หน้าแรก การเมือง เพื่อไทย มั่น...

เพื่อไทย มั่นใจข้อมูลยื่นตีความปม 8 ปี น็อค ‘บิ๊กตู่’ ขอศาลสั่งพ้นเก้าอี้-หยุดทำหน้าที่

17.08.22 | 09:28 น.

เพื่อไทย มั่นใจข้อมูลยื่นตีความปม 8 ปี น็อค ‘บิ๊กตู่’ ขอศาลสั่งพ้นเก้าอี้-หยุดทำหน้าที่ ประยุทธ์ ขอ ส.ส.โหวตผ่านร่างพรบ.งบฯวาระ 3 กกต. จ่อถก กม.เลือกตั้งส.ส.สัปดาห์หน้า 22ส.ค.

บิ๊กตู่นั่งหัวโต๊ะประชุมครม.

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 08.30 น. วันที่ 16 สิงหาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้งนี้ ก่อนการประชุม นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมคณะผู้บริหาร เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อประชาสัมพันธ์ส่งเสริมซอฟต์เพาเวอร์ อาหารไทย และสนับสนุนสินค้าของคนไทย ผ่าน Thailandpostmart

ยิ้มมุมปากไม่ตอบปมยุบสภา

จากนั้นเวลา 13.20 น. พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ครม.ว่า การประชุมมีประเด็นสำคัญอยู่หลายประการโดยเฉพาะเรื่องที่รัฐบาลยังคงมุ่งมั่นนโยบายช่วยเหลือประชาชนทุกเรื่อง แต่ปฏิเสธตอบคำถามปรากฏการณ์การประชุมร่วมกันของรัฐสภาล่ม เพื่อกลับมาใช้สูตรหาร 100 กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า การเมืองผมไม่มีคำตอบอะไรทั้งสิ้น เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องในสภา เป็นเรื่องของประธานสภาและรัฐสภา ซึ่งนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ตอบไปแล้ว ส่วนเรื่องโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีนั้นเป็นเรื่องของผม ตอนนี้ทำงานได้อยู่ไม่มีปัญหาอะไร ทั้งนี้ เมื่อนายกฯพูดถึงเรื่องดังกล่าว ทำให้นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ถึงกับยิ้ม

อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามถามถึงกรณีวาระ 8 ปี และกรณีที่ น.ส.วทันยา บุนนาค หรือมาดามเดียร์ ลาออกจากการเป็น ส.ส.และสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว และเมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงโอกาสความเป็นไปได้ในการยุบสภา พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ตอบคำถามเพียงแต่ยิ้มมุมปากก่อนเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าไปทันที

Advertisement

ขอส.ส.ยกมือโหวตกม.งบ66

รายงานข่าวจากที่ประชุม ครม.แจ้งว่า นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐนตรี ได้รายงานวาระประชุมรัฐสภาประจำสัปดาห์ที่จะมีการโหวตร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2566 วาระ 3 ในวันที่ 19 สิงหาคมนี้ โดย พล.อ.ประยุทธ์ได้ขอความร่วมมือ ส.ส.ให้โหวตผ่านร่างกฎหมายดังกล่าว

ผู้ตรวจการฯจ่อสรุปปมนายก8ปี

พ.ต.ท.กีรป กฤตธีรานนท์ เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้เสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยสถานะการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 8 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมว่า เบื้องต้นทางผู้ตรวจฯมีมติรับคำร้องและได้นำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือในที่ประชุมเรียบร้อยแล้ว โดยพิจารณาแล้วเห็นว่าควรจะออกคำวินิจฉัยให้ได้ก่อนวันที่ 23 สิงหาคมนี้ ทั้งนี้ ประเด็นนี้เป็นประเด็นทางข้อกฎหมาย เป็นการตีความตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญว่า พล.อ.ประยุทธ์จะสิ้นสุดการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อใด ซึ่งสาระสำคัญเป็นเรื่องของบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ดังนั้น การแสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมคงเป็นเรื่องการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง จึงไม่จำเป็นที่จะต้องไปขอข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นแต่อย่างใด ดังนั้นภายในสัปดาห์นี้น่าจะมีคำตอบที่ชัดเจนและน่าจะมีคำวินิจฉัยออกมาได้

ชี้หากมีอำนาจพร้อมส่งศาลตีความ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แนวทางการพิจารณาของผู้ตรวจฯตามรัฐธรรมนูญ สามารถออกแนวทางได้ ดังนี้ คือ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 231 ในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 230 ผู้ตรวจการแผ่นดินอาจเสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้หากเห็นว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ โดยให้เสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ และให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยโดยไม่ชักช้า แต่หากผู้ตรวจการแผ่นดนเห็นว่าเรื่องดังกล่าวไม่เข้าหลักเกณฑ์การพิจารณาหรือไม่มีบทบัญญัติหรือกฎหมายใดให้อำนาจที่จะกระทำได้ ทางผู้ตรวจการแผ่นดินจะมีมติยุติคำร้อง

ปัดดีลพท.ดันป้อมนายกฯ

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์กรณีเหตุการณ์ประชุมรัฐสภาล่มว่าทางพรรค พปชร.ได้พูดคุยกันอย่างไร ว่ายังไม่ได้คุยกับใครเลย ตนบอกแล้วว่าอย่างไรเรื่องใช้สูตรการคำนวณ 500 หรือ 100 หาร เป็นเรื่องเด็กๆ ตั้งแต่วันนั้นพูดเรื่องนี้แล้วจะไม่พูดเรื่องนี้อีกแล้ว เป็นข้อเท็จจริงที่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยหลักการคณิตศาสตร์เท่านั้น ไม่ได้มีใครสั่งหรืออะไรทั้งสิ้น ถ้าหากว่าคนพยายามลงลึกในรายละเอียดแล้วคิดมันก็จะจบอย่างนี้ เป็นอย่างอื่นไม่ได้

เมื่อถามว่าหลายคนจับตามองว่าจะมีการผลักดัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร.ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี นายสมศักดิ์กล่าวว่า เป็นเรื่องที่สามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้ แต่เรื่องจริงที่จะเกิดขึ้นได้อย่างไรนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ทุกพรรคการเมืองหาเสียงที่คนดูมีการพูดว่ากลอนพาไปบ้าง ที่จะผลักดันหัวหน้าพรรคของเขาอะไรทำนองนี้ เป็นเรื่องของการเมือง ช่วงของการหาเสียงก็พูดกันไป ส่วนข้อเท็จจริงนั้นคงรู้อยู่แล้วว่าอะไรควรไม่ควรอย่างไร

ส.ว.ไม่ร่วมวงพรรคเล็กยื่นศาลตีความ

นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ให้สัมภาษณ์ถึงท่าทีของ ส.ว.ต่อการร่วมเข้าชื่อกับ นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ เพื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ว่า ส.ว.ส่วนใหญ่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ และเป็นสภาถ่วงดุล มีความเป็นกลาง ดังนั้น การร่วมเข้าชื่อในประเด็นดังกล่าวจะไม่มี ส.ว.เข้าร่วม ทั้งนี้ การยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความนั้นเป็นเรื่องที่ทำได้ เมื่อใครมีข้อสงสัย หรือไม่เห็นด้วยกับแนวทางและมีความเห็นไม่ตรงกัน ซึ่งยอมรับว่าทั้งฝ่ายที่สนับสนุนให้หาร 100 หรือ หาร 500 ในร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยเลือกตั้ง ส.ส.ต่างมีประเด็นที่มองได้ว่าขัดกับรัฐธรรมนูญ กรณีที่ขณะนี้กลับไปใช้ร่าง พ.ร.ป.เลือกตั้งฉบับของรัฐบาล หากมีปัญหาที่สงสัยว่าจะขัดรัฐธรรมนูญต้องนำไปสู่การยุติข้อสงสัยให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบ

พท.ยื่นชี้8ปีขอศาลสั่ง2ข้อ

นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงการยื่นคำร้องตีความการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีครบ 8 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านจะร่วมลงชื่อและยื่นคำร้องต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 17 สิงหาคมนี้ เพื่อให้ประธานสภาดำเนินการส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยวาระการดำรงตำแหน่งนายกฯครบ 8 ปี โดยในคำร้องจะขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่ง คือ 1.ขอให้พ้นจากการทำหน้าที่นายกฯ 2.ขอให้มีคำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ไปก่อน เนื่องจากหากปล่อยให้นายกฯทำหน้าที่ต่อไปก่อนที่จะมีคำวินิจฉัยในกรณีดังกล่าวอาจส่งผลให้ประเทศเกิดความเสียหายได้ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 ส่วนที่ยื่นคำร้องในวันที่ 17 สิงหาคมนั้น เพื่อให้ประธานสภาได้มีเวลาในการตรวจสอบรายชื่อของ ส.ส.ที่ได้ยื่นคำร้อง รวมทั้งมีเวลาในกระบวนการธุรการ ซึ่งคาดว่าจะส่งถึงศาลรัฐธรรมนูญได้ในช่วงใกล้วันที่ 23-24 สิงหาคมนี้

แนบบันทึกกรธ.ในคำร้องด้วย

นายชูศักดิ์กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ในคำร้องที่จะยื่นตีความการดำรงตำแหน่งนายกฯครบ 8 ปี พรรคร่วมฝ่ายค้านจะแนบรายละเอียด ข้อมูล หลักฐานประกอบในคำร้องทั้งหมด โดยจะมีบันทึกการประชุมของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ครั้งที่ 500 ในวันที่ 7 กันยายน 2561 ที่มีความเห็นของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธาน กรธ. และนายสุพจน์ ไข่มุกด์ รองประธาน กรธ.คนที่หนึ่ง ที่สรุปความได้ว่า การนับวาระดำรงตำแหน่งของนายกรัฐมนตรี ให้นับรวมวาระที่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ก่อนที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ใช้บังคับด้วย รวมทั้งบันทึกความมุ่งหมายการยกร่างรัฐธรรมนูญรายมาตราที่ กรธ.ได้จัดทำ ทั้งในมาตรา 264 และมาตรา 158 ไว้โดยละเอียดประกอบในคำร้องไปด้วย ส่วนศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยก่อนหรือหลังวันที่ 24 สิงหาคมนี้หรือไม่ ไม่สามารถก้าวล่วงในดุลพินิจของศาลรัฐธรรมนูญได้ แต่หากพ้นวันที่ 24 สิงหาคม ที่พรรคร่วมฝ่ายค้านมองว่าเป็นวันที่ครบวาระ 8 ปีของนายกฯแล้ว และ พล.อ.ประยุทธ์ยังทำหน้าที่ต่อไป และภายหลังมีคำวินิจฉัยออกว่า พล.อ.ประยุทธ์ต้องพ้นจากนายกฯ เนื่องจากทำหน้าที่ครบ 8 ปีแล้ว ความเสียหายที่เกิดขึ้นระหว่างนั้นจะต้องมีการดำเนินการเอาผิดต่อ พล.อ.ประยุทธ์อย่างแน่นอน

มั่นใจบิ๊กตู่หลุดเก้าอี้24ส.ค.

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงความคืบหน้าการยื่นตีความวาระนายกรัฐมนตรี 8 ปี ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ว่า ขั้นตอนการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเรายื่นผ่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะมีเวลาไม่เกิน 7 วัน ตรวจสอบความถูกต้องก่อนส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ จากนั้นต้องพิจารณาว่าศาลรัฐธรรมนูญจะรับคำร้องไว้พิจารณาหรือไม่ ส่วนในคำร้องได้ยื่นให้ศาลวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่งและให้ศาลสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ขณะที่รอฟังคำวินิจฉัย ไม่ทราบว่าจะใช้เวลาพิจารณานานหรือไม่ เชื่อว่าศาลจะเร่งพิจารณาเพราะเป็นเรื่องที่จำเป็นมีผลกระทบต่อประเทศชาติและประชาชน
เมื่อถามว่า มั่นใจแค่ไหนในประเด็นข้อกฎหมายที่ได้ยื่นไป นพ.ชลน่านกล่าวว่า มีแนวทางข้อกฎหมาย 3 แนวทาง คือ 1.นับตั้งแต่ปี 2557 2.นับตั้งแต่ปี 2560 และ 3.นับตั้งแต่ปี 2562 เมื่อดูข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ มั่นใจว่า พล.อ.ประยุทธ์ต้องพ้นจากตำแหน่งในวันที่ 24 สิงหาคม 2565

ชี้ไม่กล้ายุบสภาหวั่นเจอแรงต้าน

เมื่อถามถึงแนวโน้มที่ พล.อ.ประยุทธ์จะประกาศยุบสภา นพ.ชลน่านกล่าวว่า เหตุการณ์ยุบสภาของนายกฯไม่ว่าคนไหนจะต้องได้ประโยชน์ ถ้าไม่ได้ประโยชน์คงไม่ประกาศยุบสภา หากต้องยุบสภาเพื่อเป็นนายกฯรักษาการอาจจะเป็นไปได้ เพราะยังไม่มีกฎหมายเลือกตั้ง แต่คงไม่กล้าตัดสินใจด้วยวิกฤตเกรงว่ากระแสต้านจะมากขึ้น หากกฎหมายลูกยังไม่ได้ประกาศใช้ เชื่อว่าจะไม่เกิดสุญญากาศทางการเมือง แม้ยุบสภาสามารถดำเนินการต่อไปได้ เพราะผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐสภาแล้ว
มีคนวิเคราะห์ว่าหลังจากเอเปคเขาจะยุบสภาเพราะได้ประโยชน์มากในการกวาดต้อน ส.ส.ที่ย้ายพรรคได้ เพราะช่วงนั้น ส.ส.ย้ายพรรคได้ทันทีโดยไม่ต้องเลือกตั้งซ่อม สามารถสังกัดพรรคการเมืองใหม่ภายใน 30 วัน นพ.ชลน่านกล่าว

กกต.จ่อถกกม.ส.ส.สัปดาห์หน้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้รับหนังสือพร้อมร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. (ฉบับที่… )พ.ศ. … ซึ่งถือว่ารัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้ว จากนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ที่ส่งถึงประธาน กกต. มีเนื้อหาระบุว่า ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ได้พิจารณาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ไม่แล้วเสร็จทันตามกำหนดเวลาภายใน 180 วัน ซึ่งครบกำหนดในวันที่ 15 สิงหาคม 2565 โดยนับแต่วันที่ประธานรัฐสภา อนุญาตให้บรรจุระเบียบวาระการประชุม เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2565 นั้น ตามมาตรา 132 (1) ของรัฐธรรมนูญให้ถือว่ารัฐสภาให้ความเห็นชอบตามร่างที่เสนอ ตามมาตรา 131 ทั้งนี้ ตามข้อบังคับการประชุมร่วมกันของรัฐสภา 2563 ข้อ 87 วรรคสอง ประกอบข้อ 101 ให้ถือว่ารัฐสภาให้ความเห็นชอบตามร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ที่ใช้เป็นหลักในการพิจารณาวาระที่สอง และให้ดำเนินการตามข้อ 102 ต่อไป ในการนี้ จึงส่งร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ ซึ่งเป็นร่างที่รัฐสภาให้ความเห็นชอบเป็นร่างหลักในการพิจารณาในวาระที่สองมายัง กกต. เพื่อให้ความเห็นตามมาตรา 132 (2) ของรัฐธรรมนูญ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากสำนักงาน กกต. ได้รับหนังสือแล้ว จะทำการศึกษาและคาดว่าจะเสนอเข้าสู่ที่ประชุม กกต.เพื่อลงมติได้ในช่วงวันที่ 22-23 สิงหาคม ที่จะมีการประชุม