ข่าวลือถึงแนวโน้มที่พรรคพลังประชารัฐกับพรรคเพื่อไทยจะจับมือกันจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งกลายเป็นอาหารจานร้อน
ร้อนถึงกับเป็นคำถามของ “นิด้าโพล”
ร้อนถึงกับเป็นคำถามต่อ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ได้รับเชิญไปออกรายการของ วอยซ์ทีวี อย่างตรงๆ
เป็นความร้อนแรงที่ทุก “คอมเมนเตเตอร์” ล้วน “คอมเมนต์”
แม้เมื่อมองผ่านรัฐประหารเดือนกันยายน 2549 ประสานกับรัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557 แทบจะกลายเป็นเรื่องเหลือเชื่อ
กระนั้น คนจำนวนไม่น้อยก็มี “ความเชื่อ” ใน “ความเป็นไปได้”
ยิ่งเห็นตัวละครอย่าง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ยิ่งเห็นตัวละครอย่าง นายพิเชษฐ สถิรชวาล จำนวนไม่น้อยก็มองไปไกล
ไกลถึงตัวเชื่อม พลังประชารัฐ เพื่อไทย
ต้องยอมรับว่ามี “สถานการณ์” มากมายอันชวนให้เกิดความโน้มเอียงและกลายเป็นคำถามในความสัมพันธ์ของพรรคพลังประชารัฐ พรรคเพื่อไทย
เป็นสถานการณ์ อภิปราย “ทั่วไป”
ในเมื่อมีการฟาดกระหน่ำเข้าใส่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หนักหน่วง ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
อยู่ในข่ายได้รับการยกเว้น
ยกเว้นจน นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ต้อง “โวย”
ยิ่งเมื่อมีความต้องการ “ร่วม” ที่จะคว่ำสูตรเลือกตั้ง 500 หาร เพื่อนำเอาสูตรเลือกตั้ง 100 หารเข้ามาแทนที่
ยิ่งทำให้ “กองเชียร์” เกิดอาการตื่นตะลึง
เพราะสภาวะ “สภาล่ม” ในวันที่ 10 สิงหาคม มีความแจ่มชัดว่าเป็นความร่วมมือกันระหว่างพรรคพลังประชารัฐกับพรรคเพื่อไทย
แนบแน่นยิ่งกว่าจะเห็นเป็น “ความบังเอิญ”
ท่าทีของพรรคพลังประชารัฐ พรรคเพื่อไทย ต่อสูตร 100 หาร ปฏิบัติการอันนำไปสู่สถานการณ์ “สภาล่ม” คือรูปธรรม
หากคว่ำสูตร 500 หารได้ คือ ชัยชนะ
ขณะเดียวกัน ภายในชัยชนะอันอึกทึกครึกโครมอย่างนี้เองที่นำไปสู่ข่าวลือแนวโน้มและความเป็นไปได้ที่จะเกิดความร่วมมือ
พรรคพลังประชารัฐ พรรคเพื่อไทย หลัง “เลือกตั้ง”
ยิ่งหากสามารถตัด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกไปจากสมการทางการเมือง ยิ่งทำให้มีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูง
ถามว่าความต่อเนื่องเช่นนี้เป็นผลดี หรือผลเสีย
อาจเป็น “ทางลง” สำหรับพรรคพลังประชารัฐ และสำหรับ “ลุง” บางคนภายหลังการหมดจากอำนาจของ “ลุง” บางคน
แต่สำหรับพรรคเพื่อไทยก็ไม่แน่ว่าจะเป็น “รายรับ”
ความแหลมคมอย่างยิ่งต่ออุบัติแห่ง “ข่าวลือ” ในลักษณะนี้มิได้เป็นปัญหาหากเกิดขึ้นจริงตอนหลังเลือกตั้งเท่านั้น
หาก “ก่อน” เลือกตั้งก็ “เหนื่อย”
ในเมื่อรากฐานแห่ง “มวลชน” ของพรรคเพื่อไทยก็คือ “คนเสื้อแดง” ที่ตกเป็น “เหยื่อ” ตั้งแต่รัฐประหาร 2549 ต่อเนื่องถึงรัฐประหาร 2557
จะสามารถ “แก้ไข” โดย “ไม่แก้แค้น” ได้อย่างไร

