09.00 INDEX ความขัดแย้ง และภาวะ อ-เสถียร กับสถานะ ประยุทธ์ จันทร์โอชา
คำบัญชาการจาก “บ้านป่ารอยต่อ” ให้ฝ่ายกฎหมายพรรคพลังประชารัฐฟ้อง นายสมชัย ศรีสุทธิยางกูร พรรคเสรีรวมไทย ถือว่า เป็นเรื่องธรรมดาอย่างปรกติยิ่ง
แต่พลันที่ปรากฏรายชื่อ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รวมอยู่ด้วยก็เริ่มมองเห็นลักษณะ AB-NORMAL อย่างเด่นชัด
ไม่เพียงเพราะครั้งหนึ่ง นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เคยเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ และดำรงอยู่ในสถานะแห่งที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเท่านั้น
หากที่สำคัญเป็นอย่างมากยังดำรงอยู่ในสถานะแห่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
และล่าสุดเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ยังทะยานเข้าไปดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ อันถือได้ว่าเป็นเครือข่ายเพื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ “ไปต่อ” ในทางการเมือง
ในเมื่อเป็นคำบัญชาอันมาจาก “บ้านป่ารอยต่อ” และเป็นมติของพรรคพลังประชารัฐ การอันเกี่ยวกับ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค จึงดำเนินไปในแบบ “หยิกเล็บ เจ็บเนื้อ”
เป็นการหยิกเล็บผ่าน นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค สะเทือนไปถึงเนื้อของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยอัตโนมัติ
ปฏิบัติการ “สภาล่ม” ที่เห็นระหว่างการประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ต่อเนื่องมาอย่างอึกทึกครึกโครมในวันที่ 15 สิงหาคม ถือเป็นการผลิตซ้ำทางการเมืองอันแหลมคม
แหลมคมไม่เพียงเท่ากับเป็นการคว่ำต่อสูตร 500 หาร อันได้รับการผลักดันผ่าน ครม.ย่อย กับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล
หากแต่ภายในปฏิบัติการเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม และวันที่ 15 สิงหาคม ยังสะท้อนให้เห็นถึงรูปธรรมแห่ง “แผนสมคบคิด” ระหว่าง พรรคพลังประชารัฐกับพรรคเพื่อไทย
ขณะที่เป้าหมายของพรรคเพื่อไทยมีความแจ่มชัด ตรงไปตรงมาว่าทุกจังหวะก้าวหน้าล้วนต้องการ “ตีกลางแสกหน้า” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้งสิ้น
ปฏิกิริยาจาก นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ต้องการเปิดโปง และสนองรับให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างเป็นที่รู้
ต้องยอมรับว่าจังหวะก้าวของพรรคเพื่อไทยในยุทธการนี้สำแดงความเป็น “มืออาชีพ” ในเชิง “กลยุทธ์” อย่างแหลมคม นั่นคือ เสี้ยมเข้าไปในจุดอ่อนเปราะที่สุดของ “กลุ่ม 3 ป.”
ยืนยันให้เห็น “ความขัดแย้ง” เป็นสภาพที่ดำรงอยู่เด่นชัด
คำบัญชาให้ฟ้องร้องต่อ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค คืออีกรูปธรรมหนึ่งซึ่งยืนยันแห่งรอยร้าวที่ร้าวลึกเป็นลำดับ
บ่งชี้ถึงสถานะของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ไม่เสถียร

