‘จุรินทร์’ ลั่น ปชป.ภาคเหนือ ได้มากกว่าเดิมแน่ ไม่พูดซ้ำ ‘เลขาฯพรรค’ บอกเลิกเล่นการเมือง หากได้ ส.ส.น้อยกว่าเดิม

21.08.22 | 14:08 น.

‘จุรินทร์’ ลั่น ปชป.ภาคเหนือ ได้มากกว่าเดิมแน่ ไม่พูดซ้ำ ‘เลขาฯพรรค’ บอกเลิกเล่นการเมือง หากได้ ส.ส.น้อยกว่าเดิม ชี้ ผู้ใหญ่ระดับเบอร์ 2 ของพรรคพูด ต้องมั่นใจ ด้าน ‘นราพัฒน์’ ลั่นประชาธิปัตย์ภาคเหนือ กลับมายิ่งใหญ่ได้อีกครั้ง

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ที่ จ.พิจิตร นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเปิดคาราวาน ลองกอง และพิธีลงนามสัญญาข้อตกลงมาตรฐานของกรมการค้าภายใน สำหรับซื้อขายลองกอง ในจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ที่ศูนย์ส่งออกส้มโอโพธิ์ประทับช้าง อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร ถึงกรณีการเตรียมความพร้อม หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง กรณีวาระการดำรงตำแหน่งครบ 8 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ว่า ประชาธิปัตย์ไม่ได้เตรียมอะไร ทุกอย่างเป็นไปตามภาวะปกติ วันนี้ประชาธิปัตย์อยู่ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล เราก็ทำหน้าที่พรรคร่วมรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ก็ยังเป็นนายกฯ ท่านก็ทำหน้าที่นายกฯ เราก็ทำงานร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ ไปได้ด้วยดี ไม่ได้มีความกังวลอะไร ส่วนคำตัดสินจะออกมาอย่างไรขึ้นอยู่กับศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็ต้องรอคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่จะเป็นที่สุด เพราะผูกพันทุกองค์กร

เมื่อถามว่า ตอนนี้บรรดาพรรคการเมือง มีการพูดกันว่า หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง อาจมีการเสนอชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นนายกฯ สำรอง มองว่าจะมีโอกาสเป็นไปได้หรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า ตนไม่ขอตอบอะไรไปล่วงหน้า เพราะวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังเป็นนายกฯอยู่ ทุกอย่างก็ต้องเป็นไปตามนั้น และพรรคประชาธิปัตย์ก็มาร่วมรัฐบาลในเงื่อนไขที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ เพราะฉะนั้นถ้าเป็นเงื่อนไขนี้อยู่ ก็เป็นเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น จึงยังไม่อยากพูดอะไรไปล่วงหน้า

ผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าภาพรวมในการเตรียมความพร้อมเลือกตั้งทั่วประเทศ โดยเฉพาะการเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ในภาคใต้ แต่มียังบางเขตที่มีผู้สมัครมากกว่า 1 คน จะสามารถเปิดตัวพร้อมกันทั่วประเทศได้หรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สำหรับภาคใต้ไม่มีปัญหาเลย ส่วนที่มีผู้สมัครเกิน ก็ไม่น่าจะเรียกว่าปัญหา แต่เป็นภาพดีกับประชาธิปัตย์ในภาคใต้ เพราะมีคนแย่งกันลง แสดงให้เห็นว่าความนิยมประชาธิปัตย์ในภาคใต้ยังดี และกระเตื้องขึ้นไปเยอะมากเมื่อเทียบกับหลังการเลือกตั้งเมื่อคราวที่แล้ว คนถึงมาแย่งกันลง สมมุติว่าเสียงไม่ดี คนไม่สนับสนุน เขาคงไม่มีคนมาแย่งกันลง อันนี้เป็นคำตอบที่ชัดที่สุด แต่กระบวนการของพรรคยังมีอยู่ ถ้าเขตไหนมีผู้สมัครเกิน 2-3 คน พรรคจะตัดสินใจอย่างไร ก็มีข้อบังคับพรรค และมีกฎหมายใหม่ที่จะเป็นตัวกำหนดว่าจะคัดตัวผู้สมัครอย่างไร อีกทั้งยังมีกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่เรานำไปใช้ในบางเขตเท่าที่จำเป็น เช่น กระบวนการทำโพล ผลการสำรวจเบื้องต้น

นายจุรินทร์กล่าวต่อว่า ส่วนการเตรียมพร้อมผู้สมัครในภาคเหนือนั้น ทำไปได้เยอะแล้ว และอดีตผู้สมัคร ส.ส.ของเราคราวที่แล้ว ยังอยู่กับเราเกือบจะเรียกว่าครบเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ยังยืนหยัดกับพรรคประชาธิปัตย์ และเรามีผู้สมัครรุ่นใหม่เข้ามาเยอะในหลายพื้นที่ หลายจังหวัด แม้แต่ที่เชียงใหม่ก็มีคนรุ่นใหม่เข้ามา เมื่อถึงเวลาอันเหมาะสมจะได้ประกาศเปิดตัวต่อไป

Advertisement

เมื่อถามว่า ในพื้นที่ภาคเหนือ ได้ตั้งความหวังไว้มากน้อยเท่าไหร่ เพราะที่ผ่านมาพรรคได้ ส.ส.เขต เพียงคนเดียว หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอให้เป็นหน้าที่ของรองหัวหน้าพรรคภาคเหนือ ที่จะเป็นผู้ไปประเมิน ตนมีประเมินไว้ในใจแล้ว แต่ยังไม่อยากพูด เดี๋ยวนี้ทั้งหมดประเมินเบื้องต้นไม่ได้ เพราะตัวผู้สมัครยังไม่นิ่ง เมื่อนิ่งแล้วเราจะพอประเมินได้ว่าภาคเหนือเราจะได้กี่ที่นั่ง แต่อย่างน้อยก็ต้องมากกว่าคราวที่แล้ว เพราะคราวที่แล้วได้คนเดียว เนื่องจากเป็นอุบัติเหตุทางการเมืองอย่างที่ทราบ

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากเป็นเช่นนั้น หมายความว่าในภาพรวมทั้งประเทศพรรคประชาธิปัตย์จะได้ส.ส.มากกว่าเดิมใช่หรือไม่ เพราะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ได้ประกาศวางมือทางการเมืองหากได้ ส.ส. น้อยกว่าเดิม แบบนี้จะทำให้รู้สึกกดดันหรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า เลขาพรรคฯได้พูดไปแล้ว ตนไม่ขอพูดซ้ำ ซึ่งเลขาธิการพรรคฯ ท่านก็ต้องมีความมั่นใจ ผู้ใหญ่ระดับเบอร์ 2 ของพรรคพูด แสดงว่าก็ต้องมั่นใจ

ด้านนายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลภาคเหนือ กล่าวถึงความมั่นใจในการนำทัพเลือกตั้งในภาคเหนือว่า ในอดีตประชาธิปัตย์ในภาคเหนือจะมี ส.ส. เกือบ 20 ที่นั่ง เราก็เคยทำได้มาแล้ว การเลือกตั้งคราวที่แล้วเราเหลือ 1 ที่นั่ง ตนก็มั่นใจอย่างยิ่งว่าอ่านเลือกตั้งที่จะถึงเราได้มากกว่าเดิมแน่นอน ซึ่งขณะนี้ได้กำหนดตัวผู้สมัครไว้ประมาณ 80-90% รอความชัดเจนในเรื่องเขตเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย เนื่องจากมีการแบ่งเขตเพิ่มเติม จาก 62 เขต เป็น 71 เขต เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เคาะเรียบร้อย เราก็น่าจะได้ครบตามเป้าหมาย ซึ่งมีทั้งที่เป็นอดีต ส.ส. และคนรุ่นใหม่ รวมทั้งเชื่อว่านโยบายพรรคฯที่ผ่านมา รวมถึงการทำงานของรัฐมนตรีของพรรคทุกคนจะสามารถกอบกู้วิกฤต และสามารถนำพาประชาธิปัตย์ภาคเหนือกลับมายิ่งใหญ่ได้อีกครั้ง