‘ชินวรณ์’ ย้ำต้องเข็นงบ’66 ให้ผ่านวาระ 3 เผยหากสภาล่ม ‘รัฐบาล’ ต้องรับผิดชอบ
เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ต่อเนื่องในวาระ 2 เป็นครั้งที่ 5 ในวันนี้ (23 สิงหาคม) เวลา 13.00 น. ว่าวิปรัฐบาลขอความร่วมมือจากทุกพรรคร่วมรัฐบาลให้เช็กองค์ประชุมของแต่ละพรรคให้พร้อมเพรียงตั้งแต่การเปิดประชุม เพราะเมื่อเปิดประชุมแล้วจะต้องลงมติทันที นอกจากนั้น ในการประสานงานกับพรรคร่วมฝ่ายค้านได้มอบหมายให้ นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานวิปรัฐบาล และนายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. ในฐานะเลขาวิปรัฐบาล เป็นผู้ประสาน
“วิปรัฐบาลยืนยันแนวทางว่าจะต้องเดินหน้าพิจารณางบฯวาระ 2 ให้แล้วเสร็จ และลงมติเห็นชอบในวาระ 3 ให้ได้ แต่จะลงมติได้ในช่วงเวลาใดนั้น ขึ้นอยู่กับการให้ความร่วมมือของ ส.ส.ที่จะลดการอภิปรายในเนื้อหาลง เพื่อให้ผ่าน หากไม่ใช่มาตราหลักก็พิจารณาได้อย่างรวดเร็ว เบื้องต้นทราบว่าแต่ละมาตรามีผู้ที่ยื่นรายชื่อขออภิปรายต่อมาตรามีไม่เกิน 5 คน แต่การอภิปรายพบว่า ส.ส.ที่ไม่ได้แปรญัตติ หรือสงวนความเห็นขอเวลาอภิปรายด้วย ทำให้การอภิปรายยืดเยื้อออกไป” นายชินวรณ์กล่าว
นายชินวรณ์กล่าวต่อว่า การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบจะปล่อยให้เกิดอุบัติเหตุไม่ได้ ซึ่งฝ่ายรัฐบาลยืนยันชัดเจนให้การประชุมไปจนถึงลงมติวาระ 3 แต่หากลงมติแล้วองค์ประชุมไม่ครบ ฝ่ายรัฐบาลก็ต้องรับผิดชอบเพราะเป็นกฎหมายสำคัญเกี่ยวกับการเงิน แต่ในกรณีดังกล่าวตนมองว่าฝ่ายค้านต้องร่วมรับผิดชอบด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบจะพิจารณาเสร็จตามเวลา และไม่ควรนำประเด็นการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง
เมื่อถามว่าวิปรัฐบาลได้หารือถึงประเด็นความเป็นไปได้ที่นายกฯต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ระหว่างการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องวาระ 8 ปีหรือไม่ นายชินวรณ์กล่าวว่า ไม่มีเหตุการณ์นั้น แม้นายกฯหยุดปฏิบัติหน้าที่ กระบวนการของสภาก็ยังเดินหน้าไปได้ เพราะตามกระบวนการหากร่างกฎหมายงบประมาณผ่านวาระสามแล้ว เงื่อนไขของสภาก็หมดไป ส่วนการยุบสภานั้นตนมองว่าไม่มีเงื่อนไขที่นำไปสู่จุดนั้น เช่น ความขัดแย้งระหว่างฝ่ายบริหาร กับฝ่ายนิติบัญญัติ ดังนั้น สภาต้องทำหน้าที่ต่อไป เพราะขณะนี้มีร่าง พ.ร.บ.ที่รอสภาพิจารณา 10 ฉบับ มีร่างกฎหมายที่ค้างในคณะกรรมาธิการ 15 ฉบับ และร่างกฎหมายที่รอการประชุมร่วมรัฐสภา 7 ฉบับ

