หน้าแรก การเมือง “เพื่อไทย” จั...

“เพื่อไทย” จัดเสวนา “8 ปีประยุทธ์ อยากไปต่อ แต่ต้องพอแค่นี้” ชี้ 24 ส.ค. “บิ๊กตู่” ต้องพ้นตำแหน่ง

16.08.22 | 15:52 น.

“เพื่อไทย” จัดเสวนา “8 ปีประยุทธ์ อยากไปต่อ แต่ต้องพอแค่นี้” ชี้ 24 ส.ค. “บิ๊กตู่” ต้องพ้นตำแหน่ง เหน็บ ถ้าอ้างว่าเป็น ปชต.ต้องฟังเสียง ปชช. ถามอยู่ต่อจะทำงานได้หรือ ในเมื่อคนไม่เอา

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 16 สิงหาคม พรรคเพื่อไทย (พท.) ได้จัดงานเสวนา “8 ปีประยุทธ์ อยากไปต่อ แต่ต้องพอแค่นี้” โดยมีแกนนำพรรค ประกอบด้วย นายจาตุรนต์ ฉายแสง คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคพท. นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคพท. นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคพท. ร่วมเสวนา

นายชูศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้กำลังจะเข้าสู่การการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะยังดำรงแหน่งนายกฯ เกิน 8 ปีสามารถกระทำได้หรือไม่ หรือต้องพ้นไป ทั้งนี้ เรื่องของนายกฯ เป็นวาระ เป็นเรื่องของเทอมการดำรงตำแหน่ง ซึ่งนายกฯ เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารควบคุมดูแลประเทศ มีอำนาจออกคำสั่งกฎระเบียบทั้งหลาย เพื่อให้ประเทศเดินไปตามนโยบายจึงมีหลักการสำคัญการจำกัดอำนาจ เพื่อไม่ให้ใช้อำนาจในระยะเวลามากเกินไป เพราะหากบุคคลใดบุคคลหนึ่งดำรงตำแหน่งยาวนานเกินไป จะสร้างอิทธิพล สร้างบารมี ผลประโยชน์ ควบคุมดูแลทุกสิ่งทุกอย่างและจะเป็นบ่อเกิดการกระทำทุจริต ประพฤติมิชอบ ด้วยเหตุนี้จึงต้องจำกัดเวลา ซึ่งรัฐธรรมนูญเกือบทุกฉบับก็มีระยะเวลาของการดำรงตำแหน่ง มาชัดเจนตอนมีรัฐธรรมนูญปี 2550 ระบุว่านายกฯ จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกิน 8 ปีมิได้

นายชูศักดิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนรัฐรรมนูญปี 2560 มาตรา 158 วรรคสี่ จึงเอาหลักการ 8 ปีมาใช้ แต่เขียนใหม่ว่าห้ามดำรงตำแหน่งเกิน 8 ปีไม่ว่าจะดำรงตำแหน่งติดต่อกันหรือไม่ นี่คือเจตนารมณ์ใหม่ของรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่ไม่ต้องการให้คนเป็นนายกฯ อยู่ในตำแหน่งยาวนานเกินไป เพราะกลัวว่าจะยึดติดในอำนาจเหมือนที่เราเห็นกันอยู่ ทำอะไรก็ลุแก่อำนาจหลายเรื่องเช่น การถวายสัตย์ เป็นต้น

นายชูศักดิ์ กล่าวต่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ ดำรงตำแหน่งนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 นับรวมเป็นนายกฯ จนถึงรัฐธรรมนูญปี 2560 แปลว่าทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้เป็นนายกฯ ตั้งแต่ปี 2557-2562 พอมาถึงวันที่ 24 สิงหาคม 2565 นี้ พล.อ.ประยุทธ์จะดำรงตำแหน่งครบ 8 ปี ฟังดูเหมือนจะอยู่ถึงงานเอเปคเลย จึงมีความจำเป็นที่ต้องตั้งเรื่องร้องเรียนไปที่ศาลรัฐธรรมนูญว่า พล.อ.ประยุทธ์ดำรงตำแหน่งนายกฯ เกิน 8 ปี ความเป็นนายกฯ ของพล.อ.ประยุทธ์ต้องสิ้นสุดลงโดยผลของกฎหมาย ทั้งนี้ ตามบทเฉพาะกาลมาตรา 264 ระบุไว้ชัดว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ก่อนรัฐธรรมนูญ 2560 ประกาศใช้ ให้เป็นคณะรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญนี้ นอกจากนี้คนที่เป็นนายกฯ มาก่อนต้องมีคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 ยกเว้นไว้หลายเรื่อง แต่ไม่ยกเว้นเรื่อง 8 ปี ดังนั้นเรื่องนี้ติดตัวพล.อ.ประยุทธ์มา

“เมื่อไปดูรายงานการประชุมของกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญครั้งที่ 500 ต้องการยกร่างเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาตรา 158 ซึ่งนายมีชัย ฤชพันธุ์ ตั้งประเด็นนายสุพจน์ ไข่มุกด์พูดเสริมว่าใครที่เป็นนายกฯ ก่อนรัฐธรรมนูญปี 2560 ประกาศใช้ สามารถนับรวมระยะเวลากับการเป็นนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 โดยห้ามเป็นเกิน 8 ปี สรุปแล้วทั้งลายลักษณ์อักษรตามมาตรา 264 และเจตนารมณ์ พล.อ.ประยุทธ์พ้นจากความเป็นนายกฯ แน่นอน ไปไม่ได้ ทางตัน ส่วนที่เนติบริกรระบุว่าการประชุมดังกล่าวรับฟังได้นิดหน่อยนั้น ยืนยันว่า พล.อ.ประยุทธ์ต้องพ้นจากตำแหน่งนายกฯ ส่วนครม.ที่เหลืออยู่ก็รักษาการ ส่วนนายกฯ คนใหม่ก็เข้าสู่กระบวนการ” นายชูศักดิ์ กล่าว

Advertisement

ด้านนายจาตุรนต์ กล่าวว่า เหตุผลที่พล.อ.ประยุทธ์ครบ 8 ปีในวันที่ 24 สิงหาคม 2565 นี้ ข้อ 1 แง่ข้อกฎหมาย เจตนารมณ์รัฐธรรมนูญซึ่งบทเฉพาะกาลบัญญัติไว้ว่าครม. ที่มีมาก่อนประกาศใช้รัฐธรรมนูญให้เป็นครม.ตามรัฐธรรมนูญนี้แต่ไม่ได้มีการข้อยกเว้นในประเด็นการดำรงตำแหน่งนายกฯ เกิน 8 ปีไว้ ดังนั้น ถือว่าครม.สมัยคสช.ของพล.อ.ประยุทธ์นับตั้งแต่เป็นครม.ตั้งแต่วันแรก คือ วันที่ 24 สิงหาคม 2557 แล้วเมื่อพล.อ.ประยุทธ์ มาเป็นนายกฯ อีกครั้ง แม้จะไม่ได้มีรัฐมนตรีชุดเดิมทั้งคณะ ก็เข้าข่ายว่าครบ 8 ปี ในวันที่ 24 สิงหาคม 2565 นี้

นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ข้อ 2 เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญนั้น เพื่อป้องกันการผูกขาดอำนาจและการสืบทอดอำนาจที่ยาวนานจนนำไปสู่การทุจริต ในสมัยที่พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ยุคคสช.มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด แทรกแซงองค์กรอิสระ และส.ว.ก็ถูกสรรหาโดยพล.อ.ประยุทธ์ ทำให้ต้องนับตั้งแต่เริ่มการผูดขาดอำนาจที่ตรวจสอบไม่ได้มาจนถึงปัจจุบัน ขณะที่ประวัติศาสตร์การเมืองไม่มีนายกฯ ที่มาจากการเลือกตั้งคนใดอยู่เกิน 8 ปีด้วย และในอดีตก็มีถึง 3 ครั้งที่มีนายกฯ เผด็จการอยู่เกิน 8 ปี และข้อ 3 ที่สำคัญการบริหารราชการแผ่นดินล้มเหลว ความเสียหายทางเศรษฐกิจที่ใหญ่มากและเป็นจุดอ่อนคือ พล.อ.ประยุทธ์ที่ทำลายหลักนิติรัฐ นิติธรรม ใช้ความมั่งคงทางทหารมาบริหารประเทศ

“เมื่อรวม 3 มิติเข้าด้วยกันทั้งข้อกฎหมาย ป้องกันการผูกขาดและการทุจริต และการป้องกันความเสียหายของประเทศในการล้มเหลวแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องของอารมณ์ ความรู้สึก พอใจไม่พอใจ ชอบหรือไม่ชอบพล.อ.ประยุทธ์ แต่พล.อ.ประยุทธ์ ต้องพ้นจากนายกฯ ในวันที่ 24 สิงหาคม” นายจาตุรนต์ กล่าว

ขณะที่ นายสุทิน กล่าวว่า ตนคิดว่าเรื่อง 8 ปีเป็นเรื่องของพล.อ.ประยุทธ์ที่จะตัดสินใจว่าจะเอาอย่างไร และประชาชนจะว่าอย่างไร สุดท้ายจึงไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งตามหลักสังคมวิทยาศาลจะทำหน้าที่ก็ต่อเมื่อมนุษย์คุยกันไม่รู้เรื่อง โดยกระบวนการนี้พล.อ.ประยุทธ์ต้องคิดและตัดสินใจเองก่อน หากดูท่าทีว่าจะไม่ลง ประชาชนต้องลุกขึ้นมาพูด ซึ่งวันนี้ประชาชนทำหน้าที่แล้ว ทั้งนี้ ในการชี้ขาดตัดสินวาระของนายกฯ ไม่ใช่เรื่องข้อกฎหมายอย่างเดียว แน่นอนว่าข้อกฎหมายจะต้องเป็นประเด็นหลัก แต่ต้องอย่าลืมเรื่องเจตนารมณ์ด้วย จะไปเอาเฉพาะตัวบทไม่ได้ ต้องเอาเจตนารมณ์ก่อนว่ามีปัญหาอะไรจึงต้องร่างกฎหมายนี้ขึ้นมา เขียนกฎหมายนี้ขึ้นมาเพื่อหวังผลอะไร รวมถึงต้องดูหลักข้อเท็จจริงว่าต้องเป็นนายกฯ กี่ปี

“พล.อ.ประยุทธ์นับเลขเป็นหรือไม่ คุณจะนับปีไหนก็ตาม แต่เรื่องคือมันกี่ปี หาก 8 ปีเข้าข้ออันตรายตามที่เขากังวลหรือไม่ นอกจากนี้ ยังมีเรื่องหลักวัฒนธรรมประชาธิปไตยในทางทฤษฎีที่เขาเรียกว่า ประชาธิปไตยที่เป็นวิถีชีวิตคือ เมื่อพูดถึงประชาธิปไตยอย่าไปพูดถึงข้อกฎหมายและโครงสร้างอย่างเดียวทั้งนี้ รัฐธรรมนูญมาตรา 158 พูดชัดว่าไม่เกิน 8 ปี และไม่จำเป็นต้องนับต่อเนื่อง ซึ่งก็มีคนถามอีกว่าไม่มีผลย้อนหลังรัฐธรรมนูญ 60 ก็ต้องเริ่มนับจาก 60 ใช่อยู่ที่หลักการทั่วไปไม่มีผลย้อนหลัง แต่หากเขียนให้ย้อนหลังก็ต้องย้อนหลัง” นายสุทิน กล่าว

นายสุทิน กล่าวด้วยว่า ตนคิดว่ามีคนไปคิดมากเกินกว่าที่เขียนซึ่งคนที่เขียนเขียนเฉพาะกระบวนการสรรหาเท่านั้น ซึ่งจำเป็นต้องเขียนเพราะหากบอกว่าต้องมีนายกฯ แต่ไม่บอกกระบวนการที่มาก็อาจจะมีการฆ่ากันตาย จึงจำเป็นต้องเขียนให้รู้กระบวนการ แต่คุณเอาส่วนนี้ไปอธิบายสเปกนายกฯ หากจะยกเว้นพล.อ.ประยุทธ์และรัฐมนตรีที่มาจากรัฐประหารก็เขียนง่ายๆ คือยกเว้นรัฐมนตรีที่มาจากกระบวนการสรรหาตามมาตรา 158 แต่ที่ไม่เขียน เพราะเขาไม่ได้เจาะจง ฉะนั้น นายกฯ ที่จะต้องอยู่ในนายกฯ 8 ปีจะต้องเป็นนายกฯ จริงๆ หลักยึดที่ไม่ต้องไปพูดกันมากคือ โปรดเกล้าฯ หากเอาการโปรดเกล้าฯ มาจะดีกว่ากระบวนการสรรหา

“แล้วมีอะไรที่นายกฯ ก่อนหน้านั้นกับนายกฯ 60 ที่ไม่เหมือนกันก็ไม่มี แตกต่างอยู่อย่างเดียวคืออำนาจของนายกฯ ปี57 ล้นกว่า เสี่ยงต่อการสร้างอิทธิพล เสี่ยงต่อการสืบทอดอำนาจ และได้มีการสืบทอดแล้ว หากคุณจะอ้างว่าสเปกนายกฯ ปี 57 ไม่ควรเข้า 8 ปี นายกฯ ปี 57 ควรจะอยู่ 4 ปีด้วยซ้ำ ไม่ควรถึง 8 ปีเพราะมันอันตรายมาก ฉะนั้น ข้อกฎหมายผมว่าไม่มีอะไรที่จะมาเถียงได้ยกเว้นคุณจะหลับหูหลับตา และมาดูที่เจตนารมณ์คือคนอยู่นานจะสะสมอิทธิพล และยิ่งประเทศไทยด้วย ซึ่งประเทศอื่นไม่จำเป็นต้องเขียนเพราะเขามีวัฒนธรรมประชาธิปไตยที่ดี รู้จักพอ แต่ประเทศไทยไม่รู้จักพอ หากไม่เขียนไว้ก็จะได้มีการฆ่ากันเพราะอยู่แล้วก็สืบทอดอำนาจ ฉะนั้น การเขียน 8 ปีไว้ก็ป้องกันการสั่งสมอิทธิพล” นายสุทิน กล่าว

นายสุทิน กล่าวต่อว่า สำหรับข้อเท็จจริงไม่ต้องดูข้อกฎหมาย ถามว่าวันนี้พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ กี่ปี นับ 57 ถึงวันที่ 24 สิงหาคมนี้ก็ 8 ปี จะนับปีไหนไม่เกี่ยวถ้าว่าตามเจตนารมณ์ แต่ถามว่าคุณเป็นนายกฯ กี่ปีจาก 57 ก็ 8 ปีซึ่งก็เข้าข่ายตามข้อกังวลที่เข้าเขียนไว้แล้วหรือยัง ทั้งนี้ ครบ 8 ปีและเป็นไปตามข้อกังวลแล้ว ซึ่งกำลังจะเกิดเรื่องด้วย ข้อเท็จจริงมันชัดแล้ว นอกจากนี้ วัฒนธรรมประชาธิปไตยสำคัญมาก คนในสังคมนี้เขาคิดอย่างไร หากประชาชนอยากได้อย่างไร คุณก็ควรรับฟังเขาและทำตามนั้น หากคุณบอกเป็นประชาธิปไตยแต่ไม่รับฟังเขาเลยก็ไม่ใช่ คุณนับเองเลยซึ่งต้องชมพล.อ.เปรม ติณณสูลานนท์ ที่สามารถไปต่อได้แต่มีความละอายที่ประชาชนไม่เอาแล้ว แกบอกพอแล้ว ทั้งนี้หลักประชาธิปไตยต้องรับฟังประชาชนและสำคัญกว่านั้นคือต้องรับผิดชอบต่อประชาชนและประเทศ หากรู้ว่าอยู่ไปประเทศจะวิกฤตและขัดแย้ง คุณต้องเสียสละ อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณอยู่ต่อคุณจะทำงานได้จริงหรือไม่ หากประชาชนไม่ยอมรับคุณ

“เมื่อรวมหลายหลักแล้วคุณอยู่ถึงปี 70 มัน 13 ปี ถามว่าหากอยู่ 13 ปี เข้าข้อกังวลหรือไม่ก็ยิ่งเข้ากังวลมาก วันนี้จึงเรียกร้องว่าหากพล.อ.ประยุทธ์ฟังเราพูด และคุณอ้างว่ามาตามประชาธิปไตยต้องคิดเรื่องวัฒนธรรมประชาธิปไตยให้มาก ประชาชนวันนี้เขาคิดอย่างไรให้ฟังเขา หากอยู่ต่อจะเกิดอะไรขึ้นแล้วคุณจะทำงานได้หรือไม่ หากทำไม่ได้ไม่ใช่คุณเสียหาย ประเทศชาติเสียหาย เศรษฐกิจพัง ใครจะรับผิดชอบ หากถึงวันที่คุณอิ่มตัวแล้ว ประเทศชาติพังยับแล้วมันก็ไม่ได้ คุณไม่ใช่นายกฯ ตามวัฒนธรรมประชาธิปไตย คุณเป็นนายกฯ เผด็จการที่อาศัยตัวหนังสือให้คุณเท่านั้นเอง” นายสุทิน กล่าว