‘สมศักดิ์’ ยันไม่กลับไปบัตรใบเดียว ย้ำสูตร 500 ย้อนแย้ง
เมื่อเวลา 09.10 น. วันที่ 2 สิงหาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ด้วยการหาร 500 ที่ผ่านสภาแล้ว ซึ่งฝ่ายค้านเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา ว่าขึ้นอยู่กับรัฐสภาที่ต้องประชุมกันให้จบวาระ 3 ไปเสียก่อน จากนั้นเป็นเรื่องของแต่ละฝ่ายทำหน้าที่ให้ครบสมบูรณ์ก่อนส่งไปถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และศาลรัฐธรรมนูญ แล้วแต่ว่าใครจะทำหน้าที่อะไร แต่วันนี้ยังเดินหน้าไปตามปกติ ซึ่งยังมีเวลาอีก 2 สัปดาห์ที่จะทำพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และพรรคการเมืองให้เรียบร้อย
นายสมศักดิ์กล่าวว่า ส่วนตัวยังยืนยันว่าสูตรหาร 500 มีข้อเท็จจริงตามที่ยืนยันแล้วว่ามันย้อนแย้งกัน และถ้าตามสูตรคณิตศาสตร์ตัวเลขที่ออกมาก็เห็นได้ชัด ไม่ต้องมาถกเถียงกัน เพราะจะเห็นว่าตัวเลขที่ออกมานั้นจะมีผลกระทบมากมาย
เมื่อถามถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าจะมีการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อกลับไปใช้บัตรใบเดียวนั้น นายสมศักดิ์กล่าวว่า ในข้อเท็จจริงของพรรค พปชร.เรื่องบัตรใบเดียวไม่มีแน่นอน ซึ่งได้พูดกันหลายฝ่าย หลายคนในพรรคว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ เรื่องบัตรใบเดียวในสถานการณ์ปัจจุบันนั้นไม่มีเหตุผลอะไรเพราะเราพูดคุยกันจบแล้ว เมื่อเราแก้เป็น 2 ใบแล้วเราจะไม่กลับไปอีก เหตุผลก็ได้พูดคุยในสภากันมากมาย

ผู้สื่อข่าวถามถึงสถานการณ์การเมืองปัจจุบันที่มีการย้ายพรรคจำนวนมาก นายสมศักดิ์กล่าวว่า ส่วนหนึ่งคือกฎหมายที่เราพูดกันในพรรค ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงบ้าง แต่เมื่อกฎหมายจบเรียบร้อยแล้วคิดว่าเรื่องเหล่านี้จะสงบ เพราะเขาจะคิดได้ว่าพวกเขาจะเหมาะสมกับตรงไหน อย่างไร ซึ่งก็ต้องมีส่วนประกอบกฎหมายและรัฐธรรมนูญด้วย เป็นเรื่องที่ไม่น่าวิตกกังวลแต่อย่างไร เมื่อทุกอย่างเข้าที่เข้าทางแล้วก็จะจบภายในเร็ววัน อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าหลักการเลือกตั้งครั้งหน้าขนาดของพรรค พปชร.คงไม่แตกต่างจากเดิมมากนัก เพราะผู้บริหารพรรคและกรรมการบริหารพรรคมีความตั้งใจอย่างมาก และคนในพรรคก็เห็นอกเห็นใจกัน
เมื่อถามว่านายสมศักดิ์และกลุ่มจะย้ายพรรคไปไหนหรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า อย่าเพิ่งถามอย่างนี้มันเร็วไปมาก เอาว่าวันนี้ให้เดินไปด้วยความเรียบร้อย และทุกคนก็จะตัดสินใจว่าในส่วนพรรคเล็กๆ ที่เกิดขึ้นมานั้น ใครเหมาะกับตรงนั้น หรือไม่เหมาะกับตรงนั้น ถ้ารัฐธรรมนูญเปิดโอกาสให้เขาทำพรรคการเมืองที่เหมาะสมได้คงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมาก

