“เพื่อไทย” อัด “บิ๊กตู่” ล้มเหลว โลกขาดอาหารแต่เกษตรกรไทยกลับลำบาก ชี้ รัฐบาลขาดเอกภาพ มัวแต่แก้ปัญหาการเมือง ไม่สนใจปัญหาเกษตรกร
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 ส.ค. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายเอกชัย ทรงอำนาจเจริญ ส.ส.อุบลราชธานี และคณะทำงานเศรษฐกิจพรรค พท. กล่าวว่า สงครามรัสเซีย-ยูเครน นอกจากจะทำให้ราคาพลังงานของโลกสูงแล้ว ราคาอาหารและสินค้าเกษตรก็สูงขึ้นด้วย แต่เกษตรกรไทยกลับไม่ได้ประโยชน์ ราคาสินค้าเกษตรไม่เพิ่ม แถมยังต้องเจอกับปุ๋ยแพง น้ำมันแพง ปัจจัยการผลิตและค่าครองชีพเพิ่มสูงขึ้น ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความมั่นคงทางอาหารสูง เกษตรไทยมีความสามารถในการผลิต แต่การบริหารจัดการของรัฐบาลทำให้เกษตรกรไทยไม่สามารถลืมตาอ้าปากได้ รัฐบาลมัวแต่ดีใจที่เรามียอดส่งออกผลไม้มากขึ้น แต่ ไม่เห็นใจเกษตรกรผู้เพาะปลูก ที่มีรายได้ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน เกษตรกรผู้ปลูกลำไย มังคุด ประสบปัญหาราคาตกต่ำ ขาดทุนต่อเนื่องมาหลายปี ไม่คุ้มค่าการลงทุน ปัจจัยการผลิตราคาสูง ปุ๋ยจากเดิมกระสอบละ 500-600 ขึ้นราคามา 1,500-1,600 บาท สวนทางกับราคาลำไย ขายได้กิโลละ 50 สตางค์ นับว่าตกต่ำที่สุดแล้วในรอบ 30 ปี มังคุดราชินีผลไม้ของไทย ที่มีการส่งออกสร้างรายได้ปีละนับหมื่นล้านบาท ราคาตกต่ำผันผวน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ราคากิโลกรัมละ 100-120 ปัจจุบัน ราคา 25-30 บาท ชาวสวนมังคุดต้องประสบปัญหาขาดทุน
นายเอกชัย กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ เกษตรกร ผู้เลี้ยงโค กระบือ ยังประสบปัญหาการกลับมาระบาดใหม่ของโรคลัมปีสกิน วัคซีนไม่เพียงพอเช่นเดิม รัฐบาลควรจะได้รับบทเรียนและแก้ไข และเกษตรกรรายย่อยผู้เลี้ยงหมู ยังไม่ได้รับเงินชดเชย จากการระบาดของโรคอหิวาต์หมูทั้งที่ผ่านมาเป็นปี หมูที่ขายในท้องตลาดยังมีการปนเปื้อนของเชื้ออหิวาต์หมูกว่าครึ่ง และอีกไม่นานข้าวหอมมะลิของภาคอีสานกำลังจะออกสู่ท้องตลาด ผู้ส่งออกรายใหญ่อย่างอินเดียและเวียดนามเจอปัญหา ฤดูมรสุมอินเดียปีนี้น้ำน้อย คลื่นความร้อนถาโถมในจีน น้ำท่วมในบังกลาเทศ การผลิตหลายประเทศเกิดปัญหาข้าวขาดตลาด ดังนั้น ราคาข้าวในตลาดโลกปีนี้ดีแน่นอนไม่ต้องเป็นห่วง แต่ราคาขายในประเทศจะเป็นธรรมหรือไม่ ฝากรัฐบาลช่วยให้เกษตรกรได้รับความเป็นธรรมในเรื่องราคาขายไม่ให้ซ้ำรอยผลไม้ไทยที่แม้ขายดี ราคาสูงในตลาดโลก แต่เกษตรกรกลับขาดทุนเป็นหนี้ มาตรฐานความเป็นอยู่กลับแย่ลง

