‘ทักษิณ’ ชนะคดีขายหุ้นชิน รอดถูกเรียกภาษี 1.7 หมื่นล้าน

9.08.22 | 08:01 น.

‘ทักษิณ’ ชนะคดีขายหุ้นชิน รอดถูกเรียกภาษี 1.7 หมื่นล้าน

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา ศาลภาษีอากรกลางมีคำพิพากษาคดีความแพ่ง หมายเลขดำ ภ.220/2563 ที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเป็นโจทก์ยื่นฟ้องกรมสรรพากร, นายพงษ์ศักดิ์ เมธาพิพัฒน์ ผู้แทนอธิบดีกรมสรรพากร, นายประภาส สนั่นศิลป์ ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด จำเลยที่ 3 นายพิสิทธิ์ ศรีวรานันท์ ผู้แทนกรมการปกครอง ในฐานะคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์กรณีประเมินเรียกเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จากการขายหุ้นบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จำนวน 17,000 ล้านบาท โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ศาลภาษีอากรกลางพิจารณาวินิจฉัย มีสาระสำคัญว่า การที่เจ้าพนักงานของจำเลยที่ 1 ถือเอาการออกหมายเรียก นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร บุตรสาวนายทักษิณ ในฐานะตัวแทนเชิด ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะการประเมินภาษีต้องออกหมายเรียกไปยังนายทักษิณซึ่งเป็นผู้ถูกประเมินโดยตรง อีกทั้งเจ้าพนักงานประเมินไม่ได้ออกหมายเรียกนายทักษิณภายในกำหนดเวลาตามมาตรา 19 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับนิติกรรมที่ทำขึ้นไม่ก่อให้เกิดการโอนกรรมสิทธิ์ในหุ้นชินคอร์ปแต่อย่างใด โดยยังถือว่านายทักษิณเป็นเจ้าของหุ้นบริษัทดังกล่าวอยู่

ดังนั้น คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ที่วินิจฉัยยืนตามการประเมินภาษี จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายเช่นเดียวกัน แต่เจ้าพนักงานประเมินและจำเลยที่ 2-4 กระทำไปตามอำนาจหน้าที่จึงไม่ต้องรับผิดเป็นการส่วนตัว จึงพิพากษาให้เพิกถอนการประเมินตามหนังสือแจ้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.12) และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2-4 ในฐานะคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ตาม กรมสรรพากรยังสามารถยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาได้ คดีดังกล่าวศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาคดีที่อัยการสูงสุดยื่นฟ้องนายทักษิณคดีร่ำรวยผิดปกติ ขอให้ริบทรัพย์สิน 7.6 หมื่นล้านบาท พร้อมดอกผลที่ได้มาจากการขายหุ้นชินคอร์ปอเรชั่นตกเป็นของแผ่นดิน โดยพิพากษาว่านายทักษิณใช้อำนาจขณะดำรงตำแหน่งนายกฯ ออกนโยบายเอื้อประโยชน์ชินคอร์ปที่ครอบครัวถือหุ้น ทำให้มีทรัพย์สินร่ำรวยผิดปกติ จึงให้ยึดทรัพย์สินในชื่อนายทักษิณและครอบครัวที่ได้จากการขายหุ้นชินคอร์ป จำนวน 4.6 หมื่นล้านบาท พร้อมดอกผลตกเป็นของแผ่นดิน

ต่อมา ช่วงปี 2549-2552 กรมสรรพากรได้ประเมินภาษีโอนหุ้นชินคอร์ปกับนายพานทองแท้และ น.ส.พินทองทา โดยระบุว่าเป็นตัวแทนของนายทักษิณ จึงต้องเก็บภาษีจากคนทั้งสอง นำมาสู่การฟ้องร้องคดีนี้

Advertisement