เหตุและผลแห่งกรรม ของรัฐธรรมนูญ 60
นาทีนี้ ผู้เขียนนึกถึง “เขาอยากอยู่ยาว” วลีอมตะของนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมธิการยกร่าง “รัฐธรรมนูญ 60” ที่เคยพูดไว้ก่อนสละเรือในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับ 60 กระทั่งมาสำเร็จในยุคของท่าน มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ 60 และสำทับด้วยข้อความของสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ส.ส.สังกัดพรรคพลังประชารัฐ ที่ระบุว่า “รัฐธรรมนูญของเรา” ผนวกเข้ากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงกลางเดือนสิงหาคม กับอุบัติการณ์สภาล่มครบ 3 ครั้ง ในห้วงของการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกรอบระยะเวลาที่รัฐธรรมนูญได้กำหนดไว้ คือให้รัฐสภาประชุมร่วมกันเพื่อพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน ซึ่งครบกำหนดในวันที่ 15 สิงหาคม
ถ้าเป็นเวทีมวยราชดำเนิน หรือ “ลุมพินี” ก็จะได้รับการประกาศได้ว่า “ชนะน็อก” หรือ “แพ้น็อก” อย่างใดย่างหนึ่งแล้วแต่เราจะ “อิงข้าง” หรือ “อิงฝ่ายใด” แต่แน่ๆ “รัฐธรรมนูญปี’60” เป็นข้างฝ่ายรัฐบาล ที่กุมเสียงข้างมากในสภามาตลอด
ท่ามกลางปรากฏการณ์ “สภาล่ม” พลิกเกมล้มโหวตสูตรคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์จนถูกมองว่าเป็น “เกมล่มสภา” เพื่อผลประโยชน์ ปิดทางสูตรหาร 500 เพราะหากสุดท้ายที่ประชุมรัฐสภาพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวไม่แล้วเสร็จในกรอบ 180 วัน หรือวันที่ 15 สิงหาคม 2565 ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 132 กำหนดให้กลับไปใช้ร่างของ “คณะรัฐมนตรี (ครม.)” ที่เสนอมา คือ การคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อแบบสูตรหาร 100 ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคการเมืองบางพรรคหวังใจไว้ โดย “เกมล่มสภา” ครั้งล่าสุดวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา ส.ส.หลายพรรคเดินออกจากห้องประชุมอย่างจงใจ มีจำนวน ส.ส.หายไปจากห้องประชุมมากกว่า 92% ของจำนวน ส.ส.ของพรรคการเมืองใหญ่ 2 พรรค แต่วันสุดท้าย คือวันที่ 15 สิงหาคม 2565 ก็เกิด “สภาล่ม” อีกเป็นครั้งที่ 3
นับเป็นชัยชนะครั้งสำคัญอีกครั้งของการจับมือเล่นเกมการเมืองด้วยการทำให้สภาล่ม อาจทำให้สูตร ส.ส.บัญชีรายชื่อเปลี่ยนจากสูตร 500 หาร กลับไปใช้ 100 อีกครั้งหนึ่ง ณ วันนี้ถ้าเป็นที่ชัดเจนแล้วว่าให้กลับไปใช้ ร่างของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เสนอเข้าสู่ที่ประชุมสภา
ชัยชนะของการเล่นเกมการเมืองแบบง่าย แค่ไม่ยอมเข้าร่วมประชุมสภา หรือเดินออกจากห้องประชุมทำให้องค์ประชุมไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ เชื่อว่าเป็นการจับมือกันของสองพรรคการเมืองใหญ่และ ส.ว.บางส่วน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้งครวหน้า กระทบต่อการสืบทอดอำนาจกลุ่ม 3 ป. การเลือกตั้ง ส.ส. อาจคืนสู่ระบบที่ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ใบที่หนึ่งเลือก ส.ส.เขต ใบที่สอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ เหมือนกับรัฐธรรมนูญ 2540 และ 2550 ที่คนไทยคุ้นเคยมีไม่เกิน 10 พรรค ที่จะได้ ส.ส.เข้าสภา
การเลือกตั้งที่ว่านี้เป็นการเลือกที่เป็นระบบชัดเจนประชาชนเป็นผู้เลือก รู้และเข้าใจปฏิบัติได้ดีถูกต้องไม่เละเทะเหมือนกับปี 2562 ที่ผ่านมา มีพรรคการเมืองลงแข่งขันมาก 60-70 พรรค ต้องตั้งรัฐบาลผสมเกือบ 20 พรรค แต่เป็น “รัฐบาลที่อ่อนแอ” ไม่มีเสียงข้างมากในสภาพที่แน่นอน พรรคแกนนำรัฐบาลไม่ทำตามนโยบายพรรค เพราะต้องเอาใจพรรคเล็กพรรคน้อยตลอดเวลา
แต่ยังมีความพยายามที่จะกลับคืนสู่ระบบแกงจับฉ่าย รัฐบาลไม่ต้องมีนโยบายการแก้ปัญหาของประเทศ เช่น ปัญหาข้าวยากหมากแพง คนตกงาน ปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำ แม้กระทั่งเรื่องการศึกษา น้ำมันราคาแพง ฯลฯ รัฐบาลแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไม่ต้องคิดอะไรมาก แค่ลดแลกแจกแถมเป็นครั้งคราว
การเป็นรัฐบาลผสมเกือบ 20 พรรค ที่ตั้งขึ้นหลังปี พ.ศ.2562 ไม่มีทางจะเป็นรัฐบาลที่เข้มแข็งได้ และที่สำคัญเอกภาพการแก้ปัญหาปากท้องประชาชน ปัญหาสังคม เพราะเริ่มต้นมาก็ “ผิดสูตรระบบรัฐสภา” นายกรัฐมนตรีไม่ใช่หัวหน้าพรรคการเมือง เสียงข้างมากในสภา ซ้ำพบว่ายังไม่ใช่สมาชิกพรรคใดอีก กลายเป็น “นายกฯ ไม่มีศาลพระภูมิ” หรือ “ไม่มีบ้าน” หรือ “นายกฯ ขาลอย” ลูกพรรค ส.ส.ไม่มีสังกัด ลูก ส.ส. ในพรรคบางกลุ่มจับมือกับกลุ่มพรรคเล็กๆ สร้างอำนาจต่อรองเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองมีให้เห็นอยู่เนืองตลอดเกือบ 8 ปี ถ้าไม่ได้อะไรดังใจรัฐบาลอาจถูกข่มขู่ต่างๆ นานา ดังปรากฏการณ์ที่เกิดช่วง 6 วัน 10 ส.ค., 11 ส.ค. และ 15 ส.ค.65 “สภาล่ม” ติดต่อกัน
การเมืองไทย ณ วันนี้เหมือน “กฎแห่งกรรม” ที่จะเกิดขึ้นตามมามี 2 เรื่องใหญ่ๆ ที่จะเกิด หรือไม่เกิดสุดจะคาดคะเนได้ คือ 8 ปี บนเก้าอี้ นายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่จะครบกำหนดในวันที่ 24 สิงหาคม 2565 ซึ่งบทสุดท้ายอยู่ที่ “ศาลรัฐธรรมนูญ” จะได้ไปต่อหรือม้วนเสื่อกลับบ้านถึงวันนี้ “3 ป.” จะสบายใจได้ระดับหนึ่ง เพราะมั่นใจผลจะออกมาเป็นบวกมากกว่าลบ คือ “สามารถเป็นนายกฯ ต่อไปได้” อีกความเคลื่อนไหวที่จะจับตาคือ “เกมการเมืองนอกสภา” ซึ่งเริ่มต้น “10 สิงหาคม 2565 ประชาธิปไตยต้องไปต่อ” ที่ลานพญานาค ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต สอดรับกับปมร้อนวาระ 8 ปี ของ “บิ๊กตู่” ที่อยู่ในมือของศาลรัฐธรรมนูญ อาจเป็นเชื้อให้เกิดการชุมนุมใหญ่ขึ้นอีกครั้งก็เป็นได้ ทำเป็นเล่นไปนะครับ

