สถานีคิดเลขที่ 12 : ลามเข้าสภา

23.08.22 | 09:23 น.

สถานีคิดเลขที่ 12 : ลามเข้าสภา

สภาล่มเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมากลายเป็นประเด็นการเมืองขึ้นมา เพราะวาระการพิจารณาคือ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ปี 2566

สภานัดกันอีกครั้งวันที่ 23 สิงหาคม เวลา 13.00 น. โดยขณะนี้พิจารณาได้ 29 มาตรา เหลืออีกสิบกว่ามาตราถึงจะได้โหวต

กระทั่งกลายเป็นกระแสหวาดหวั่นว่า หากสภาล่ม จนเป็นเหตุให้ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ตก รัฐบาลต้องรับผิดชอบ

ยุบสภา หรือ ลาออก

Advertisement

กลายเป็นประเด็นความเคลื่อนไหวเพื่อกดดัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้พ้นจากนายกรัฐมนตรี

ขณะที่ประเด็นการครบ 8 ปีนั้น นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา รับหนังสือยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความจากพรรคร่วมฝ่ายค้านแล้ว

กำหนดดีเดย์ยื่นวันที่ 23 สิงหาคมเช่นกัน คาดว่าศาลรัฐธรรมนูญต้องใช้เวลาในการพิจารณาก่อนจะวินิจฉัย

เป็นระยะเวลาที่เกินวันที่ 23 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันที่ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯครบ 8 ปี หากนับเวลาตั้งแต่ปี 2557

แตกต่างจากมุมมองฝ่ายที่ต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์อยู่ต่อ ที่มองว่าต้องเริ่มนับกันหลังปี 2560 ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันบังคับใช้

เช่นเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์แล้ว ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้วินิจฉัย

ส่วนฝ่ายที่ต้องการการเปลี่ยนแปลงเริ่มขยับ เพราะเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ควรจะหยุดได้แล้ว

กลุ่มราษฎร และเครือข่าย 38 องค์กร อ่านแถลงการณ์ราษฎร และขบวนประชาชน 4 ภาค “ให้มันจบที่ 8 ปี” ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. และ นายนิติธร ล้ำเหลือ กลุ่มประชาชนคนไทย ที่รวมกันเป็นคณะหลอมรวมประชาชน ตั้งเวทีปราศรัย “8 ปี ประยุทธ์ ต้องไป คนไทยลุกขึ้นสู้”

ชมรมแพทย์ชนบทออกแถลงการณ์ปลุกสังคมกดดัน พล.อ.ประยุทธ์ ก้าวลงจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

กลุ่มคณาจารย์จากคณะนิติศาสตร์ 51 คน จาก 15 มหาวิทยาลัย เขียนจดหมายเปิดผนึกถึงศาลรัฐธรรมนูญ ในประเด็นการนับระยะเวลาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของพล.อ.ประยุทธ์

กลุ่มปัญญาชนและพลเมืองไทย 99 คน ลงชื่อ เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ เสียสละลาออกก่อนวันที่ 24 สิงหาคม

เป็นความเคลื่อนไหวนอกสภาที่มีมาอย่างต่อเนื่อง

แต่หากสภาล่มเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาคือความเคลื่อนไหวในสภา เพื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ตัดสินใจ

ถือได้ว่าความเคลื่อนไหวในสภาต้องจับตามอง เพราะหากส่งผลกระทบต่อร่าง พ.ร.บ.งบประมาณจริง ย่อมมีผลต่อ พล.อ.ประยุทธ์ และรัฐบาล

และมีผลต่อประเทศชาติด้วย

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวไม่ว่าจะได้ผลหรือไม่ แต่ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็ส่อแสดงถึงการเมืองที่ร้อนแรงขึ้น

พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อปี 2557 กับ พล.อ.ประยุทธ์ในปีนี้ มีความแตกต่าง

โดยเฉพาะความแตกต่างเกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ความแตกต่างดังกล่าวไม่ได้เป็นความแตกต่างทางความเห็นทางกฎหมาย

อาทิ ครบ 8 ปีหรือยัง ครบ 8 ปีหรือเปล่า ครบ 8 ปีตามที่รัฐธรรมนูญห้ามไว้หรือไม่

หากแต่ปี’57 กับปีนี้ มีความแตกต่างในความต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ

เมื่อปี’57 อาจมีคนเพียงกลุ่มหนึ่งที่ไม่อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ แต่ปีนี้ คนกลุ่มเดิมยังอยู่ และเพิ่มเติมคนกลุ่มใหม่เข้าไป

นับวัน ความเคลื่อนไหวที่ปรากฏสะท้อนภาพให้เห็นว่า คนที่ไม่อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯต่อ มิได้มีแค่คนนอกสภา

คนในสภาก็มีปริมาณเพิ่มขึ้น

คนในสภาเริ่มมีความเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ควรหยุด

แม้ พล.อ.ประยุทธ์จะอยู่ต่อไปได้ตามกฎหมาย แต่ก็สุ่มเสี่ยงต่อการล่มสลายมากขึ้นเรื่อยๆ

เพราะคนที่ไม่อยากให้บิ๊กตู่เป็นนายกฯต่อเพิ่มจำนวน

เพิ่มจำนวนขึ้นทั้งนอกสภา และในสภา

นฤตย์ เสกธีระ
[email protected]