‘สพม.’เปิดโฟกัสกรุ๊ป 14 พ.ย.ถกกม.ลูก ชงกรธ. รับโทษตัดสิทธิ์ 5 ปี นักการเมืองยังไม่เข็ด

6.11.16 | 10:53 น.
ประธานสพม. ธีรภัทร์

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ ประธานสภาพัฒนาการเมือง (สพม.) กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำประเด็นและสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งทั้ง 4 ฉบับ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ว่า ทาง สพม.ได้ดำเนินการใน 3 ส่วน ประกอบด้วย การร่วมมือกับทาง”นิด้าโพลล์”ของ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ในการไปสอบถามคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ เกี่ยวกับเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ทั้ง 4 ฉบับ จำนวน 7,500 ชุด โดยจะมีการสรุปผลในวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้ รวมถึงการรับฟังความคิดเห็นประชาชน ซึ่งดำเนินการโดยคณะกรรมประสานงานระดับกลุ่มจังหวัด 18 กลุ่ม ได้มีการกำหนดประเด็นรับฟังความเห็นในลักษณะเดียวกันกับการสำรวจความคิดเห็นของนิด้าโพลล์ และจะมีการสรุปผลกลับมาในวันที่ 11 พฤศจิกายนเช่นเดียวกัน นอกจากนี้จะมีการจัดกิจกรรมโฟกัสกรุ๊ป เพื่อระดมความเห็นจากบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งนักการเมือง อดีต ส.ว. องค์กรอิสระ ภาคประชาสังคม และสื่อมวลชน ที่จะจัดในวันที่ 14 พฤศจิกายน เวลา 09.00 น. และเมื่อได้ข้อสรุปแล้ว จะมีการนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมสภาพัฒนาการเมือง เพื่อรับทราบก่อนนำเสนอต่อคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป ส่วนความเห็นที่สพม.ส่งไปจะได้รับการพิจารณาหรือไม่ขึ้นกับดุลพินิจของกรธ.


เมื่อถามว่าการเขียนกฎหมายของกรธ.ที่มีลักษณะจำกัดและคุมเข้มกลุ่มการเมือง จะส่งผลดีต่อการเมืองในอนาคตอย่างไร นายธีรภัทร์ กล่าวว่า ยังไม่รู้ว่ามีการจำกัดไว้อย่างไรบ้าง ในเรื่องนี้ก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่เราได้ไปสอบถามประชาชน และจะนำมาเป็นส่วนหนึ่งของการทำโฟกัสกรุ๊ปที่สพม.จะจัดขึ้นด้วย ส่วนการกำหนดบทลงโทษถึงขั้นตัดสิทธิ์ทางการเมืองนั้น นายธีรภัทร์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องดูระดับความรุนแรงว่ามีการกำหนดไว้มากน้อยเพียงใด แต่ที่ผ่านมามีการกำหนดโทษไว้ 5 ปี ก็ดูเหมือนนักการเมืองจะไม่เข็ด การจะมากำหนดเพิ่มถึงขั้นตัดสิทธิ์ทางการเมือง ควรต้องดูขนาดความรุนแรงว่าเราจะให้โอกาสคนขนาดไหน
“ส่วนตัวผมมองว่า ใครที่จะมาเป็น ส.ส. ส.ว. หรือ รัฐมนตรี ควรที่จะเข้ามาด้วยความสุจริต ทั้งทางกาย ใจ และวาจา ไม่ควรมาเพื่อวางแผนหรือกอบโกย ถ้าการได้มาซึ่งตำแหน่งหน้าที่โดยไม่สุจริต ก็ไม่ควรเข้ามา เพราะจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่บ้านเมือง”นายธีรภัทร์ กล่าว
นายธีรภัทร์ กล่าวถึงแนวคิดในการเซตซีโร่องค์กรอิสระว่า ยังไม่รู้ว่ารัฐธรรมนูญใหม่ เมื่อมีผลใช้บังคับจะมีผลอย่างไรกับผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ถ้ามีการกำหนดคุณสมบัติ อำนาจหน้าที่ใหม่ และมีผลต่อคุณสมบัติของผู้ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ก็อาจจะต้องเซตซีโร่ แต่ถ้าไม่ได้มีอะไรที่มีผลกับผู้ที่ทำหน้าที่อยู่ก็ไม่จำเป็นต้องเซตซีโร่แต่ทั้งนี้ก็คงต้องไปดูในหลักการและแนวทางที่กำหนดไว้