หาร 500 จบเห่! ‘พปชร.-พท.’ ใช้แทคติก ‘สภาล่ม’ หยุดสูตรปัญหา จ่อฟื้นสูตร 100
เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม การประชุมรัฐสภาพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. (ฉบับที่…) พ.ศ… ในมาตรา 24/1 เรื่องวิธีการคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อหารด้วย 500 ตามที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ไปแก้ไขเพิ่มเติมขึ้นใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับมติที่ประชุมรัฐสภา ที่มีการเปลี่ยนแปลงวิธีคำนวณจากการหาร 100 เป็นหาร 500
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการอภิปรายมาตรา 24/1 เสร็จสิ้น นายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภาที่ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้กดออดเรียกสมาชิกรัฐสภามาแสดงตน ใช้เวลาร่วม 15 นาที เพื่อรอสมาชิกเข้าห้องประชุม ผลการแสดงตนมีสมาชิกแสดงตน 367 เสียง เกินกึ่งหนึ่งไปหวุดหวิดเพียง 3 เสียง ถือว่ามีองค์ประชุมครบ แต่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรค พท. ขอใช้สิทธิคัดค้าน กลัวจะมีการเสียบบัตรแทนกัน ขอให้ใช้วิธีแสดงตนโดยการขานชื่อรายบุคคล มีผู้รับรองครบถ้วน
นายพรเพชรให้มีการแสดงตนโดยการขานชื่อรายบุคคล ใช้เวลาไป 1.30 ชั่วโมง หลังจากที่สมาชิกรัฐสภาขานชื่อแสดงตนครบถ้วนแล้ว ปรากฎว่า มีส.ส.และส.ว.หลายคนที่ขานชื่อไม่ทันในการเรียกชื่อเป็นรายบุคคล มาขอขานชื่อแสดงตนเพิ่มเติมภายหลังเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดความสับสน ต้องเติมชื่อเพิ่มกันวุ่นวาย รวมแล้วเสียเวลาไปร่วม 2 ชั่วโมง ในการขานชื่อและนับผลแสดงตน ผลการนับองค์ประชุมมีผู้แสดงตน 403 คน ถือว่าครบองค์ประชุม นายพรเพชรจึงให้ส.ส.เสียบบัตรลงคะแนนว่าจะเห็นชอบกับมาตรา 24/1 หรือไม่
อย่างไรก็ตาม ในช่วงการเสียบบัตรลงคะแนนเห็นด้วยกับมาตรา 24/1 หรือไม่ ก็ต้องเสียเวลาไปอีกร่วม 20 นาที เพราะสมาชิกในห้องประชุมกลับมาเหลืออยู่น้อย โดยนายพรเพชรพยายามให้สมาชิกกลับมาเสียบบัตรลงคะแนนให้มากที่สุด จนนายพิเชษฐ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรค พท. ทักท้วงว่า ขอให้นายพรเพชรรีบเปิดเผยผลการลงคะแนนมาตรา 24/1 ในที่สุดนายพรเพชรแจ้งผลการลงคะแนนต่อที่ประชุมว่า องค์ประชุมไม่ครบขอปิดประชุม ทำให้การพิจารณาร่างกฎหมายลูกค้างอยู่ในที่ประชุม และมีแนวโน้มว่าจะพิจารณาไม่แล้วเสร็จภายในกำหนด 180 วัน ในวันที่ 15 สิงหาคมนี้ เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดวันประชุมร่วมรัฐสภาเพิ่มเติมแต่อย่างใด
ด้าน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. (ฉบับที่…) พ.ศ…. กล่าวภายหลังการประชุมร่วมรัฐสภา ว่า การที่องค์ประชุมไม่ครบเป็นสิ่งที่น่าเสียดาย การที่สภาล่มจะไปโทษแต่ฝ่ายค้านอย่างเดียวไม่ได้ ฝ่ายรัฐบาลก็ต้องช่วยกันรักษาองค์ประชุมด้วย ถือว่าเป็นปัญหาของทุกฝ่ายจะโทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้เลย ส่วนจะเป็นพรรคใดบ้างต้องขอตรวจสอบรายชื่อก่อน เบื้องต้นพบว่ามี ส.ส.จากพรรคเพื่อไทย (พท.) พรรคเพื่อชาติ (พช.) พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และพรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.)
“ส่วนตัวยังติดใจในเรื่องนี้ เพราะการทำให้ประชุมล่มโดยเจตนา คือการไม่ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ยืนยันว่าอีก 1 สัปดาห์ขอเวลารวบรวมข้อมูล จะเดินหน้ายื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แน่นอน ทั้งนี้ ส.ส.และส.ว.ที่ยังติดใจจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญก็สามารถทำได้ด้วยการเข้าชื่อจำนวน 1 ใน 10 ของสองสภา เพื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญภายหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นความเห็นมาใน 10 วัน หากกกต.ไม่ตอบกลับมาถือว่าเห็นด้วยจากนั้นมีเวลาอีก 5 วันที่นายกรัฐมนตรีจะพักเรื่องไว้ก่อนจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ในขั้นตอนต่อไป” นายสมชัย กล่าว

