09.00 INDEX ท่าทีรัฐบาล ท่าทีคสช.แปรเปลี่ยน เมื่อเผชิญ วิกฤตเนื่องแต่ ราคาข้าว

6.11.16 | 07:51 น.

ปัญหาอันเนื่องแต่วิกฤต“ราคาข้าว”กำลังเป็น “สันปันน้ำ”แห่ง”อำ นาจ”ในทางการเมือง

เป็น”การเมือง”ใน”อนาคต”อันใกล้

คล้ายกับจะเป็นเรื่องระหว่าง “พรรคเพื่อไทย”กับ”พรรคประ ชาธิปัตย์”อันเป็นคู่แข่งกัน

เพราะเห็นการออกมาของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

เพราะเห็นการออกมาของ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม และรวมถึง นายวิรัตน์ กัลยาศิริ

Advertisement

เป็นเช่นนั้น

แต่ทุกคนก็เห็นว่าทั้ง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม และ นายวิรัตน์ กัลยาศิริ อิงอยู่กับรัฐบาล อิงอยู่กับคสช.

พูดด้วยน้ำเสียงเดียวกันกับ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด

พูดด้วยน้ำเสียงเดียวกันกับ พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง และ พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์

จึงโยงถึง”อนาคต”ของ”คสช.”

แม้ว่าท่าทีอันมาจาก พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด ยังปักหลักว่าวิกฤตครั้งนี้มีส่วนจาก “การเมือง”

เช่นเดียวกับ ความเงียบจาก”คสช.”

กระนั้น หากสัมผัสได้กับ”ท่าที”ของหัวขบวนของรัฐบาลและของคสช.

ก็จะเริ่มเห็นความแปรเปลี่ยน

เป็นความแปรเปลี่ยนที่กำชับว่าจะไม่มีการตอบโต้ไปมาในเรื่องข้าว

เป็นความแปรเปลี่ยนจากคำ “ขอโทษ”

เป็นการขอโทษไปยัง”สมาคมโรงสีข้าวไทย” เป็นการเรียกร้องมิให้มีการลาออก “ทั้งยวง”

การแปรเปลี่ยนนี้ “สำคัญ”

คำขอโทษอันสื่อโดยตรงไปยัง “สมาคมโรงสีข้าวไทย” เท่ากับเป็นการยอมรับ

ยอมรับว่าการตัดสินใจของ”สมาคม”มีเหตุผล

ขณะเดียวกัน ยอมรับว่า “บทสรุป”ที่เห็นว่ามีการสมคบคิดกันระหว่างโรงสีกับกลุ่มการเมืองมีความคลาดเคลื่อน

จึงจำเป็นต้อง”ถอย”กลับไป”ตั้งหลัก”

โฆษกอย่าง พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด จึงจำเป็นต้องเบรก

โฆษกอย่าง พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง และ พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ จึงจำเป็นต้องเบรก

ท่าทีแบบนี้ถือได้ว่าเป็น”ท่าที”ใหม่

สะท้อนให้เห็นว่า วิกฤตอันเนื่องแต่”ราคาข้าว”เป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องอันมีผลสะเทือน

ไม่เพียงในทาง”เศรษฐกิจ”หากแต่ในทาง“การเมือง”

ทำให้ท่าทีของรัฐบาล ทำให้ท่าทีของคสช.ต่างไปจากเมื่อหลังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557

นั่นก็คือ ไม่เหมือนเดิม