‘บิ๊กตู่’ เยือน​เมืองกาญจน์ เจอชาวบ้านท้วงของแพง ลั่น ขอให้อดทน ผมก็อดทน เดี๋ยวจะดีขึ้น

‘บิ๊กตู่’ เยือน​เมืองกาญจน์ คอหวยส่องทะเบียนรถ ‘ลั่น’ มีความสุขได้เห็นผลงานที่ทำสำเร็จ เจอชาวบ้านท้วงน้ำมันแพง-ของแพง แจงสถานการณ์ไม่ปกติ ลั่นไม่แก้ตัวรับแก้ให้ดีที่สุด “ครวญ”เป็นนายกฯไม่ได้ง่าย ไปไหนไม่ได้เป็น 10 ปี บ่นไม่ได้เดี๋ยวคนไล่ออก

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 4 สิงหาคม ที่บ้านทุ่งคูณ หมู่ 19 ต.ห้วยกระเจา อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ตรวจติดตามการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และการเกษตร ณ โครงการจัดหาน้ำบาดาลขนาดใหญ่แก้ปัญหาภัยแล้ง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยนายกรัฐมนตรี​ ใช้รถยนต์โตโยต้า Alphard สีขาว เลขทะเบียน​ กธ​ 5969 กาญจนบุรี โดยชาวบ้านและบรรดานักเสี่ยงโชคไม่พลาดที่จะส่องทะเบียนรถนายกรัฐมนตรีที่ใช้ในการลงพื้นที่ในครั้งนี้ และไม่พลาดที่มีนักการเมืองในพื้นที่มาต้อนรับ ​ทั้งนายสมเกียรติ วอนเพียร ส.ส.กาญจนบุรี เขต 2 พลังประชารัฐ นายธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ ส.ส.กาญจนบุรี เขต 4 พลังประชารัฐ นายอัฏฐพล โพธิพิพิธ ส.ส.กาญจนบุรี เขต 5 พลังประชารัฐ และ ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ หรือเสธ.หิมาลัย

ทั้งนี้ เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์เดินทางมาถึง​ ได้รับฟังการรายงานจากปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ถึงปัญหาและแนวทางการแก้ไข โดยนายกรัฐมนตรี​กำชับให้ขยายโครงการดังกล่าวไปยังพื้นที่จังหวัดอื่นอีก พร้อมกับได้มีการมอบน้ำบาดาลให้กับตัวแทนประชาชน ก่อนที่นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบน้ำแร่โซดาห้วยกระเจาให้นายกรัฐมนตรีเป็นที่ระลึก

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับประชาชนตอนหนึ่งว่า วันนี้ได้เห็นถึงความสดใสและเห็นความสำเร็จ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเรื่องน้ำ ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญกับน้ำอุปโภคบริโภคและด้านอื่นๆ อีกด้วย รัฐบาลพยายามทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนโดยรวม โดยเฉพาะภาคการเกษตรที่วันนี้ยังมีปัญหาอยู่มาก ด้านการเพาะปลูกและการใช้น้ำต่างๆ ที่ยังมีปริมาณมากพอสมควร วันนี้ยินดีที่ได้มาพบปะกับประชาชนก็คิดมาหลายวันแล้ว ว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนมีความสุขมีความพึงพอใจ ซึ่งความจริงแล้วตนก็คิดมาหลายปีและพยายามทำมาอย่างเรื่อยๆ หลายอย่างก็ง่ายทำได้เลยและหลายอย่างก็ต้องแก้ไข ระเบียบกติกาต่างๆมากมาย ต้องทำให้ปลอดภัยตามกฎหมาย แต่สิ่งต่างๆ จะทำได้ทั้งหมดหรือไม่ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของประชาชน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ยินดีที่ได้มาพบปะกับทุกคนติดตามการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการจัดหาน้ำบาดาลขนาดใหญ่แก้ไขปัญหาภัยแล้ง วันนี้มีทั้งหมด 11 จังหวัดที่ทำโครงการ และมีการทำโครงการอยู่แล้ว 15 แห่ง และจะมีการขยายต่อไป วันนี้ที่ห้วยกระเจาเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่มี 2 แท็งก์ที่สามารถส่งต่อไปยังพื้นที่ต่างๆ ได้ สิ่งที่เราได้ดำเนินการมาแล้ว ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ จากนโยบายของรัฐบาล สทนช.ได้กำหนดกรอบยุทธศาสตร์ชาติไว้ ซึ่งยอมรับว่าการทำงานของรัฐบาลไม่ใช่เรื่องที่ง่ายนัก แต่เราต้องทำให้ได้อย่างดีที่สุด ที่สำคัญคือการรักษา การสืบสานรักษาต่อยอดตามพระราโชบาย ไม่ใช่ปล่อยทิ้งขว้างให้เสียหาย ถ้าจำได้ว่าก่อนที่ตนเข้ามา จำนวนบ่อน้ำบาดาลเป็นจำนวนบ่อน้ำตื้น ส่วนใหญ่ที่ไหนมีความเสียหายก็พยายามรื้อให้ทั้งหมด

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตนคิดว่าหากทำแบบเดิมๆ ก็จะพบกับสภาพแบบนี้ หนี้สินก็เพิ่มพูนไปเรื่อยๆ โอกาสที่จะมีรายได้เพิ่มพูนก็คงน้อยมาก ตนเข้าใจถึงความยากลำบากของทุกคน บรรพบุรุษของตนก็ทำการเกษตรมาเหมือนกัน ไม่สบายนักหรอก เหนื่อยด้วย หนี้สินก็มาก วันนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือโลกเปลี่ยนแปลงไปมากในการใช้เทคโนโลยีและดิจิทัล เพราะฉะนั้นจะต้องติดตามติดศึกษาสิ่งสำคัญที่สุดคือการเข้าถึงบริการภาครัฐ ขอเน้นตรงนี้ รัฐบาลมีนโยบายอะไรออกมาแล้วเราจะเข้าถึงนโยบายเหล่านั้นได้อย่างไร

 

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ในวันนี้ได้ถือโอกาสกลับมาเยี่ยมเยียนและมาดูผลงานของรัฐบาล ซึ่งไม่ใช่ผลงานของตนเพียงคนเดียวแต่เป็นผลงานของพวกเรา เกิดมาไม่ได้หากพวกท่านไม่ยอมให้สร้าง ขอบคุณประชาชนที่สละที่ให้ทำตรงนี้ เสียสละส่วนน้อยเพื่อประโยชน์ส่วนใหญ่ให้กับคนอื่น นี่เขาเรียกว่ากุศล ทำกุศลโดยเฉพาะเรื่องการให้น้ำกุศลมากเลย คนเราสิ่งที่จะดีที่สุดคือการให้รู้จักให้ ตนตื่นมาก็ให้ ให้อะไรไม่ได้ก็ให้ความรักไปกับเขา แล้วก็จะทำให้เขาดีขึ้นนั่นคือกุศล อาจจะไม่เห็นในตอนนี้ตอนไหนก็แล้วแต่ แต่สิ่งสำคัญคือเราจะมีความสุข​ ถึงแม้จะมีปัญหาอุปสรรคอะไรไปอยู่บ้าง ตนก็มีความสุข เพราะอย่างน้อยก็เห็นในสิ่งที่ทำได้ทำสำเร็จ อะไรไม่สำเร็จก็ทำต่อไป

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ยืนยันว่ารัฐบาลคิดทั้งหมด ซึ่งอยู่ในกล่องรวมยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ทุกอย่างหากไม่ทำต่ออย่างนี้ทำปีนี้แล้วเลิกปีหน้าไม่ทำ ก็ไม่มีทางเสร็จสักเรื่อง เหมือนสร้างถนนเส้นหนึ่งไม่ได้สร้างเสร็จในปีเดียว ยิ่งรถไฟยิ่งหนักเพราะฉะนั้นปัญหามีหลายอย่างด้วยกันอยากบอกกับทุกคนให้ทราบว่า นายกรัฐมนตรีเต็มที่ รัฐบาลเต็มที่ ในสภา ส.ส.ร่วมมือกันก็ไปได้ทั้งหมด ทั้งประเทศ สำคัญทั้งหมดคือพวกเราประชาชน ขอให้เข้าใจด้วยกันก็ไปได้ทั้งหมด ใครมีอะไรจะถามตนหรือไม่

หลังจากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้พักถอนหายใจ เสียงดัง “เฮ้อ!” ก่อนที่จะกล่าวว่า พูดมาทั้งชีวิตก็เหนื่อยเหมือนกัน มันต้องทำด้วย พูดปากเปล่าไม่ได้และกำลังคิดว่าพูดครบแล้วหรือยัง เพราะพวกเราคิดกันมาตลอดเยอะมาก ฝากข้าราชการไว้ด้วยแล้วกันต้องเข้าเกียร์ตลอด เกียร์ว่างไม่ได้อยู่แล้ว

จากนั้น มีประชาชนตะโกนถามถึงเรื่องน้ำมันแพง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวตอบว่า น้ำมันแพงก็คือปัญหา ตนไม่อยากจะแก้ตัวอย่างอื่น แต่ต้องดูว่าน้ำมันแพง น้ำมันมาจากไหน ไม่ว่าจะซื้อจากไหนก็ตามมันก็ต้องเข้าไปสู่ราคากลางและมีค่าขนส่งอีก ไม่ใช่ว่าซื้อเท่านี้แล้วขายเท่านี้ได้เลย แต่ถูกควบคุมด้วยกลไกของโลกเรื่องพลังงาน แต่สิ่งที่รัฐบาลทำได้ตอนนี้คือหาเงินมาอุดหนุนตรงนี้ วันนี้อยู่ที่ 40-45 บาท และที่ผ่านมาเราพยายามคงไว้ได้นานที่สุดในราคา 35 ซึ่งถูกกว่าหลายประเทศรอบบ้าน แต่อย่าไปเทียบกับเมียนมาหรือมาเลเซีย เพราะมีแหล่งพลังงานที่มากกว่าเรา ซึ่งเราก็ซื้อมาจากเขาทั้งก๊าซทั้งน้ำมัน แต่ยืนยันพยายามหาวิธีที่เหมาะสมทั้งการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง เติมบัตรประชารัฐอะไรต่างๆ มันคงต้องบริหารแบบนี้หรือไม่

“ถ้าลดได้ขนาดนั้นมันก็ดี แต่สถานการณ์มันไม่ใช่สถานการณ์ปกติ ถ้ายังรบกันอยู่แบบนี้มันก็มี 2-3 ค่ายเรื่องการผลิตน้ำมันที่เป็นกลุ่ม แต่ละกลุ่มก็ไม่ยอมลดราคากันเลย สู้กันอยู่นี่ เราก็พยายามจะไปให้ได้ มันก็มีผลตามไปสู่เรื่องต้นทุนการผลิต ต้นทุนอาหารอะไรต่างๆ ซึ่งเราพยายามเบรกให้ได้มากที่สุด” นายกฯกล่าว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงพลังงานก็ช่วยกันดู ทุกคนก็ทราบดี ว่าวันนี้เราใช้เงินกองทุนไปแสนกว่าล้านแล้ว และต้องหาเงินอีก วันนี้ก็ยังโอเค ที่สำคัญเราต้องบริหารทั้งภาพใหญ่ ถ้าแก้ปัญหาเฉพาะเรื่องก็แก้ไม่ได้สักเรื่องจะพันกันไปทั้งหมด ยืนยันว่าตนเห็นใจทุกคนและพยายามทำให้ดีที่สุด เอาเป็นว่าตนไม่แก้ตัว แต่พูดด้วยข้อเท็จจริงที่พูดกับพวกเราและจะไม่ปกปิด

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขณะที่เรื่องที่ดิน ตนก็รับไปดูแลให้ ซึ่งวันนี้มีทั้งพื้นที่อ้างสิทธิพื้นที่ทับซ้อนอะไรต่างๆ จำนวนมาก หลายคนก็อยู่ในกระบวนการพิสูจน์สิทธิอยู่ ดังนั้นจะทำอย่างไรไม่ให้เดือดร้อน ซึ่งเป็นบทเรียนว่าเราอยู่กันมายาวนานมากแล้วแบบผิดกฎหมายรัฐบาลนี้พยายามจะแก้ไข อะไรที่ทำได้ก็จะนำสู่กระบวนการ ยืนยันยังไม่ให้ออกและให้สิทธิใช้ประโยชน์ได้ แต่ไปขายไม่ได้ ขณะที่พื้นที่ทับซ้อนหลายหน่วยงานก็ต้องเคลียร์กันให้ได้ นี่คือสิ่งที่รัฐบาลตั้งใจจริงและทำมาเป็นล้านไร่ในหลายๆ พื้นที่หลายจังหวัด

นอกจากนี้ ยังมีชาวบ้านถามถึงเรื่องของแพง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวชี้แจงว่า ตนก็เห็นใจ แต่วันนี้ต้องเข้าใจว่ารัฐบาลอยู่ตรงกลางระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภค ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลพยายามขอให้กระทรวงพาณิชย์ตรึงราคาสินค้าไปแล้วกว่า 100 รายการ หลายอย่างอึดอัดด้วยกันทั้งหมด เพราะต้นทุนก็สูง และอย่าลืมว่าทั้งหมดเป็นห่วงโซ่ ถ้าบีบมากๆ โรงงานก็จะปิด ซึ่งตนไม่ได้เอาใจ แต่เป็นธุรกิจที่เชื่อมโยงกัน ถ้าปิดหมดแล้วเราจะเอาอะไรกิน เพียงแต่ต้องคิดราคาให้เป็นธรรม วันนี้ตนขอพูดเปิดอก เราต้องมอง 2 ทางเสมอ ถ้ามองเฉพาะเราก็รู้ว่าเราเดือดร้อน ซึ่งตนเข้าใจ แต่ถ้ามองภาพใหญ่ออกมา วันนี้เราต้องเปิดหลักคิดใหม่โดยเฉพาะประชาชนซึ่งตนไม่โทษใคร แต่ต้องคิดว่าเหมือนเรามีพี่น้องครอบครัวลูกหลานหลายคน เราจะดูแลลูกแต่ละคนอย่างไร ซึ่งรัฐบาลก็ทำเช่นนี้ไม่ให้ใครล้ม

เดี๋ยวก็จะดีขึ้น อยู่ที่เราจะใช้ชีวิตกันอย่างไร ในช่วงนี้อาจจะลำบากหน่อย อดทนหน่อยก็แล้วกัน ผมก็อดทนไม่ได้ใช้จ่ายอะไรที่มันฟุ่มเฟือยเลย กินก็ปกติธรรมดากับเขา เที่ยวเตร่ก็ไม่ได้ไปไหน เป็นนายกฯไปไหนไม่ได้อยู่แล้วมันลำบาก ลูกน้องก็ห่วง ผมไม่เคยไปไหนมาเป็น 10 ปี ทำงานกลับบ้าน ตรวจเยี่ยม ประชุม หมดแล้วชีวิตผม ไม่บ่น บ่นเดี๋ยวคนไล่ออกอีก เล่าให้ฟังว่าเป็นนายกฯมันไม่สบายนักหรอก วันนี้ถือว่าได้มาพบกับพ่อแม่พี่น้องเราเป็นครอบครัวเดียวกัน ครอบครัวคนไทย รักทุกคน” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินทักทายและถ่ายรูปกับประชาชนที่มาให้กำลังใจ

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon