สถานีคิดเลขที่ 12 : นายกฯคนต่อไป

9.08.22 | 09:33 น.
สถานีคิดเลขที่ 12 : นายกฯคนต่อไป ตอนนี้บรรดาผู้ตั้งใจจะเป็น ส.ส.

สถานีคิดเลขที่ 12 : นายกฯคนต่อไป

ตอนนี้บรรดาผู้ตั้งใจจะเป็น ส.ส. และรัฐบาลหลังการเลือกตั้งครั้งหน้าต่างออกเดินสายหาเสียงกันคึกคัก

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นำพลพรรคไปอีสาน ประกาศที่หนองคายว่าจะกวาด ส.ส.ทั้งหมดมาเป็นของพรรค

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรค นำทีมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ลพบุรี

พร้อมกันนี้ได้ประกาศความพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยหน้า

ขณะที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือ อุ๊งอิ๊ง หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย พร้อมด้วย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ขึ้นเชียงรายชักชวนให้ประชาชนลงคะแนนแบบแลนด์สไลด์

Advertisement

แต่สำหรับตำแหน่งแคนดิเดตนายกฯนั้น อุ๊งอิ๊งยืนยันคำเดิม คือต้องให้ประชาชนเป็นคนเลือก

ประเด็นนายกรัฐมนตรีควรจะเป็นใครนี้มีความน่าสนใจ เพราะขณะนี้ดูเหมือนว่ากลไกรัฐธรรมนูญสามารถ “ล็อกเป้า” นายกรัฐมนตรีคนต่อไปได้

เนื่องจาก ส.ว.ที่มีอยู่ 250 คน สามารถโหวตเลือกนายกฯได้เหมือนเมื่อปี 2562

เสียง 250 เสียง จากเสียงของรัฐสภาทั้งหมด 750 เสียง หรือกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ ย่อมมีโอกาส “ล็อกเป้า” นายกรัฐมนตรีได้อยู่แล้ว

แม้เมื่อปี 2562 กลไกดังกล่าวได้ล็อกให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีคนก่อนเป็นนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน

แต่สถานการณ์เมื่อปี 2562 กับสถานการณ์ในการเลือกตั้งครั้งหน้าย่อมไม่เหมือนกัน

สถานการณ์เมื่อปี 2562 คนต้องการให้ประเทศพ้นจาก คสช.ไปสู่การเลือกตั้ง

บรรดาพรรคการเมืองก็ใช้เหตุผลนี้ในการเข้าร่วมรัฐบาล

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ก็ยังไม่ได้แสดงฝีมือในสภาที่มีผู้แทนราษฎรจากการเลือกตั้งรวมอยู่ด้วย

แต่การเลือกนายกรัฐมนตรีภายหลังการเลือกตั้งครั้งหน้า สถานการณ์ต่างๆ เปลี่ยนไปแล้ว

ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ได้แสดงฝีมือในการบริหารประเทศจนทุกคนประจักษ์

ที่ผ่านมา บรรดาพรรคการเมืองต่างสร้างฐานพลังขึ้นมาได้มากพอที่จะต่อต้านเครือข่าย คสช.

ยิ่งกระแสของสังคมที่แสดงออกต่อการบริหารราชการแผ่นดินที่ผ่านมา

ทั้งผลโพลนิด้าที่มองว่า พล.อ.ประยุทธ์ควรจะลงจากเก้าอี้ก่อน 8 ปี ในวันที่ 24 สิงหาคมนี้

ทั้งความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนดังที่รวมตัวกันเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์เสียสละ

ทั้งการนัดชุมนุมเพื่อบอกให้ พล.อ.ประยุทธ์พอได้แล้ว

รวมไปถึงความปรารถนาดีของ นายจรัญ ภักดีธนากุล ที่แนะนำให้ข้อกังขาเรื่องนายกฯ 8 ปีควรจะมีคำตอบก่อนวันที่ 24 สิงหาคม เพราะเกรงว่าหากปล่อยให้เก้าอี้นายกฯมีข้อครหา จะมีผลต่อการบริหาร

ทุกประการชี้ให้เห็นถึงสถานการณ์ในวันนี้ที่แตกต่างจากสถานการณ์เมื่อวันก่อน

แต่กลไกตามรัฐธรรมนูญยังคงตอบสนองสถานการณ์เมื่อวันก่อน

จึงเกรงว่า หากการเลือกนายกฯในรัฐสภายังคงอยู่ในกลไก “ล็อกเป้า” ได้เช่นเดิม

หมายความว่า ถ้าการเลือกตั้งไม่ได้ตอบโจทย์ประชาชน แต่เป็นการตอบสนองความต้องการของผู้มีอำนาจ

ผลที่ตามมาอาจทำให้สถานการณ์ของประเทศแย่กว่านี้

ดังนั้น นายกฯคนต่อไปจึงควรตอบโจทย์ประชาชน

กลไกที่ “ล็อกเป้า” ควรจะเลิกภารกิจเพื่อผู้มีอำนาจ แล้วหันกลับมาตอบสนองความต้องการของประชาชน

มองผลการเลือกตั้ง แล้วผลักดันให้เจตนาของประชาชนเป็นความจริง

นายกรัฐมนตรีคนต่อไปควรจะมาจากความต้องการของประชาชน

นฤตย์ เสกธีระ
[email protected]