเป็นสาเหตุให้ฆ่าตัวตาย
เวลา 16.00 น. นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ได้เดินทางมารดน้ำศพนายศุภกิจ ที่วัดวังสำโรง หมู่ 3 ต.วังสำโรง อ.บางมูลนาก ก่อนกล่าวแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้ตาย และให้สัมภาษณ์ว่าสาเหตุการเสียชีวิตของนายศุภกิจ ได้รับรายงานจากผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่แล้ว เพราะผู้ตายมีหนี้จำนวนมากจากการทำนา และเคยเป็นช่างแอร์ ทั้งยังมีปัญหาเรื่องอุปกรณ์การซ่อมแอร์ถูกเพื่อนยืมไปยังไม่ยอมคืนให้ ส่วนการออกมาตรการของรัฐบาลช่วยเหลือชาวนานั้น เข้าใจว่าผู้ตายยังไม่ทราบจึงตัดสินใจฆ่าตัวตาย สำหรับลูกของผู้ตายทั้งหมด ทางจังหวัดไม่ทอดทิ้ง จะหาทางช่วยเหลือต่อไป
“ไก่อู”ระบุคนตายเป็นช่างแอร์
พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยกรณีนายศุภกิจ ปั้นแปลก อายุ 43 ปี ชาวบ้าน จ.พิจิตร ผูกคอตายเมื่อช่วงเช้าวันเดียวกันว่า ขณะนี้ได้รับรายงานจากผู้ว่าราชการ จ.พิจิตรเรียบร้อยแล้ว และจากที่ตนได้รับข้อมูลจากคนในพื้นที่ก็ทราบว่าบรรดาสื่อมวลชนในพื้นที่เข้าใจตรงกันว่ากรณีดังกล่าวไม่เกี่ยวกับเรื่องชาวนา เพราะผู้ตายประกอบอาชีพช่างแอร์ ทั้งนี้รัฐบาลต้องขอตรวจสอบก่อน อย่างไรก็ตามทางประชาสัมพันธ์จังหวัดได้รายงานผู้ว่าฯพิจิตร ซึ่งเมื่อผู้ว่าฯพิจิตรได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมถึงชี้แจงกันในพื้นที่แล้ว ยืนยันว่าผู้ตายประกอบช่างแอร์จริง
พิจิตรชี้หนี้สะสมหลายประการ
ต่อมานายวีระศักดิ์ให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า ได้เดินทางไปร่วมงานศพของนายศุภกิจที่วัด และจากการตรวจสอบพบว่า นายศุภกิจมีอาชีพเกษตรกร พร้อมทั้งเป็นช่างแอร์ อย่างไรก็ตามภาระหนี้สินที่มีจำนวนมากและเกิดขึ้นจากหลายปัจจัย มีหนี้สินหลายประเภท ไม่เพียงหนี้สินที่เกิดจากการทำนา ประกอบกับข้าวราคาไม่ดี ทำให้เงินที่ได้จากการขายข้าวไม่พอต่อการชำระหนี้สิน ซึ่งเป็นหลายส่วนที่ผูกโยงกัน ทั้งนี้ตนได้สั่งการให้สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) เข้ามาดูแลในเรื่องนี้ เพราะนายศุภกิจมีบุตร 2 คน คนแรกอยู่ศึกษาอยู่ในระดับมหาวิทยาลัย ส่วนคนเล็กยังอยู่ชั้นอนุบาล ทางจังหวัดจึงให้มีการส่งเสริมด้านการศึกษาให้กับบุตรทั้ง 2 และช่วยเหลือเรื่องงานศพ ซึ่งทางจังหวัดไม่ทอดทิ้งประชาชน
กรมข้าวชี้คนไทยกินข้าวน้อยลง
นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า กรมการข้าวมีข้อมูลพื้นฐานปริมาณการบริโภคข้าวของคนไทย เฉลี่ยทั้งประเทศบริโภคประมาณ 110 กิโลกรัม (กก.) ต่อคนต่อปี เมื่อดูรายภูมิภาค ปริมาณการบริโภคข้าวภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ที่ 142 กก.ต่อคนต่อปี ภาคเหนือบริโภค 109 กก.ต่อคนต่อปี ภาคใต้บริโภค 83 กก.ต่อคนต่อปี ภาคกลางและกรุงเทพฯ บริโภค 46 กก.ต่อคนต่อปี สำหรับปริมาณการบริโภคข้าวในประเทศต่างๆ เช่น เวียดนามบริโภค 215 กก.ต่อคนต่อปี พม่าบริโภค 228 กก.ต่อคนต่อปี อินโดนีเซียบริโภค 146 กก.ต่อคนต่อปี จีนบริโภค 82 กก.ต่อคนต่อปี ญี่ปุ่นบริโภค 60 กก.ต่อคนต่อปี เฉลี่ยภาพรวมทั้งโลกบริโภค 61 กก.ต่อคนต่อปี
“ปริมาณการบริโภคข้าวของคนไทยถือว่ายังสูงอยู่ แต่แนวโน้มก็ลดลงตามการพัฒนาของสังคมเมือง ที่ประชากรส่วนใหญ่ในเมืองที่พัฒนาแล้ว ห่วงสุขภาพ ลดการบริโภคแป้ง จึงกระทบต่อการบริโภคข้าว” นายอนันต์กล่าว
“บิ๊กฉัตร”บี้3กรมทำแผนข้าว5ปี
นายอนันต์กล่าวว่า พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้กรมการข้าวร่วมกับกรมพัฒนาที่ดิน กรมชลประทาน จัดทำแผนการผลิตข้าวครบวงจร 5 ปี (2560-64) เพื่อสร้างสมดุลให้กับผลผลิตและราคาข้าวของชาวนา หลังจากที่ผ่านมารัฐบาลดำเนินการเพียงจัดทำแผนระยะสั้น 1 ปี ในการบริหารจัดการผลผลิตข้าว กรมการข้าวจึงจำเป็นต้องเร่งศึกษาเป็นการด่วนว่าจากนี้ต่อไปประชากรไทย ประชากรโลก จะมีปริมาณเท่าไหร่ มีความต้องการบริโภคข้าวเท่าไหร่ ผลผลิตของข้าวโลกจะออกมาเป็นเท่าไหร่ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นปัจจัยที่จะนำมาคำนวณพื้นที่ในการเพาะปลูกอีก 5 ปีข้างหน้า เพื่อให้ความต้องการบริโภคข้าวและผลผลิตปรับตัวสมดุลกัน โดยคาดว่าใน 5 ปีข้างหน้าราคาข้าวจะไม่ผันผวน ชาวนาจะขายข้าวได้ราคา ปัญหาข้าวจะไม่เป็นอุปสรรคในการบริหารประเทศของรัฐบาล
ระดมจนท.สำรวจปลูกข้าว18จว.
ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายธนิตย์ เอนกวิทย์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมแนวทางการสำรวจพื้นที่เพาะปลูกและผลผลิตข้าวหอมมะลิ 2559/60 ว่า ในวันที่ 5-9 พฤศจิกายน 2559 นี้ กระทรวงได้ส่งและระดมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจปลูกข้าวหอมมะลิใน 18 จังหวัด แบ่งเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 13 จังหวัด และภาคเหนือตอนล่าง 5 จังหวัด เพื่อต้องการทราบถึงผลผลิตข้าวหอมมะลิทั้งประเทศออกมาเท่าไหร่ และผลผลิตต่อไร่เป็นเท่าไหร่ ก็จะเป็นข้อมูลในการวางแผนการผลิตตามแผนข้าวครบวงจรปีการผลิต 2560/61 และข้าวนาปรัง และใช้ข้อมูลประกอบในการคำนวณต้นทุนเกษตรกรและกำไรที่จะเกิดขึ้นด้วย เมื่อได้รับตัวเลขที่แท้จริงก็จะใช้ในการวางแผนได้ อีกทั้งใช้ข้อมูลประกอบทำมาตรการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกหอมมะลิและข้าวเหนียว (จำนำยุ้งฉาง) ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) รับจำนำในราคาตันละ 9,500 บาท เพื่อดูดซับข้าว 2 ล้านตัน คาดว่าจะสรุปข้อมูลจากการลงพื้นที่จริงได้ภายในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 นี้ และเสนอต่อ พล.อ.ฉัตรชัยและเปิดเผยต่อสาธารณชนต่อไป
นายธนิตย์กล่าวด้วยว่า ตอนนี้ใช้หลักวิชาการและระดมคนลงไปในพื้นที่จริง 18 จังหวัด เมื่อได้ข้อมูลสำรวจจากพื้นที่จริงแล้ว ก็จะรู้ว่าข้าวหอมมะลิที่รัฐบาลมีมาตรการจำนำยุ้งฉางมีผลผลิตออกมาเท่าไหร่ มีการดูดซับจากมาตรการจำนำยุ้งฉางเท่าไหร่ การแปรรูปของสหกรณ์ดูดซับไปเท่าไหร่ จะมีตัวเลขข้าวที่เหลือจริงๆ เท่าไหร่ และยืนยันเอกชนได้ว่าข้าวล้นตลาดหรือไม่อย่างไร
ราคาหอมมะลิขยับ300-500บ.
นายวิชัย ศรีนวกุล อดีตอุปนายกสมาคมโรงสีข้าวไทย เปิดเผยว่า ในสัปดาห์นี้ราคาข้าวเปลือกหอมมะลิฤดูกาลใหม่ ได้ขยับขึ้นแล้วตันละ 300-500 บาท มาอยู่ที่ราคาตันละ 9,800-10,000 บาท (ความชื้น 15%) เนื่องจากชาวนาชะลอการขายและตากแห้งข้าวเก็บยุ้งฉางมากขึ้น หลังรัฐบาลออกมาตรการช่วยเหลือและตั้งเป้าราคาไม่ต่ำกว่าตันละ 10,000 บาท โอกาสที่ราคาข้าวเปลือกหอมมะลิจะเกิน 11,000 บาทต่อตัน จะได้เห็นไม่เกินเดือนหน้า หากผู้ส่งออกตั้งราคาขายข้าวหอมมะลิในราคาสูงไม่ต่ำกว่า 650 เหรียญสหรัฐต่อตัน ก็จะเป็นการส่งสัญญาณต่อชาวนาไม่ต้องรีบขายข้าวและตลาดผู้ซื้อข้าวไทยจะได้รับรู้ว่าราคาข้าวหอมมะลิไทยจะไม่ต่ำกว่า 600-700 เหรียญสหรัฐต่อตันแล้ว จากก่อนหน้าบางรายมีการกดราคาขายต่ำกว่า 600 เหรียญสหรัฐต่อตัน
อดีตนายกโรงสีลั่นไม่ยึดติด
นายมานัส กิจประเสริฐ อดีตนายกสมาคมโรงสีข้าวไทย กล่าวว่า รู้สึกขอบคุณนายกรัฐมนตรี ที่เห็นความสำคัญของธุรกิจโรงสีและเข้าใจโรงสี ซึ่งให้การสนับสนุนมาตลอดในการรับซื้อข้าวจากชาวนา ทั้งนี้ ตนไม่ใช่นักการเมือง และการตัดสินใจยุติบทบาทก็พิจารณามาอย่างรอบคอบแล้ว หวังให้เป็นตัวอย่างว่าหากทำไม่ได้แล้วก็ควรออก อย่ายึดติดเก้าอี้
ชาวนาภาคกลางถกราคาข้าว
ที่ศูนย์วิจัยข้าวจังหวัดสุพรรณบุรี แกนนำสภาชาวนาจังหวัดต่างๆ กว่า 20 จังหวัด พร้อมชาวนากว่า 100 คน เข้าร่วมประชุมเพื่อหารือหาข้อยุติทางออกเรื่องของราคาข้าวตกต่ำ มีนายพรม บุญมาช่วย สภาเกษตรกรสุพรรณบุรีเป็นประธานในการประชุมหาทางออก เพื่อให้รัฐบาลช่วยเหลือชาวนาที่ประสบปัญหาเรื่องของข้าวราคาตกต่ำกว่าต้นทุนให้ไปในทิศทางเดียวกัน โดยมีหัวข้อการประชุม ราคาข้าวในปัจจุบัน ต้นทุนการผลิต สาเหตุปัญหาราคาข้าวตกต่ำ และทางออกที่ต้องการให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือเกษตรกรชาวนา
นายประภัตร โพธสุธน อดีตรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่อยากเสนอความคิดเห็นอย่างไร เพราะเกรงจะเป็นประเด็นการเมือง แทนที่จะเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรชาวนาอย่างแท้จริง
เชียงรายตรวจสอบสหกรณ์รับซื้อ
ส่วนที่ จ.เชียงราย นายสมศักดิ์ คณาคำ นายอำเภอแม่จัน จ.เชียงราย พร้อมเจ้าหน้าที่เกษตรและทหารเข้าตรวจสอบการรับซื้อขายข้าวเปลือกนาปี ภายในสหกรณ์การเกษตรแม่จัน จำกัด เพื่อดูแลความเรียบร้อยในการรับซื้อและประเมินสถานการณ์ราคาข้าว โดยมีราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 7.30 บาท เนื่องจากเป็นข้าวสดที่มีความชื้นสูง อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบตามโรงสีข้าวต่างๆ พบว่ายังไม่ยอมรับซื้อข้าวจากชาวนา จะรับซื้อเพียงข้าวตามโควต้าที่สั่งไว้ในราคาประกัน ซึ่งจะได้ในราคาสูงกว่า 8 บาท หรือข้าวคุณภาพดีอย่างข้าวเขี้ยวงูเท่านั้น
ที่ร้านค้าของบริษัทประชารัฐ หน้าศูนย์ราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ นายประพันธ์ มายรรยง ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรเมืองอุตรดิตถ์ และหัวหน้าส่วนราชการ นำข้าวสารบรรจุถุงชนิด 5 กิโลกรัม ซึ่งเป็นข้าวสารแปรรูปที่รับซื้อจากเกษตรกรเกวียนละ 6,500 บาท แล้วนำไปจำหน่ายให้กับกลุ่มผู้บริโภคโดยตรง
รมว.ลงพื้นที่คุยชาวนาพิจิตร
ที่โรงเรียนบางมูลนากภูมิวิทยาคม อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่สอบถามเกษตรกรชาวนาใน อ.บางมูลนาก เกี่ยวกับปัญหาเรื่องราคาข้าว โดยมีเกษตรกรชาวนาอำเภอบางมูลนาก 9 ตำบล รวม 10 คน ร่วมถกปัญหาเรื่องราคาข้าวที่เกิดขึ้น
นางอภิรดีกล่าวในที่ประชุมว่า ทางกระทรวงพาณิชย์จะเชิญประเทศในอาเซียน รวมทั้งประเทศสหรัฐ อิหร่าน และประเทศในแถบยุโรป เข้ามารับออเดอร์ เพื่อจัดซื้อข้าวหอมมะลิของไทย ซึ่งในปีหน้าช่วงเทศกาลตรุษจีน จะมีคนจีนรับซื้อข้าวหอมมะลิของไทย ไม่ว่าจะเป็นคนจีนในฮ่องกง คนจีนในไต้หวัน คนจีนในสหรัฐอเมริกา และคนจีนในแคนาดาซึ่งสนใจข้าวหอมมะลิของไทย ตรงนี้จะเป็นการขยายตลาดค้าข้าวได้ ซึ่งเราสามารถดึงตลาดข้าวในแถบนี้ได้ ตอนนี้มีข่าวดีเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่จังหวัดอุบลราชธานีราคาข้าวได้ขยับขึ้นมา
วอนรบ.ช่วยราคาข้าวขาวด้วย
ที่ จ.อ่างทอง นายสมชาติ ยิ้มละม้าย สมาชิกสภาเกษตรอำเภอป่าโมก เปิดเผยว่า หลัง ครม.มีมติกำหนดมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร โดยเพิ่มเงินช่วยเหลือสำหรับข้าวเปลือกหอมมะลิเป็นตันละ 13,000 บาท ขณะที่ชาวนา จ.อ่างทอง ส่วนใหญ่ปลูกข้าวขาวทั่วไปไม่เข้าหลักเกณฑ์ ประกอบกับต้นทุนในการผลิตข้าวสูงและมีความเสี่ยงภาวะแล้งฝนตกน้ำท่วมนาข้าวเสียหาย ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ราคาข้าวกลับดิ่งลง ทำให้ชาวนาประสบปัญหาขาดทุน จึงได้ร่วมประชุมสภาเกษตรจังหวัดอ่างทองเพื่อหาแนวทางให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือในเรื่องราคาข้าวทั่วไป โดยนายทรงพล พูลสวัสดิ์ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดอ่างทอง เป็นตัวแทนเกษตรกรจังหวัดอ่างทอง จะเข้าร่วมกับตัวแทนเกษตรภาคกลาง ที่สภาเกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อหาแนวทางเสนอต่อรัฐบาลให้การช่วยเหลือเรื่องราคาข้าวขาวทั่วไปที่ราคาตกต่ำเพื่อช่วยเหลือชาวนาต่อไป
ตร.-ทหารเกี่ยวข้าวเลย-หนองคาย
ที่ จ.เลย พล.ต.ชาญชัย เอมอ่อน ผบ.มทบ.28 พร้อมด้วย ผบช.มทบ.28 นำกำลังพล มทบ.28 ร่วมกับ อบต.ศรีสองรัก ร่วมกันลงแขกเกี่ยวข้าวให้กับนาข้าวของนางทองหล่อ วันเสาร์ ชาวนาหมู่ 11 บ้านศรีสองรัก ต.ศรีสองรัก อ.เมือง จ.เลย ซึ่งที่นาปลูกข้าวประมาณ 2 ไร่ เพื่อเป็นการช่วยเหลือลดต้นทุนให้กับชาวนา ส่วนที่ จ.หนองคาย พ.ต.อ.วุฒิชัย จันโทภาส ผกก.สภ.เมืองหนองคาย นำกำลังตำรวจไปช่วยชาวนาเกี่ยวข้าว กลางทุ่งนา 10 ไร่ ของนางมณีจันทร์ หัสสา อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 104 หมู่ 9 ต.ค่ายบกหวาน อ.เมืองหนองคาย

