รายงานหน้า2 : ‘พีระพันธุ์’โชว์วิชั่น นำ‘รทสช.’สู้เลือกตั้ง

4.08.22 | 12:45 น.

หมายเหตุนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าววิสัยทัศน์ รวมทั้งนโยบาย และแนวทางการขับเคลื่อนพรรค รทสช. ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ภายหลังที่ประชุมสามัญพรรค รทสช. ครั้งที่ 1/2565 มีมติเลือกตั้งให้เป็น หัวหน้าพรรค พร้อมคณะกรรมการบริหารพรรค
(กก.บห.) รวม 9 คน ที่สโมสรราชพฤกษ์ เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม

ผมและกรรมการบริหารพรรคทุกคนผ่านงานการเมืองมานาน มีความคิดทางการเมืองว่าต้องการทำพรรคการเมืองตามที่ประชาชนอยากให้มีอยากให้เป็น ซึ่งเราจะทำพรรค รสทช.ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย ให้ฝันของประชาชนเป็นจริง เราจะไม่ทำให้ประชาชนผิดหวัง ยืนยันว่าจะใช้ประสบการณ์ทางการเมืองทำงานการเมืองให้ชาติและประชาชน ไม่ได้เข้ามาเล่นเกมการเมือง จะไม่เข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้เพื่อแสวงหาสถานะ อำนาจบารมีทางการเมือง เพื่อสร้างความยิ่งใหญ่ แต่จะอาศัยอำนาจทางการเมืองตรงนี้เพื่อแก้ไขปัญหาประชาชนในทุกรูปแบบ เราจะไม่ทะเลาะเพื่อแย่งตำแหน่ง แต่จะทะเลาะกับความเหลื่อมล้ำของสังคม จะทำสังคมให้เกิดความเท่าเทียม เราจะทะเลาะกับสิ่งที่ทำให้ประชาชนขาดโอกาสในการดำรงชีวิต และทำมาหากินได้อย่างเท่าเทียมเสมอภาค กิจการขนาดเล็ก ชาวบ้าน ชาวนา เกษตรกร ชาวประมง จะต้องมีโอกาสเข้าถึงเงินทุน ได้รับความช่วยเหลือไม่ต่างจากกิจการใหญ่โต ซึ่งพรรครวมไทยสร้างชาติจะทำให้เกิดขึ้นในประเทศไทยให้ได้ รวมทั้งโอกาสเรื่องการศึกษาของเด็กและเยาวชนก็เช่นกัน

เดิมผมเป็นผู้พิพากษา เมื่อ 36 ปีก่อนได้เริ่มทำงาน แล้วได้เห็นคนเป็นแม่ที่ยากจนต้องติดคุกเพราะไม่มีเงินซื้อนมให้ลูกกินจึงรู้สึกว่านี่คือความเป็นธรรมของสังคมหรือไม่ ชาวนาถูกยึดรถอีแต๋นเพียงเพราะอยากประหยัดค่าใช้จ่ายจึงเข้าป่าไปหาฟืน เมื่อถูกยึดจึงรู้สึกเทียบกับรถขนสินค้าของบริษัทใหญ่ๆ กลับไม่เคยถูกยึดเลยแม้แต่คันเดียว ซึ่งหากตนไม่ได้ใช้อำนาจของความเป็นผู้พิพากษาช่วยไว้ก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จึงทำให้ตนรู้สึกว่าอะไรคือความเป็นธรรมในสังคม และทำให้ตนต้องทิ้งตำแหน่งผู้พิพากษามาอยู่ในแวดวงการเมือง โดยไม่ได้คิดมาเพราะอยากเป็นใหญ่ทางการเมืองหรือเป็นผู้มีบารมีทางการเมือง แต่ตนอยากมีอำนาจทางการเมืองเพื่อช่วยเหลือประชาชน ตนตั้งใจมาทำงานการเมืองไม่ได้มาเล่นการเมือง ต้องการทำงานให้ประชาชนอย่างแท้จริง เดินไหว้ประชาชนมากว่า 30 ปี เท่าที่อยู่บนถนนการเมือง ซึ่งถือเป็นความสุขของชีวิตตลอด 30 ปีที่ผ่านมา มีแต่ความอิ่มใจที่ได้ช่วยประชาชนเป็นจำนวนมาก

เรามาจากหลายที่แต่เราเป็นพวกเดียวกัน เราคุยกันว่าอยากสร้างพรรคการเมือง สร้างนักการเมืองเพื่อให้เป็นนักการเมืองของประชาชน และทำงานให้เป็นพรรคการเมืองของประชาชนอย่างแท้จริง โดยเฉพาะเรื่องการแก้ไขกฎหมายเพื่อช่วยเหลือประชาชนนั้นจะทำคนเดียวไม่ได้ แต่ต้องเป็นพรรคการเมือง จึงมีอุดมการณ์เดียวกันว่าจะสร้างพรรค รสทช.ให้เป็นพรรคการเมืองที่จะไม่ทำให้ประชาชนผิดหวัง ขอให้สมาชิกทุกคนมั่นใจว่าเราจะไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง ขอให้มั่นใจว่าตนและกรรมการบริหารพรรคทุกคนจะสร้างพรรค รสทช.ให้เป็นพรรคการเมืองหลักของประเทศไทย จะนำพรรค รสทช.เข้าสู่สนามการเลือกตั้งครั้งหน้าด้วยความมั่นใจ มั่นคง เด็ดเดี่ยว เราจะพยายามทำพรรค รสทช.เป็นพรรคที่ประชาชนต้องหันกลับมามองว่านี่คือพรรคที่ประชาชนอยากให้มี พรรคที่อยากให้เป็น และพรรคที่จะเลือกตลอดไป สิ่งเหล่านี้คือความตั้งใจของพวกเราและที่พูดนี้ไม่ได้พูดเพื่อให้ผมได้เป็นผู้ยิ่งใหญ่ เพราะผมไม่ต้องการเป็นผู้ยิ่งใหญ่ทางการเมือง เพราะผู้ยิ่งใหญ่ทางการเมืองที่แท้จริงคือประชาชน

ผมต้องการอำนาจทางการเมืองเพื่อช่วยประชาชนแก้ปัญหา เราต้องการได้อำนาจทางการเมืองไม่ใช่เพื่ออยากไปเป็นรัฐมนตรี แต่พวกเราอยากขอโอกาสประชาชนเพื่อทำงานให้ประชาชน ต้องการลดความเหลื่อมล้ำ ต้องการเพิ่มโอกาสให้กับลูกหลาน ต้องการให้เด็กทั่วประเทศไม่ว่าอยู่ที่ไหนมีอนาคตที่เสมอภาคและเท่าเทียมกัน และนี่เป็นนโยบายหนึ่งที่เราจะทำให้เกิดขึ้นให้ได้ ตนขอให้สมาชิกทุกคนมาช่วยกันรวมเป็นหนึ่งเดียว เป็นรวมไทยสร้างชาติเพื่อทำให้สังคมไทยน่าอยู่ มีความสุข เท่าเทียมกัน มีโอกาสเสมอภาค มีความสามัคคีปรองดอง ทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่หลายคนอิจฉา เราต้องช่วยกันค้ำจุนปกป้องเสาหลัก 3 ประการของประเทศไทย เป็นที่ภาคภูมิใจของทุกคน ภูมิใจในความเป็นชาติความเป็นคนไทย จึงขอเชิญชวนมาร่วมสร้างชาติไทยให้เป็นที่อิจฉาของคนทั่วโลก รสทช. จะเข้าสู่สนามเลือกตั้งครั้งหน้าด้วยความมั่นใจ มั่นคง และจะชนะให้ได้มากที่สุด

Advertisement

สำหรับยุทธศาสตร์พรรคที่สำคัญคือ การช่วยเหลือดูแล ประชาชน เพราะวันนี้ประชาชนต้องการที่พึ่ง ต้องการให้คนเข้ามาแก้ปัญหาในชีวิต ในการดำรงชีพ การทำมาหากิน ที่ไม่เคยมีใครดูแล โดยเฉพาะประชาชนตัวเล็กๆ ชาวบ้านชาวนา เกษตรกร พนักงานกินเงินเดือน ที่เขามีปัญหาเยอะมาก วันนี้ไม่ได้ต้องการทีมเศรษฐกิจ แต่เขาต้องการคนที่จะแก้ไขปรับปรุงกฎหมายให้เขาได้อย่างไร เพื่อให้เขามีเงินทุนเดินหน้าต่อไปได้ไม่ต้องถูกล้มละลาย นี่คือนโยบายหลักของพรรคที่จะใช้เข้าหาประชาชน

สำหรับนโยบายการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาเศรษฐกิจวันนี้ ภาพรวมไม่ใช่แค่ปัญหาของประเทศ แต่เป็นปัญหาที่มีผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก เกิดจากความขัดแย้งของยูเครน-รัสเซีย ที่ส่งผลกระทบต่อเนื่องมาจากสถานการณ์โควิด ต่อให้มีทีมเศรษฐกิจกี่ทีมก็แก้ไม่ได้ แต่คนรับเคราะห์กรรมคือชาวบ้าน ที่เดือดร้อนเรื่องทำมาหากิน ดังนั้นสิ่งที่ต้องช่วยกันคือ ช่วยลดภาระพวกเขา ช่วยให้เขาผ่านช่วงเวลานี้ไปให้ได้ ตนมีความเชื่ออยู่ว่า ทุกวันนี้เราเดินได้ด้วยภาคเอกชน ไม่ใช่ภาครัฐ ภาครัฐมีหน้าที่สนับสนุนผ่อนคลายหลักเกณฑ์ นั่นคือสิ่งที่เราต้องเข้าไปปรับปรุงแก้ไข วันนี้ชาวบ้านไม่ได้สนว่า ดอกเตอร์ไหนจะมา หรือ ดอกเตอร์ไหนจะไป แต่พวกเขาต้องการรู้ว่า แนวทางรัฐจะช่วยเหลือพวกเขาได้อย่างไร

มีการมองว่าการเปิดตัวพรรควันนี้ เป็นสาขา 2 ของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)
ไม่เหมือนหรอก ผมนึกไว้แล้วว่าต้องถามแบบนี้ มีกี่คนที่ไม่ใช่ ปชป. ที่ผ่านมาเรามีพรรคการเมืองไม่กี่พรรค ที่นักการเมืองสังกัด เราก็มากันอย่างนี้ แต่วันนี้มันไม่ใช่ ปชป.2 อย่างกรรมการบริหารพรรค ก็ไม่ได้มีแค่ ปชป. มีทั้งคนหน้าใหม่ เป็นสิ่งที่สื่อพูดกันไปเอง ในความเป็นจริงมันไม่ใช่อยู่แล้ว

ในอนาคตหากมีการเลือกตั้งจะมี ส.ส.พรรค ปชป.เข้ามาร่วมด้วยหรือไม่
เป็นเรื่องของอนาคต อย่างที่ถามถึง นายถาวร จะมาบอกว่าไม่มีการพูดคุยกัน คงเป็นไปไม่ได้ เพราะเรารู้จักกันส่วนตัว แม้ตนออกจากพรรค ปชป.มานานแล้ว แต่ในทางส่วนตัวเราก็เป็นมิตร เป็นเพื่อนกัน เราไม่ได้คบกัน ที่การเป็นพรรค แต่เราคบกันที่ใจ ฉะนั้นอยู่ตรงไหน ก็คุยกันได้อยู่แล้ว

พรรคจะยังสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีหรือไม่
นโยบายแนวทางของพรรค รสทช. ไม่ได้สนับสนุนบุคคล แต่สนับสนุนแนวทางและการทำงานเดียวกัน ที่สำคัญคือ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซึ่งเราทำงานด้วยกันได้หมด

เหตุผลการตั้งชื่อพรรคว่ารวมไทยสร้างชาติ
พวกเรามีความคิดและมีแนวทางเดียวกันว่า ทำไมต้องทะเลาะกัน สังคมวันนี้ไม่ต้องการความแตกแยก หลายคนอาจมีวิธีทางแตกต่างกัน แต่เป้าหมายคือทำเพื่อชาติ บ้านเมือง ก็คุยกันได้ ไม่ใช่แค่ว่าต้องเป็นคนที่รู้จัก คนที่เราสนิท แต่ต้องเลือกคนที่ดี มีอุดมการณ์เดียวกันเพื่อบ้านเมือง ก็มารวมกันเพื่อทำให้สังคมดีขึ้น ให้มีความรักความสามัคคีปรองดอง ทำงานแก้ปัญหาประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำ แก้ปัญหาความไม่เท่าเทียม สร้างความเสมอภาค ทำให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงโอกาสอย่างเท่าเทียม ทั้งหมดทำให้เราคิดว่าเราต้องมารวมใจกันเพื่อชาติบ้านเมือง นั่นคือ รวมใจสร้างชาติ