สัญญาณ ‘อันตราย’ การเมือง ต่อสถานะ ประยุทธ์ จันทร์โอชา
มีความจำเป็นทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องมอบหมายให้โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีออกมาแถลงยืนยันว่าจะไม่มีการยุบสภาก่อนวันที่ 24 สิงหาคม
คำยืนยันนี้สะท้อน “เป้าหมาย” อย่างแจ่มชัดท่ามกลางความไม่แน่นอนเป็นอย่างสูงในทางการเมือง
ด้านหนึ่ง เป็นความแจ่มชัดจากทางด้าน “นายกรัฐมนตรี”
เป็นความแจ่มชัดที่ต้องการให้ความสงสัยทุกอย่างอยู่ในการวินิจิฉัยของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ บนฐานแห่งความมั่นใจ เป็นอย่างสูงว่าคำวินิจฉัยจะออกมาในทางที่เป็นคุณ
ขณะเดียวกัน ก็เท่ากับยอมรับโดยอัตโนมัติว่าความเห็นต่างต่อการดำรงอยู่ในสถานะแห่ง “นายกรัฐมนตรี” ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คือตัวปัญหา คือตัวทุกข์
ความแหลมคมอย่างที่สุดก็คือ มิได้เป็นตัวทุกข์จำเพาะต่อตัว ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เท่านั้น หากกำลังเป็นปัญหาและเป็นความรู้สึก “ร่วม” ในทางสังคม
ประการหลังนั้นเป็นเรื่องล่อแหลม เป็นอันตรายอย่างยิ่งยวดต่อการดำรงอยู่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
แม้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะออกมาในด้านเป็นคุณ
ต้องยอมรับว่าสถานะและการดำรงอยู่ของ “นายกรัฐมนตรี” มิได้เป็นเรื่องในทางนิติศาสตร์อย่างด้านเดียว ตรงกันข้าม ต้องขึ้นอยู่ กับเรื่องในทางรัฐศาสตร์ หรือการเมืองอีกด้วย
เนื่องจากในทางการเมืองจำเป็นต้องได้รับการยอมรับอย่างสนิทใจในทางสังคม
หากไม่ได้รับการยอมรับการต่อต้านก็เป็นความชอบธรรม
บทสรุปนี้ตกผลึกผ่านวาทกรรมที่ว่า “เจตจำนงร่วม” ซึ่งจะแปร เป็นความยินยอมพร้อมใจกระทั่งดำรงอยู่ในสถานะอันเป็น “อาณัติ” จากประชาชน
ปรากฏการณ์ของการออกมาต่อต้านการดำรงอยู่ของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เคยเกิดขึ้นและมีอยู่ไม่มากนักในห้วงหลังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557
ณ บัดนี้ได้เริ่มก่อรูปจนดำรงอยู่อย่างเป็น “กระแส” ขึ้นแล้ว
มีความเชื่อมั่นว่าการอยู่ยาวในตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี” จะเป็นปัจจัยในการสร้างคะแนนและความนิยมทางการเมือง
เป็นความเชื่อตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งเดือนมีนาคม 2562
กระนั้น ผลการเลือกตั้งก็ออกมาอย่างเด่นชัดว่าปีกทางด้านต่อต้านมีคะแนนและความนิยมเหนือกว่า และมีแนวโน้มว่าจะยิ่ง เหนือกว่าในลักษณะ “แลนด์สไลด์” ในอนาคตอันใกล้
นี่คืออันตรายต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยตรง

