หน้าแรก การเมือง จตุพร นัด 23 ...

จตุพร นัด 23 ส.ค. แยกคอกวัว อยู่ยาวถึงเที่ยงคืน ส่ง ‘ประยุทธ์’ พ้นเก้าอี้นายกฯ

7.08.22 | 21:20 น.

จตุพร นัด 23 ส.ค. แยกคอกวัว อยู่ยาวถึงเที่ยงคืน ส่ง ‘ประยุทธ์’ พ้นเก้าอี้นายกฯ

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว ถนนราชดำเนิน กรุงเทพฯ คณะหลอมรวมประชาชน นำโดย นายจตุพร พรหมพันธุ์ และ นายนิติธร ล้ำเหลือ หรือทนายนกเขา จัดกิจกรรม “โกง…ความตาย 8 ปีไม่ไป คนไทยจัดการอย่างไร? กับประยุทธ์” โดยเมื่อเวลา 18.00 น. ผู้ปราศรัยและประชาชนที่มาร่วมกิจกรรมได้ยืนเคารพธงชาติร่วมกัน

จากนั้นเวลา 18.01 น. นายไทกร พลสุวรรณ อดีตแกนนำอีสานกู้ชาติ กล่าวปราศรัยว่า ผู้ปราศรัยหลายคนได้พูดว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อยู่ครบ 8 ปีแล้ว ได้รับตำแหน่งจากการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ที่นัดประชุมกันในวันที่ 21 สิงหาคม 2557 โดยสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติลงมติเลือก พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ จากนั้น นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 และลงประชามติในวันที่ 7 สิงหาคม 2559

นายไทกรกล่าวว่า ต้องบอกความจริงว่าก่อนที่จะนำรัฐธรรมนูญไปให้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศลงประชามตินั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้อ่านแล้วแต่ไม่เข้าใจคือหมวดคณะรัฐมนตรี โดยได้ไปถามกับนายมีชัย และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี โดยถามว่า มาตรา 158 วรรคที่ 4 ที่เขียนว่านายกฯจะดำรงตำแหน่งรวมกันแล้วไม่เกิน 8 ปีมิได้ แม้ว่าจะเป็นการดำรงตำแหน่งติดต่อกันหรือไม่ก็ตาม หมายความว่าอย่างไร และทำไมจึงเขียนแบบนั้น นายมีชัยและนายวิษณุตอบว่าเป็นไปตามความประสงค์ของ พล.อ.ประยุทธ์ที่ต้องการเขียนเอาเปรียบนายกฯทุกคน ไม่ว่าจะเป็นชวน หลีกภัย, ทักษิณ ชินวัตร และยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพราะคนเหล่านี้เป็นนายกฯมาแล้วคนละหลายปี นี่คือที่มาของที่มาของมาตรา 158 ที่ไม่เขียนบัญญติต่อไปว่าให้มีผลบังคับใช้หลังการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ หรือไม่เขียนว่าให้มีผลบังคับใช้หลังการเป็นนายกฯครั้งแรกจากการเลือกตั้งทั่วไป ตนต้องอธิบายเพื่อให้ท่านทั้งหลายเข้าใจว่ามาตรา 158 พล.อ.ประยุทธ์ทราบดีและตีความได้ถูกต้อง

“สิ่งที่เราพูดตั้งแต่ผู้ปราศรัยคนแรกจนถึงผม พล.อ.ประยุทธ์จะตอบคำเดียวว่า กูไม่ออก ไล่อย่างไรกูก็ไม่ออก พล.อ.ประยุทธ์วางแผนว่าจะทำอย่างไรก็ต้องหาช่องและเป็นนายกฯต่อไปให้ได้ เพราะถ้าออก หนึ่ง จะหมดอำนาจ สอง มีโอกาสใช้ชีวิตบั้นปลายขึ้นโรงขึ้นศาล” นายไทกรกล่าว

Advertisement

นายไทกรกล่าวต่อว่า มีเพียงพี่น้องประชาชนเท่านั้นที่จะสกัดกั้นไม่ให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯหลังวันที่ 23 สิงหาคม ที่พูดเช่นนี้เพราะวันนี้มีการเตรียมการที่จะอยู่เป็นนายกฯในวันที่ 24 สิงหาคม ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 14 มีนาคม 2566 นี่คือความคิดของ พล.อ.ประยุทธ์ที่วันนี้สั่งการที่จะเตรียมแก้กฎหมายเลือกตั้งให้ตัวเองได้เปรียบที่สุด เมื่อเรารู้แล้วว่า พล.อ.ประยุทธ์จะอยู่ต่อ ประชาชนจะทำอย่างไร

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ต่อมา เวลา 19.25 น. นายจตุพรขึ้นปราศรัยว่า หลายคนได้มีการวิเคราะห์กันว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นคนฉลาดหรือไม่ ตนได้เคยพูดไว้นานแล้วว่า พล.อ.ประยุทธ์ฉลาดในการยึดอำนาจ ในการรักษาอำนาจ แต่ไม่ฉลาดในการรักษาชาติให้รอด ถ้านายกฯไม่ได้ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ แน่นอนที่สุดทุกคนต่างก็มีความเชื่อว่าอย่างไรก็ตามหลังจากเที่ยงคืนของวันอังคารที่ 23 สิงหาคม ซึ่งจะเป็นวันสุดท้ายของ พล.อ.ประยุทธ์ แต่ความเป็นประยุทธ์ไม่ยอมลงง่ายๆ ต้องการจะยื้อกันต่อ

นายจตุพรกล่าวว่า สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นักข่าวถาม พล.อ.ประยุทธ์ว่าจะยึดอำนาจหรือไม่ เขาตอบว่า ไม่ยึดอำนาจ และเมื่อยึดอำนาจก็ประกาศว่า ขอเวลาอีกไม่นาน หลังจากนั้นก็มีการออกแบบโดยรู้ว่าประชาชนต้องการที่จะเลือกตั้ง และเมื่อจะเลือกตั้งก็ต้องมีรัฐธรรมนูญ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาประชาชนและนักเลือกตั้งต่างก็หลงกลเกมของ พล.อ.ประยุทธ์ตลอดเวลา ก่อนหน้านี้มีคนเข้าใจตนผิดเป็นจำนวนมากว่าตนคิดอะไรอยู่ ตนเป็นคนที่เจ็บที่สุดคนหนึ่ง เพราะเชื่อมาโดยตลอดไม่ว่าในขณะที่เป็นนักต่อสู้ หรือเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตนรู้ตลอดเวลาว่า พล.อ.ประยุทธ์วางแผนในการยึดอำนาจ บอกกับรัฐบาลที่มาจากเลือดเนื้อของประชาชนว่า จะต้องรับรองเขตอำนาจศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) นอกจากจัดการเรื่องเข่นฆ่าประชาชนแล้ว ยังเป็นการป้องปรามการปฏิวัติ แต่ ดร.สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในตอนนั้นบอกว่าไม่ได้ขึ้นอยู่กับตนเอง ตนจึงบอก น.ส.ยิ่งลักษณ์ว่าให้รีบประกาศรับรองเขตอำนาจศาลอาญาระหว่างประเทศ ไม่เช่นนั้นจะถูกยึดอำนาจ โดยให้คนมาตอบตนว่า พล.อ.ประยุทธ์ที่เป็น ผบ.ทบ.ตอนนั้น บอกว่า ถ้ารับรองเขตอำนาจศาลอาญาระหว่างประเทศ จะทำการยึดอำนาจ ตนจึงบอกทันทีว่านี่คือการวางแผนจะยึดอำนาจ

นายจตุพรกล่าวต่อว่า ตอนที่ออกมาชุมนุมนั้น รู้ว่าอย่างไรก็แพ้กลไกอำนาจทั้งหมด รัฐบาลอย่าว่าแต่สั่งคน จะสั่งแมวสักตัวก็ไม่ได้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาตนก็พูดชัดว่าคนจะเป็นนายกฯต่อจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์คือ พล.อ.ประยุทธ์ เราเห็นเพราะอยู่ในสนาม รู้ว่าเขาคิดอะไร วันนี้ที่ต้องมาบอกกับพี่น้องประชาชนคือเราต่อสู้กันมาตลอดชีวิต ไม่ใช่เพื่อใครคนใดคนหนึ่ง ถ้าทำเพื่อใครคนหนึ่งตนจะไม่เลือกหนทางเหล่านี้ เพราะที่มาวันนี้ก็ไม่รู้จะติดคุกกันวันไหน แต่เราก็ต่างมองเห็นกันแล้วว่าประชาชนทุกฝ่ายเราต่างถูกหลอกกันแทบทั้งสิ้น ชนะแต่ละครั้งแทนที่จะให้อำนาจแก่ราษฎร เชื่อมั่นประชาชน แต่กลับไปเชื่อมั่นคนที่จะยึดอำนาจตัวเอง

ต่อมา นายจตุพรกล่าวว่า ในวันที่ 23 สิงหาคม ลองมาอนุสรณ์สถาน 14 ตุลาอีกสักรอบ แต่ถ้าอยากให้พล.อ.ประยุทธ์อยู่ต่อในปี 66-70 พี่น้องก็นอนอยู่บ้านเป่าพัดลมเล่นไปตามสบาย แต่พี่น้องเห็นว่ามันทนไม่ได้แล้วจึงลุกขึ้นมาจัดการ

“วันนี้เมื่อปี 2559 เป็นวันทำประชามติ แต่วันนี้ปี 2565 เป็นวันที่บอกกับพี่น้องว่า พล.อ.ประยุทธ์มีเวลาตามรัฐธรรมนูญที่เขียนขึ้นมาเอง อีก 16 วันเท่านั้น วันที่ 23 สิงหาคมหลังเที่ยงคืน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯเถื่อนโดยฉับพลันทันด่วน

“หลายคนถามว่าเราต้องไปที่หน้าทำเนียบรัฐบาลหรือไม่ เราให้พี่น้องล้นที่นี่ก่อน ถ้าประชาชนนอนอยู่บ้าน พล.อ.ประยุทธ์ก็ยังอยู่ มันอยู่ที่ประชาชน ถ้าประชาชนไม่พร้อม ประยุทธ์ก็อยู่ต่อไป แต่ถ้าประชาชนพร้อม พล.อ.ประยุทธ์ก็ไป 23 สิงหาคม เที่ยงคืนเป็นต้นไป จบประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายจตุพรกล่าว

นายจตุพรกล่าวต่อว่า ให้ติดตามการเคลื่อนไหวของคณะหลอมรวมประชาชนวันนี้เป็นเรื่องชาติบ้านเมือง เรื่องอนาคตของประเทศ เราทำด้วยความอดทน

“เราสู้กับความรู้สึกแบบเดิมๆ ที่เวียนว่ายตายเกิดมา 90 ปี นับตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง เราไม่เคยมีอำนาจของประชาชนแท้จริงแม้แต่ครั้งเดียว ผมพูดทุกครั้งว่า ก่อนตายอยากจะเห็นสักครั้งหนึ่งว่าในวันที่ประชาชนมีอำนาจอย่างแท้จริงสักครั้ง เราไม่เคยมีประชาธิปไตยที่แท้จริงเพียงวันเดียว เพราะฉะนั้น วันนี้เราจำเป็นจะต้องกำหนดชะตากรรมนี้ด้วยตัวเราเอง ชะตากรรมของประเทศนี้ไม่มีใครดลบันดาลให้เราได้ เราต้องต่อสู้เพื่อให้ได้ชัยชนะมา วันที่ 23 สิงหาคม ให้พี่น้องเตรียมเสื้อผ้าไว้ด้วยเพราะเราจะชุมนุมกันจนกระทั่งถึงเที่ยงคืนเป็นอย่างน้อยเพื่อรอส่งพล.อ.ประยุทธ์” นายจตุพรกล่าว

จากนั้นเวลา 20.30 น. ผู้ปราศรัยได้ขึ้นบนเวทีและร้องเพลงของคณะหลอมรวมประชาชนเพื่อส่งประชาชนกลับบ้าน ก่อนจะประกาศนัดหมายกิจกรรมอีกครั้งในวันที่ 14 สิงหาคม เวลา 16.00 น. ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา