‘เอกภาพ พลซื่อ’ นายกอบจ.ร้อยเอ็ด โดนศาลสั่งตัดสิทธิ์เลือกตั้ง แห้วลงส.ส.พปชร.

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 สั่งเพิกถอนสิทธิ “เอกภาพ พลซื่อ” นายกอบจ.ร้อยเอ็ด10 ปีชดใช้34ล้าน

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ที่ จ.ขอนแก่น นายเอกภาพ พลซื่อ นายกอบจ.ร้อยเอ็ด เดินทางมา เพื่อฟังคำพิพากษากรณี คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ภาค ให้เพิกถอนสิทธิสมัครและสิทธิรับเลือกตั้งของนายเอกภาพ 4 ข้อหา คือ 1 กรณีปราศรัยในการเลือกตั้ง อบจ.ครั้งล่าสุด กล่าวหาว่าในการนับคะแนนเลือกตั้งนายกอบจ.ปี 55 เกิดไฟดับ 2 ชั่วโมง ทำให้คะแนนของ นางรัชนี พลซื่อ ภรรยา ซึ่งเป็นผู้สมัครนายก อบจ.ในขณะนั้นพลาดเป็นนายก อบจ.ปี 2555 2.เรื่องทำสัญญาเงินกู้กับธนาคารออมสิน 410 ล้านบาท 3.การซื้อเครื่องบินทำฝนเทียม และ 4.เรื่องการสร้างอาคารห้องน้ำโรงเรียนกีฬา จ.ร้อยเอ็ด โดยศาลพิพากษายกฟ้อง 3 ข้อหา ส่วนอีก 1 ข้อหา กรณีไฟดับจนเกิดเป็นข้อครหาดังกล่าว ศาลได้พิพากษาตัดสินให้ตัดสิทธิ์ทางการเมือง พร้อมชดใช้ค่าเสียหายการเลือกตั้งให้ กกต.เบื้องต้น 34 ล้านบาท

นายเอกภาพ กล่าวภายหลัง การฟังคำตัดสินของศาลว่า กกต. ให้ใบแดงมา 4 ใบ แต่ 3 ใบนั้นศาลยกฟ้อง ส่วนเรื่องที่ได้ใบแดงนั้น เป็นเรื่องที่ตนปราศรัยเมื่อ 8 ปีที่แล้ว เรื่องเหตุการณ์ไฟดับแล้วมีการโกงกัน แต่ตนไม่ได้ระบุว่าใครโกง มันเป็นความรู้สึกของตัวเองไม่ค่อยแฮปปี้เท่าไหร่ ซึ่งศาลตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี ให้ชดใช้ค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณา แต่ กกต. ขอมา34 ล้านบาท ตนเองมองว่าเงินเดือนแค่ 7 หมื่นกว่าบาท แต่ต้องมาชดใช้ถึง 30 ล้านบาทก็ต้องสู้ต่อไป

“ประเด็นที่เกิดขึ้นเป็นประเด็นเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ผมปราศรัยความเก่าความหลังให้ชาวบ้านฟังเท่านั้น แต่ไม่เป็นไร หลังจากนี้คงต้องเตรียมผู้สมัครที่เป็นทายาทลงสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งเชื่อว่า พี่น้องชาวร้อยเอ็ดยังรักและเอ็นดูในตนเอง เพราะตนตั้งใจพัฒนาร้อยเอ็ด และเป็นสิ่งที่ทำมาตลอด ซึ่งที่ผ่านมาผมพึ่งรับหน้าที่กลางเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ต่อมา 8 กันยายน 2564 ก็ได้ใบแดง แต่ผมก็ทำดีที่สุดแล้ว และมุ่งมั่นตั้งใจที่จะพัฒนาร้อยเอ็ด จึงอยากฝากพี่น้องชาวร้อยเอ็ด ถึงแม้ตัวเองจะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง แต่ตนเองยังมีทายาท เพื่อพัฒนาร้อยเอ็ดให้เจริญ” นายเอกภาพ กล่าว

สำหรับคดีนี้ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่คำวินิจฉัย กกต.ให้มีการยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาค เพื่อสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง นายเอกภาพ และสั่งให้มีการเลือกตั้งนายกอบจ.ร้อยเอ็ด ใหม่ แทนนายเอกภาพ ตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น 2562 มาตรา 108 วรรคสอง และให้นายเอกภาพรับผิดในค่าใช้จ่ายสำหรับการเลือกตั้งครั้งที่เป็นเหตุให้ศาลมีคำสั่ง รวมทั้งดำเนินคดีอาญานายเอกภาพตามมาตรา 65 วงเล็บ 5 ประกอบมาตรา 126 ของกฎหมายเดียวกัน

เนื่องจาก กกต.เห็นว่า ข้อความที่นายเอกภาพปราศรัยหาเสียงเลือกตั้งนายก อบจ.เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2563 ที่โรงเรียนชุมชนบ้านผำ ต.เมืองสรวง อ.เมืองสรวง จ.ร้อยเอ็ด ว่า “เอาแต่ประโยชน์ทั้งนั้นเลย…หาแต่สิเอาเปอร์เซ็นต์นี้กะดาย..อ่านหาแต่เงินนี้กะดาย” และ “มึงต้องการเปอร์เซ็นต์แม่นบ่ครับ” เป็นกรณีที่นายเอกภาพมีเจตนากล่าวหา นายมังกร ยนต์ตระกูล อดีตนายก อบจ.และเป็นผู้สมัครนายก อบจ.ที่มีแนวคิดเรื่องการจัดซื้อเครื่องบินทำฝนเทียม ว่าดำเนินการเพราะต้องการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ ซึ่งเป็นการกระทำโดยทุจริตเพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ค่าตอบแทนแก่ตัวนายมังกร และย่อมส่งผลต่อคะแนนนิยมของนายมังกร รวมทั้งการปราศรัยด้วยข้อความว่า “ก่อนหน้านี้ไปกู้เงินออมสิน 400 กว่าล้านสตง.ตรวจมาแล้วครับว่ามันทุจริต”

และแจกเอกสารมีข้อความว่า “อบจ.ร้อยเอ็ด กู้เงินธนาคารออมสิน 410 ล้านบาท ปีงบประมาณ 2553 ถึง 2554 สมัยมังกร เป็นนายก อบจ.ร้อยเอ็ด เป็นการกู้เงินที่ไม่ได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จึงเป็นการไม่ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวง มท. อบจ.ร้อยเอ็ด จึงไม่ต้องรับผิดชอบผู้กู้ต้องรับผิดชอบเอง” ซึ่ง กกต.เห็นว่า กรณีดังกล่าวศาลปกครองอุบลราชธานีได้มีคำพิพากษาว่าการที่อบจ.ร้อยเอ็ดทำสัญญากู้เงินปี 2554 กับธนาคารออมสินวงเงิน 410 ล้านบาท ถือเป็นการกู้เงินที่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อบจ.ร้อยเอ็ด จึงมีหนี้ผูกพันกับธนาคารออมสิน การที่ อบจ.ร้อยเอ็ด ตั้งงบประมาณรายจ่ายจากงบประมาณกลางเพื่อชำระหนี้ดอกเบี้ยหรือค่าปรับเงินกู้ธนาคาร จำนวน 17 ล้านบาทเศษ เพื่อแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจและการก่อสร้างสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ จึงไม่ได้เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายตามที่นายเอกภาพอ้าง

นอกจากนี้ การที่นายเอกภาพปราศรัยในวันที่ 17 ธันวาคม 2563 ที่สนามหน้าที่ว่าการอำเภอศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด เกี่ยวกับการสร้างอาคาร ห้องน้ำโรงเรียนกีฬาจังหวัดร้อยเอ็ด โดยมีข้อความว่า “นายกหาแต่เปอร์เซ็นต์ก่อสร้างอาคาร” ซึ่งข้อความดังกล่าวย่อมทำให้วิญญูชนทั่วไปเข้าใจได้ว่าเหตุที่นายมังกรอดีตนายก อบจ.ก่อสร้างอาคารนั้น เพราะต้องการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบจากการก่อสร้างอาคาร และไม่มีมาตรฐานในการก่อสร้างอาคาร ซึ่งย่อมส่งผลต่อคะแนนนิยมของนายมังกร กระทำดังกล่าวทั้งหมดของนายเอกภาพ จึงเข้าข่ายปราศรัยหาเสียงโดยมีเจตนาหลอกลวงใส่ร้ายด้วยความเท็จจงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตน

ทั้งนี้ นายเอกภาพ มีชื่อเป็นว่าที่ผู้สมัครส.ส.ร้อยเอ็ด ของพรรคพลังประชารัฐ ที่กำลังจะมีการเปิดตัว ในระหว่างกิจกรรม “พลังประชารัฐ พลังเพื่อชาติไทย” ที่จังหวัดหนองคาย ในวันที่ 6 สิงหาคม โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พปชร. พร้อมแกนนำพปชร. จะมาขึ้นเวทีกล่าวปราศรัยด้วย

ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon