‘สาธิต’ ขอบคุณทุกฝ่ายร่วมถก กม.ลูก ฝาก กกต.พิจารณานำข้อมูลเข้าออนไลน์ อำนวยความสะดวก ปชช. รับเสียเวลา แต่เคารพเสียงข้างมาก หวังอนาคตฝ่ายสภานิติบัญญัติ-รัฐสภาทำ กม.มีเอกภาพ
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 15 สิงหาคม ที่รัฐสภา นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานคณะกรรมมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. (ฉบับที่…) พ.ศ. … รัฐสภา กล่าวถึงกรณีการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ฉบับดังกล่าวล่มว่า ในฐานะประธาน กมธ.ต้องขอบคุณนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ที่ดำเนินการประชุมจนถึงที่สุด และขอบคุณ กมธ.ทุกคนที่ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ สำหรับการประชุมในวันนี้ก็เป็นที่ยุติและจบสักทีสำหรับกฎหมาย ซึ่งการยุติในครั้งนี้นำไปสู่การมีผลทำให้ร่างกฎหมายฉบับเดิมของรัฐบาล หรือร่างที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เสนอคือ ยืนหลักบัตรสองใบ หารด้วย 100 ฉะนั้น หลักการในร่างฉบับเดิมเป็นไปตามการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา ซึ่งถูกต้องตามหลักการ
นายสาธิตกล่าวต่อว่า การดำเนินการขั้นต่อไปนายชวนได้แจ้งในที่ประชุมแล้วว่าจะถูกส่งกลับไปที่ กกต.ภายใน 10 วัน หรือหากมีเหตุจะใช้เวลาอีก 3 วัน หลังจากนั้นก็จะส่งไปให้นายกรัฐมนตรี ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 5 วัน ซึ่งประธานรัฐสภาได้แจ้งว่าจะมีการส่งให้ กกต.ภายในวันพรุ่งนี้ ทั้งนี้ ตนมีความเสียดายในประเด็นการแก้ไขในชั้น กมธ.ที่มีความก้าวหน้าและทันสมัย
“ผมจึงฝาก กกต.ไปว่าสิ่งไหนที่สามารถปฏิบัติได้ เช่น การรายงานข้อมูลเข้าระบบออนไลน์เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ และการให้เจ้าหน้าที่ในหน่วยเลือกตั้งอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเพื่อบันทึกภาพภาพคะแนน ซึ่งประเด็นนี้ไม่ได้ถูกส่งไปยังกฎหมายร่างเดิม แต่เป็นข้อกฎหมายที่แก้โดย กมธ. ซึ่งอาจจะเกินข้อกฎหมายไป แต่ขอให้ทำเพื่อความโปร่งใสและความทันสมัย” นายสาธิตกล่าว
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ‘ชวน’ ยื้อไม่ไหว สภาล่มตั้งแต่เช้า ‘พปชร.-พท.’ โดดเพียบ ทำแท้งหาร 500 สำเร็จ
-
นิกร แจงขั้นตอนกม.ลูกหลังสภาล่ม กลับไปใช้ร่างแรกสูตรหาร 100 ฉบับครม.
เมื่อถามว่า การกระทำเช่นนี้ถือว่าเสียเวลาและงบประมาณหรือไม่ นายสาธิตกล่าวว่า ต้องยอมรับว่าเป็นเช่นนั้นจริงๆ ว่าหากไม่ให้การทำงานของ กมธ.ที่ทำหน้าที่มา 180 วัน มีความทันสมัยกว่าร่างเดิม แต่ก็ถือว่าต้องเคารพ เพราะทั้งหมดนี้เป็นกระบวนการพิจารณากฎหมายในรัฐสภา ซึ่งเป็นการคำนึงเสียงส่วนใหญ่ แต่หากจะมองประเด็นดังกล่าวต้องมองที่ต้นเหตุคือการแก้ไขในมาตรา 23 ในช่วงที่มีการพิจารณาปรับเสียงข้างมากของ กมธ.มาเป็นเสียงข้างน้อย โดยใช้มติของที่ประชุมสภา
“เมื่อได้เดินหน้าผ่านมาแล้ว ผมไม่อยากพูดถึงในอดีต เพราะหวังว่าในอนาคตฝ่ายสภานิติบัญญัติ หรือฝ่ายรัฐสภาจะมีเอกภาพในการทำกฎหมาย ไม่เสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมายเพื่อเป็นบรรทัดฐานต่อไป และให้เรามีศักดิ์ศรี” นายสาธิตกล่าว

