09.00 INDEX บทเรียน เปรม ติณสูลานนท์ อนุสติ ประยุทธ์ จันทร์โอชา

12.08.22 | 08:20 น.

ยิ่งประสบกับลักษณาการแห่ง ”การยื้อ” เพื่ออยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยิ่งทำให้ประจักษ์ในความลุ่มลึกของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์

ขณะเดียวกัน ยิ่งทำให้เข้าใจได้รอบด้านขึ้นด้วยว่าเหตุปัจจัยอะไรทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จำเป็นต้อง”ยื้อ”

ต้องยอมรับว่า พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้มีพื้นฐานจากการเลือกตั้งที่สังคมให้ความเชื่อมั่นเป็นอย่างสูงที่สำคัญคือเป็นตัวแทนแห่งการประสานประโยชน์

แต่เมื่อดำรงตำแหน่งมา 8 ปีก็ประสบกับกระแสต่อต้านจากกลุ่มที่ต้องการเห็นพัฒนาการแห่งระบอบประชาธิปไตย และเห็นว่าการอยู่ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นการฝืนพัฒนาการ

น่ายินดีที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ใช้ทั้งหลักการทางทหาร และหลักการทางการเมืองสำรวจอารมณ์ความรู้สึกในทางสังคมและตกผลึกผ่านคำว่า”ผมพอแล้ว”ออกมา

Advertisement

ทุกอย่างดำเนินไปตามหลักแห่งพุทธธรรมเชิงอุปมาที่ว่า “พอวางดาบก็ได้เป็นอรหันต์” เสียงแซ่ซ้องสรรเสริญดังขึ้นอึงมี่และได้เข้าดำรงตำแหน่งเป็น”รัฐบุรุษ”ได้อย่างสง่างาม

ถามว่าแนวทางและการตัดสินใจของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ จะเป็นอนุสติให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้หรือไม่

ต้องยอมรับว่าระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ มีทั้งจุดร่วมและความต่างในทางการทหารและในทางการเมือง

1 คือไม่ได้ผ่านกระบวนการเลือกตั้งโดยประชาชน 1 คนหนึ่งอยู่ในฐานะเป็นหัวหน้ารัฐประหาร แต่อีกคนหนึ่งมิใช่

ทั้งสองเข้าร่วมแบกภารกิจทางการเมืองโดยพื้นฐานที่ผ่านการเคี่ยวกรำผ่านระบบเกียรติศักดิ์ในแบบของชายชาติทหารเปี่ยมด้วยความรักชาติรักแผ่นดิน

จะต่างก็เพียงแต่เมื่อประสบกับกระแสคัดค้านและต่อต้าน อย่างเป็นระบบ อย่างเป็นขบวนการ คนหนึ่งเปล่งคำว่า”ผมพอแล้ว”ออกมา

ขณะที่อีกคนหนึ่งยืนหยัดในความต้องการ”ไปต่อ”หนักแน่น

ในฐานะของทหารมีความจำเป็นต้องปฏิบัติตามคำบัญชาอย่างเคร่งครัด หนักแน่น ในฐานะของนักการเมืองจำเป็นต้องฟังเสียงอันมาจากประชาชนอย่างจริงจัง

2 ส่วนนี้ย่อมเป็นหลักการของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์

2 ส่วนนี้และกรณีของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ จะสร้างจุดประทับใจให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือไม่

นี่คือคำถาม นี่คือความข้องใจที่ยิ่งมายิ่งดังกึกก้องเป็นลำดับ