‘ชลน่าน’ ชิงนับองค์ประชุม ก่อนถก กม.ลูก ขอใช้สิทธิวอล์กเอาต์ ไม่ร่วมสังฆกรรมหาร 500

10.08.22 | 12:40 น.

‘ชลน่าน’ ชิงนับองค์ประชุม ก่อนถก กม.ลูก ขอใช้สิทธิวอล์กเอาต์ ไม่ร่วมสังฆกรรมหาร 500

เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 10 สิงหาคม ที่รัฐสภา ก่อนเข้าสู่วาระการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.​ พ.ศ. … นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ได้เสนอญัตติให้มีการตรวจสอบองค์ประชุม เพราะร่าง พ.ร.ป. เป็นร่างที่มีความสำคัญต่อระบบรัฐสภาและประเทศ ซึ่งหลังจากรัฐสภามีมติเห็นชอบกับการแก้ไขเพิ่มเติมของกรรมาธิการ (กมธ.) เสียงข้างน้อย ให้กลับมาเป็นระบบบัตร 2 ใบ หาร 500 ทำให้สมาชิกรัฐสภามีความเห็นแตกต่างกันมาก เป็นเหตุผลที่ก่อนการพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ เรื่องขององค์ประชุม และความเห็นของสมาชิกจะมีความสำคัญมาก จึงต้องตรวจสอบองค์ประชุมให้มีความชัดเจน ซึ่งการใช้องค์ประชุมเพื่อไม่เป็นองค์ประชุมถือเป็นสิทธิของเสียงข้างน้อย เพื่อยับยั้งการกระทำที่เห็นว่าไม่ชอบด้วยบทบัญญัติรัฐธรรมนูญทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสภา

นพ.ชลน่านกล่าวต่อว่า การที่สมาชิกรัฐสภาจะเดินตามกระบวนการพิจารณาเมื่อถึงวาระ 3 ต้องใช้เสียงเห็นชอบเกินกึ่งหนึ่ง 364 เสียง ซึ่งมีแนวโน้มสูงมากที่เสียงข้างมากจะไม่ถึง 365 เสียง จะทำให้กฎหมายตกไปต้องไปเริ่มต้นกันใหม่ และเกรงว่าจะเกิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญกลับไปสู่การเลือกตั้งแบบเดิมที่ทำลายระบบรัฐสภาแบบย่อยยับ หรือแม้ว่าสูตรหาร 500 จะผ่านวาระ 3 ไปได้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือประธานรัฐสภาจะส่งไปที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้มีการทักท้วง รวมถึงเชื่อว่าจะมีผู้ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขัดหรือแย้งรัฐธรรมนูญหรือไม่ จึงขอให้มีการตรวจสอบองค์ประชุมให้ชัดเจนว่าจะมีเสียงข้างมากรับรองการประชุมครั้งนี้หรือไม่


จากนั้น นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ตนเห็นด้วยว่ากระบวนการในการพิจารณาร่าง พ.ร.ป. เราเดินมาถึงขั้นตอนการพิจารณาวาระ 2 และ 3 ส่วนที่ นพ.ชลน่านพูดถึงแนวทางหลังจากกระบวนการวันนี้ผ่านไปแล้ว ถ้าเป็นไปตามนั้นก็ต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ หากดำเนินการไปถึงวาระ 3 แล้วที่ประชุมไม่ให้ความเห็นชอบร่างนี้ก็ตกไป ถ้าจะดำเนินการใหม่ก็ต้องเริ่มนับหนึ่งกันใหม่ แต่หากการพิจารณาไม่แล้วเสร็จ 180 วัน ก็ต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 132(1) ซึ่งทั้งหมดไม่ใช่ข้อถกเถียงกันในขณะนี้ แต่เป็นเรื่องที่สภาต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ ดังนั้น เรื่องการตรวจสอบองค์ประชุม ตนเห็นว่าเป็นประเด็นที่เราต้องมองข้ามไป เพื่อเข้าสู่กระบวนการที่เรากำลังจะพิจารณาเรียงตามลำดับมาตรา ส่วนองค์ประชุมจะครบหรือไม่ ให้เป็นไปตามกระบวนการธรรมชาติ และตามรัฐธรรมนูญ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ขณะที่ นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวว่า ในนามพรรค ภท.ตนสนับสนุนแนวคิดนายชินวรณ์ วันนี้ในฐานะที่เราเป็นสมาชิกรัฐสภา สิ่งที่เราต้องทำหน้าที่คือการอยู่ในสภาแห่งนี้เพื่อรอลงมติเรียงตามลำดับรายมาตรา การที่ นพ.ชลน่านแสดงความเห็นเหมือนว่าสิ่งที่ท่านกำลังจะทำคือการทำให้องค์ประชุมไม่ครบเป็นความชอบธรรม แต่สิ่งที่พวกเราอยู่เพื่อรอลงมติเป็นความไม่ชอบธรรม เป็นความไม่ดี แบบนี้จะทำให้ประชาชนสับสน ดังนั้น ในฐานะสมาชิกรัฐสภาเรามีหน้าที่ต้องทำ พรรค ภท.ก้าวข้ามคำว่าหาร 100 หาร 500 ไปนานแล้ว แต่เราคิดว่าทำอย่างไรให้กฎหมายได้เดินไปสุดทาง วันนี้ระหว่างทางขอให้เลิกทำวิธีนี้ โดยอ้างว่าระงับยับยั้งสิ่งไม่ดีไม่งาม พูดเช่นนี้ประชาชนจะเกิดความสับสน ซึ่งยืนยันว่า พรรค ภท.จะทำหน้าที่ในการลงมติให้ครบถ้วนสมบูรณ์

Advertisement

จากนั้น นพ.ชลน่าน ใช้สิทธิพาดพิง โดยระบุว่า ตนไม่มีเจตนากล่าวหาเพื่อนสมาชิกที่มานั่งเป็นองค์ประชุม แต่ตนนำเสนอในซีกเสียงข้างน้อยที่มีสิทธิ ท่านอย่าเอาเรื่องการลงมติตามใบสั่งกับการมานั่งเป็นองค์ประชุมมาเป็นเรื่องเดียวกัน ท่านต้องแยกเรื่องให้ชัดเจน

ทำให้ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรค ภท. ลุกขึ้นประท้วงว่า การพูดว่าลงมติตามใบสั่ง คำนี้ท่านพูดไม่ได้ เพราะไม่ถูกต้อง ขอยืนยันว่าไม่มีการกระทำเช่นนั้น ใครก็มาสั่งตนไม่ได้ ตนอยากให้ดำเนินการไปตามครรลองตามระบบ แต่ท่านมาพูดว่าคนที่ไม่เห็นด้วยเป็นคนเลว หรือทำตามคำสั่งใครแบบนี้ไม่ถูกต้อง ถ้าบอกว่ามีคนสั่งมาจากแดนไกลก็จะไม่จบไม่สิ้น ตนเคยพูดในสภาแล้วว่าการแก้รัฐธรรมนูญมีปัญหา ไม่ร่วมสังฆกรรมด้วย แต่มาวันนี้ถึงจุดที่ต้องดำเนินการ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยพร้อมทั้งหาร 100 หาร 500 การที่วุ่นวายอยู่ทุกวันนี้ เพราะเราให้นักกีฬาเป็นผู้เลือกติกา

นพ.ชลน่านจึงใช้สิทธิพาดพิงลุกขึ้นชี้แจงอีกครั้งว่า เป็นสิ่งที่พวกตนทำได้ และน่าจะเป็นทางที่ดีที่สุดของรัฐสภาด้วย การเสนอตรวจสอบองค์ประชุมเป็นญัตติที่เสนอได้โดยจำเป็นไม่ต้องมีผู้รับรอง พรรคเพื่อไทยประกาศชัดว่าเราไม่ขอร่วมเป็นองค์ประชุม ไม่ร่วมสังฆกรรม เพราะการพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้จะไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยพรรคเพื่อไทยจะขอออกจากห้องประชุม

จากนั้น นายชวนกล่าวว่า ตนยึดตามข้อบังคับเป็นหลักในการพิจารณากฎหมายทุกฉบับ โดยเฉพาะกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญยิ่งต้องเข้มงวด หากองค์ประชุมไม่ครบก็ต้องปิดประชุม จะไม่ทำอะไรที่ขัดบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ แต่การตรวจสอบองค์ประชุมโดยปกติก่อนลงมติมาตราใดเราก็จะตรวจสอบองค์ประชุม หากไม่ครบก็ลงมติไม่ได้ จึงขอให้มั่นใจเรื่องนี้ ทั้งนี้ นพ.ชลน่านเสนอให้ตรวจสอบองค์ประชุมก่อนการเข้าสู่ระเบียบวาระ ถือเป็นเรื่องนอกเหนือแนวปฏิบัติที่เราเคยปฏิบัติ เมื่อเสนอเป็นญัตติแล้วมีผู้ไม่เห็นด้วย จึงขอถามความเห็นสมาชิกว่าเห็นด้วยการตรวจสอบองค์ประชุมหรือไม่ หากองค์ประชุมไม่ครบตนจะสั่งปิดการประชุม ซึ่งปิดได้ตั้งแต่ยังไม่ได้พิจารณามาตราแรก หากไม่ครบตนจะปิดประชุมไม่รอถึง 53 นาที

จากนั้น นายชวนได้ขอมติจากที่ประชุมว่าเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบ ที่จะดำเนินการตามญัตติที่มีการเสนอ ซึ่ง นพ.ชลน่านได้คัดค้านการทำหน้าที่ของนายชวน โดยระบุว่า การเสนอญัตติเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ และข้อบังคับที่ตนจะเสนอ ไม่ใช่ญัตติที่ต้องมาขอความเห็นชอบจากที่ประชุมก่อน แต่นายชวนยืนยันว่าต้องสอบถามจากที่ประชุมก่อน

ต่อมา ที่ประชุมลงมติไม่เห็นชอบที่จะดำเนินการตามญัตติของ นพ.ชลน่านด้วยคะแนน 283 ต่อ 27 งดออกเสียง 36 เสียง และไม่ออกเสียง 28 เสียง จากนั้นจึงเข้าสู่การพิจารณาร่าง พ.ร.ป.