หน้าแรก การเมือง พิธา ถามบิ๊กต...

พิธา ถามบิ๊กตู่ นับเลขถูกไหม เป็นนายกฯ มากี่ปี? ชี้ทาง 3 แพร่ง บทเฉพาะกาล ครม.

17.08.22 | 15:36 น.

“พิธา” ถาม “บิ๊กตู่” นับเลข ถูกหรือไม่ เรียกตัวเองเป็นนายกฯ มากี่ปี ชี้ หากมีจิตสำนึกเรื่องไม่ต้องถึง “ศาล รธน.” ตีความ

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ที่รัฐสภา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์กรณีเสียงวิจารณ์การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 8 ปี ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หากนับตั้งแต่ปี 2560 ก็จะสามารถดำรงตำแหน่งได้อีก 2 ปี ว่า

ตอนนี้แบ่งเป็น 3 แพร่ง คือ ปี 57 ปี 60 และปี 62 แต่ที่ดูกฎหมาย คิดว่าเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากปี 57 มันไม่ได้เป็นเรื่องของกฎหมายย้อนหลังหรือไม่ แต่เป็นเรื่องของความต่อเนื่องของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่บันทึกไว้ในบทเฉพาะกาลชัดเจน ว่า หากเป็น ครม.ที่มาก่อนรัฐธรรมนูญนี้ขอให้เป็น ครม.ต่อไปซึ่งใช้คำว่า “เป็น” ไม่ได้ใช้คำว่า “ทำหน้าที่” หรือคิดว่าเป็น แต่ใช้คำว่า “เป็นเลย”

โดยกฎหมายจะย้อนหลังหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าเป็นกฎหมายอาญาหรือกฎหมายมหาชน และนี่เรื่องของกฎหมายมหาชน ก็จะต้องตีความว่าการกระทำแบบนี้เป็นการคุ้มครองหรือการควบคู่ หากเป็นการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของประชาชนก็จะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่หากเป็นการควบคุมจำกัดจากการใช้อำนาจของรัฐก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ทั้งนี้เรื่องนี้ประชาชนจับตาดูศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกลไกตรวจสอบตามรัฐธรรมนูญปี 60 ว่าจะทำหน้าที่หรือไม่ ขณะเดียวกันในแง่ของการเมืองถ้าถามถึงความชอบธรรมของ พล.อ.ประยุทธ์ 8 ปีมันยาวเกินและเป็น 8 ปีที่ปราศจากการเปลี่ยนแปลง

ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.ประยุทธ์จะพิจารณาตนเองแล้วลาออกหรือไม่ นายพิธากล่าวว่า ถ้าเป็นตนจะถามตัวเองว่าคนที่มีสิทธิวินิจฉัยตนเองมากที่สุดคือประชาชน ประชาชนเรียกเขาว่าเป็นนายกฯ แม้จะชอบหรือไม่ก็ถูกปกครองโดย พล.อ.ประยุทธ์ มาตลอด 8 ปี หากนับเลขถูกและเรียกตัวเองว่าเป็นนายกฯ มาตลอด 8 ปีก็จบ อยู่ที่จิตสำนึก อยู่ที่สามัญสำนึกของเขา ซึ่งจริงๆ ไม่จำเป็นต้องถึงศาลรัฐธรรมนูญตีความใดๆ ทั้งสิ้น

Advertisement

เมื่อถามว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์ได้อยู่ต่อกระแสของประชาชนจะเป็นอย่างไร นายพิธากล่าวว่า ตนคิดว่าประชาชนยอมรับไม่ได้อย่างที่บอกความชอบธรรมของ พล.อ.ประยุทธ์หมดไปเยอะ ประชาชนคงอดทนรออีกไม่ไหว ถ้าเคารพประชาชนก็ควรจะลาออก แต่ถ้าไม่ได้ตนก็จะสะท้อนในการเลือกตั้งครั้งต่อไปซึ่งค่อนข้างแน่นอน