ไม่ว่าพรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่ว่าพรรคเทิดไท ประกาศแนวทางของพรรคออกมาอย่างเด่นชัดเพื่อรับมือ “การเลือกตั้ง”
1 คนครบ 400 เขต 1 เตรียม 100 บัญชีรายชื่อ
เป็นการแสดงความพร้อมเหมือนกับที่พรรคสร้างอนาคตไทยเคยประกาศ เป็นการแสดงความพร้อมเหมือนกับพรรคเศรษฐกิจไทย
เพราะนี่คือ “สัญลักษณ์” แห่ง “ความพร้อม”
เป็นความพร้อมเพื่อยืนยันว่ารากฐานของพรรครวมไทยสร้างชาติมิได้หมายเพียงการรวมตัวกันของ “กปปส.”
หากแต่สะท้อนถึง “พลานุภาพ” ที่ยังมีอยู่
เป็นความพร้อมเพื่อยืนยันว่ารากฐานของพรรคเทิดไทมิได้เป็นการต่อยอดมาจากหมู่บ้านเทิดไท้องค์ราชัน
ทั้งหมดล้วนเป็น “คำประกาศ” ยังจำเป็นต้องพิสูจน์ “ทราบ”
ต้องยอมรับว่าการปรากฏขึ้นของพรรคเทิดไทสัมพันธ์กับการเปิดตัวของพรรครวมไทยสร้างชาติ อย่างแนบแน่น
เนื่องจาก “วาสนา” ที่มี “ความผูกพัน”
ประการหนึ่ง เพราะว่าเส้นทางของ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค แทบมิได้แยกห่างออกจากเส้นทางของ นายเสกสกล อัตถาวงศ์
ที่สำคัญ นายเสกสกล อัตถาวงศ์ เล่นบท “นำร่อง”
เมื่อเห็นอย่างเด่นชัดว่า การผลักดัน นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เข้าไปในพรรคพลังประชารัฐไม่ประสบผลสำเร็จ
จำเป็นต้องชู “รวมไทยสร้างชาติ” ขึ้นมา
หาก นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ไม่พลาดในเรื่อง “คลิปหลุด” อย่างมีเงื่อนงำ ก็แทบไม่มีความจำเป็นต้องมีพรรคเทิดไท
แต่ในเมื่อ “อุบัติเหตุ” สามารถเกิดขึ้นได้แผนยก “เทิดไท” ขึ้นมาจึงจำเป็น
หากมองการดำรงอยู่ของพรรคพลังประชารัฐประสานเข้ากับการเกิดขึ้นของพรรครวมไทยสร้างชาติ
ก็สัมผัสได้ใน “รากฐาน” ของ “เงินทุน”
การปล่อยข่าวลือที่ว่ามีเงินทุนไหลเข้าพรรครวมไทยสร้างชาติไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาทจึงเป็นอลังการงานสร้าง
สร้างความตื่นตาแก่ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เป็นอย่างสูง
ขณะเดียวกัน หากติดตามการเดินสายของพรรคพลังประชารัฐจากชลบุรีไปยังหนองคายติดชายแดนลาว
ก็ต้องยอมรับในความอึกทึก ครึกโครม
การเข้าร่วมของคนสวม “เสื้อน้ำเงิน” พร้อมกับโลโก้ “พลังประชารัฐ” คึกคักไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าปริมาณของคนสวม “เสื้อแดง”
การดึงคน “เรือนหมื่น” มาสวม “เสื้อทีม” ย่อมไม่ธรรมดา
การเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคม 2562 มีความร้อนแรงอย่างยิ่งอยู่แล้ว การเลือกตั้งในปี 2566 ยิ่งทวีความร้อนแรงขึ้นหลายเท่า
ระหว่าง “เพื่อไทย” กับ “พลังประชารัฐ” นั้นชัดเจน
พลันที่มีคนของพรรครวมไทยสร้างชาติ คนของพรรคสร้างอนาคตไทย ประชันกับพรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ ยิ่งคึกคัก
เป็นความคึกคักบนฐานแห่งเงินไหลสะพัดนับหมื่นนับแสนล้านบาท

