‘ยิ่งชีพ ไอลอว์’ ชวนแลนด์สไลด์ไล่ประยุทธ์ เยาวชนพ้อ ตกเป็นทาสสมัยใหม่ กำไลอีเอ็มคือโซ่ตรวน

10.08.22 | 19:48 น.

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ลานพญานาค ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ร่วมกับเครือข่าย จัดกิจกรรม ’10 สิงหา ประชาธิปไตยต้องไปต่อ’

(อ่านข่าว พรึบ! ลานพญานาค มธ.รังสิต แห่ฟังปราศรัย #ม็อบ10สิงหา)

บรรยากาศในช่วงเย็น ตั้งแต่เวลาราว 17.30 น. มีการผลัดกันขึ้นปราศรัยอย่างต่อเนื่อง ในช่วงหนึ่ง นางศรีไพร นนทรีย์ ตัวสหภาพแรงงานฯ ปราศรัยถึงการต่อสู้ทางปนะชาธิปไตยที่ผ่านมาและพร้อมให้การสนับสนุนการชุมนุมวันนี้

“ขอให้มีกำลังใจ ต่อให้โดนจับ เราขอยืนยันว่าผู้ใช้แรงงาน เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชนขอยืนหยัดและเคียงข้างธรรมศาสตร์และการชุมนุมและองค์กรประชาธิปไตยองค์กรอื่นๆไปจนกว่าเราจะได้รับชัยชนะ” ศรีไพรกล่าว

นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) ปราศรัยถึงเรื่องการยกเลิกกฎหมาย 112 และการแก้รัฐธรรมนูญ รวมถึงเรื่องการครบ 8 ปี และการใกล้เข้ามาของการเลือกตั้ง

Advertisement

“การเลือกตั้งครั้งหน้าในปี 2566 จะต้องแลนสไลด์ไล่ประยุทธ์” นายยิ่งชีพกล่าว

ต่อมาเวลา 19.15 น. นายธนพัฒน์ กาเพ็ง หรือ ปูน ทะลุฟ้า ได้ขึ้นปราศรัยว่า การต่อสู้ ณ สถานที่แห่งนี้เมื่อปี 63 เป็นการต่อสู้ เป็นการเปิดเพดาน และชำระประวัติศาสตร์ การต่อสู้นี้ทำให้โลกนี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว ทำให้ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างไม่เหมือนเดิม ทำให้คนที่ตั้งคำถามได้พูดในสิ่งที่ตัวเองคิด ทำให้คนที่โดดกดโดนย่ำ กล้าลุกขึ้นที่จะสู้ต่อไป ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่เราเลือกที่จะสู้มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ผู้มีอำนาจกระทำกับเราและยังไม่ยอมรับว่าโลกนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว ประชาธิปไตยทำให้พวกเราต้องออกมาตรงนี้ การต่อสู้นี้ได้ปลุกวิญญาณ ปลุกวิญญาณของประชาธิปไตย และวิญญาณของชาวนักศึกษาธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ให้มาอยู่ที่ลานพญานาค

“หลายๆคนอาจจะบอกว่า 2 ปีก็สู้ กี่ปีก็สู้ สู้เมื่อไรจะชนะ และที่สู้กันอยู่มันหมายถึงว่าสู้เพื่ออะไร สู้แล้วก็โดนคดี สู้แล้วก็โดนขัง ไม่กลัวกันบ้างเหรอ ตอบเลยว่าไม่กลัว เพราะหลักพื้นฐานในการต่อสู้นั่นแสดงว่าเราไม่ยอมรับกฎหมายที่มันกำลังกดขี่เราอยู่” นายธนพัฒน์ กล่าว

ในตอนหนึ่งนายธนพัฒน์ กล่าวว่า การต่อสู้แม้อาจจะเหนื่อย แม้อาจจะท้อแต่ทุกวันนี้เราก็รู้แล้วคนที่อยู่เบื้องหลังอำนาจมืดคือใคร นั่นหมายความว่าการต่อสู้เมื่อปี 63 ของเรามันได้ชนะแล้ว แม้ข้อเรียกร้องจะไม่บรรลุและสิ่งต่างๆจะไม่ประสบความสำเร็จ แต่ถามว่าคนไทยทุกคนรู้หรือไม่ว่าใครคือคนๆนั้น พวกเราทุกคนล้วนเป็นผู้กดขี่มาหมด เราลองถามตัวเองว่าอยากจะส่งต่อมรดกอันอัปยศให้ลูกหลานเราหรือไม่ ถ้าเราไม่ออกมาสู้วันนี้แล้วใครจะออกมาสู้เพื่อประชาธิปไตย

บรรยากาศช่วงค่ำ เมื่อเวลา 19.30 น. มีผู้เดินทางเข้ามาร่วมฟังปราศรัยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นายเกียรติชัย ตั้งพรพรรณ หรือ ‘บิ๊ก’ สมาชิกกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ผู้ต้องหามาตรา 112 รวม 3 คดี ขึ้นเวทีปราศรัย โดยกล่าวในตอนหนึ่งว่า ตนเปรียบเสมือนทาสสมัยใหม่ที่มีโซ่ตรวนคือกำไลอีเอ็ม นอกจากนี้ ได้กล่าวถึงประวัติศาสตร์ชาติไทยในช่วงเวลากว่า 100 ปีที่ผ่านมาโดยเน้นประเด็นเรื่องการรวมศูนย์อำนาจ และอาณานิคมภายใน

“ลงแต่กรุงเทพฯ ลงแต่บุรีรัมย์ และไหนล่ะบ้านผม ไม่มีรัฐบาลไหนรวมศูนย์อำนาจได้เท่าประยุทธ์ จันทร์โอชาอีกแล้ว” นายเกียรติชัยกล่าว