คอลัมน์หน้า 3 : ราษฎร ไปต่อ เดินหน้า ประชาธิปไตย สู่สนาม เลือกตั้ง
เด่นชัดอย่างยิ่งว่า #ม็อบ 10 สิงหา 65 #10สิงหาประชาธิปไตยต้องไปต่อเป็นกระบวนการ “ผลิตซ้ำ” ในทาง
การเมือง
จากสิงหาคม 2563 มายังสิงหาคม 2565
เพียงแต่เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2563 เป็นการสำแดงออกในนาม “แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม” อย่างเด่นชัด
แต่วันที่ 10 สิงหาคม 2565 เป็น “สภานักศึกษา”
บทบาทของ “แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม” เป็นเพียงองค์กรหนึ่งภายใต้พันธมิตรในแนวร่วมใหญ่
แม้ยังเป็น “10 สิงหา” แม้ยังเป็น “ลานพญานาค”
กระนั้น แต่ละภาพ แต่ละการเคลื่อนไหว เท่ากับเป็นการจำลองในเชิง “ย้อนอดีต” ไปยังเหตุการณ์เมื่อ 2 ปีก่อน
คล้ายกับ “เหมือนเดิม” แต่ก็“ไม่ “เหมือนเดิม”
บทสรุปที่ว่า “ไม่เหมือนเดิม” ต่อการเคลื่อนไหวอันก่อรูปในลักษณะ #10สิงหาประชาธิปไตยต้องไปต่อเกิดขึ้นอย่างไร
เกิดขึ้นจากวลีว่าด้วย “ไปต่อ”
เหมือนกับจะเลียนแบบสโลแกนหาเสียงของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ในการต่อกรกับ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์
แต่ก็เป็นวลีเดียวกันกับของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
อย่าได้แปลกใจหากข้อเรียกร้องในวันที่ 10 สิงหาคม 2565 ยังรักษาข้อเรียกร้องเดิมในวันที่ 10 สิงหาคม 2563
แม้ไม่มี รุ้ง ปนัสยา แม้ไม่มี พริษฐ์ เพนกวิน อยู่บน “เวที”
คนที่ติดตามอาจเห็น ครูใหญ่ ขอนแก่น อาจได้ยินบทเพลงและการบรรเลงของวง “สามัญชน” อย่างคึกคัก
กระนั้น นอกจากนั้นล้วนเป็น “หน้าใหม่”
ความเป็นพิเศษของ “หน้าใหม่” ในหมู่คนรันงานเคลื่อนไหว มิได้เกิดขึ้นและดำรงอยู่ในทางรูปแบบเท่านั้น
ตรงกันข้าม เด่นชัดในทาง “เนื้อหา”
ยิ่งได้ฟังและได้อ่านต่อรายละเอียดในแต่ละถ้อยคำซึ่งปรากฏใน “หลักคิด 6 ประการสู่หลักชัยในสนามการเลือกตั้ง”
ยิ่งต้องตะลึง ตึง ตึงอาจมีกลิ่นอายในแบบของ พริษฐ์ ชิวารักษ์ อาจสะท้อนน้ำเสียงดุดันในแบบของ ปนัสรา สิทธิจิรวัฒนกุล
แต่ด้วยความหนักแน่น จริงจัง มากยิ่งกว่า
มีแรงบันดาลใจมาจาก “หลัก6 ประการ” เมื่อเดือนมิถุนายน 2475 แน่นอน มีพลังจากการเคลื่อนไหว
เมื่อ “10 สิงหา 2563” แน่นอน
แต่ดำเนินไปอย่าง “ก้าวกระโดด”
จากนี้จึงเห็นได้ว่า ไม่ว่าจะมองผ่าน “คณะราษฎร 2563” ไม่ว่าจะมองผ่าน#10สิงหาประชาธิปไตยไปต่อ
ย่อมเท่ากับเป็น “คำประกาศ”
เป็นคำประกาศอันสมาน “ความคิด” ที่ดำรงอยู่ประสานเข้ากับการเคลื่อนไหวในทาง “การเมือง” ผ่านกระบวนการ “เลือกตั้ง”
เป็นก้าวที่ผนึก “ความคิด” เป็นรูปธรรม “การเมือง”

