ม็อบยังชิล หม่ำแมครอเคลื่อนพล ‘ป้าเป้า’ เลี้ยงไอติมเอฟซีรุ่นจิ๋ว ขอชู 3 นิ้วแชะภาพหมู่
เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม สืบเนื่องกรณี กลุ่มราษฎรไล่ตู่ คนแดงปฏิวัติ และมวลชนอิสระ นัดหมายบุกทำเนียบรัฐบาล “ไล่นายกฯเถื่อน” จบแล้ว 8 ปี ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คืนประเทศไทยให้กับประชาชน โดยนัดรวมตัวที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยและแยกราชประสงค์ เพื่อเคลื่อนขบวนสู่ทำเนียบรัฐบาลนั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ เมื่อเวลา 14.40 น. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินกลาง กรุงเทพฯ ผู้ชุมนุมเริ่มรวมตัวหน้าร้านแมคโดนัลด์มากขึ้น มีกลุ่มวัยรุ่นและการ์ดแนวร่วมประชาธิปไตยเดินทางมาร่วมด้วย โดยนั่งจับกลุ่มรับประทานอาหาร ด้านนักเรียนโรงเรียนสตรีวิทยา ทยอยเลิกเรียน
ทั้งนี้ เมื่อเวลา 13.58 น. กลุ่ม 14 ขุนพลคนของราษฎร ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก ระบุว่า เจอกันอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย วันนี้ขอมันๆ หน่อย ขณะที่กลุ่มทะลุแก๊ซ โพสต์ข้อความระบุว่า สรุปศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 5:4 ให้ประยุทธ์หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีตั้งแต่วันนี้ รู้สึกดีใจไม่สุดเพราะไม่รู้ว่าได้…ตัวไหนรักษาการณ์แทน

บรรยากาศ เวลา 15.00 น. รถโมบาย ติดป้ายผ้า “ข้อ 3 ไฟเย็น” “ปล่อยเพื่อนเรา” เคลื่อนมาจอดที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยผู้ชุมนุมที่นำรถยนต์มาร่วมขบวน ได้จอดรอบริเวณหน้าร้านแมคโดนัลด์ ส่วนรถจักรยานยนต์จอดภายในซอยดำเนินกลางเหนือ และบนฟุตปาธหน้าร้านแมคโดนัลด์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีร้านขายอาหาร อาทิ ลูกชิ้นทอด น้ำดื่ม จำนวนหนึ่งมาจอดรอบบริเวณ ขณะที่ น.ส.วรวรรณ แซ่อั้ง หรือป้าเป้าทะลุกี นั่งขายของหน้าร้านแมคโดนัลด์
เวลา 15.10 น. กลุ่มนักเรียนชาย 6 คน จากโรงเรียนวัดบวรนิเวศ เดินเข้ามาหา น.ส.วรวรรณ หรือป้าเป้า โดยระบุว่า เป็นแฟนคลับ ก่อนขอถ่ายภาพหมู่ ชู 3 นิ้ว คู่กับป้าเป้า ทั้งนี้ ป้าเป้าได้มอบเงินให้เด็กๆ จำนวน 60 บาท เพื่อนำไปซื้อไอศกรีมภายในร้านแมคฯ โดยเมื่อซื้อแล้ว กลุ่มนักเรียนได้เดินทานไอศกรีมออกจากร้าน มาไหว้ขอบคุณป้าเป้าที่เลี้ยงไอศกรีมอีกด้วย
บรรยากาศเวลา 15.30 น. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ผู้ชุมนุมยังคงจับกลุ่มรับประทานอาหาร ด้าน มานี อายุ 44 ปี ผู้ชุมนุมอิสระที่นำขบวนม็อบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเมื่อวานนี้เดินทางมาถึง โดยนายเจษฎา ศรีปลั่ง หรือเจมส์ แกนนำเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี ก็ได้เดินทางมาร่วมสังเกตุการณ์ด้วย
มานีกล่าวกับสื่อมวลชนว่า ไม่พอใจคำตัดสิน เหมือนไม่เห็นหัวประชาชน จุดประสงค์คือขับไล่รัฐบาลทั้งองคาพยพ ทั้งองค์กรอิสระ เรียกร้องสิทธิให้เพื่อนของเราที่โดนคดีทางการเมืองทั้งหมด

ถามถึงการให้ พล.อ.ประวิตรนั่งนายกฯรักษาการณ์แทนว่า น่าเชื่อถือหรือไม่?
“มานี” กล่าวว่า ไม่มีความน่าเชื่อถือ ดูจากสภา คน 70 ล้านคน หานายกฯที่ดีกว่านี้ไม่ได้หรือ ถามประชาชนหรือยัง
เมื่อถามว่า ทางกลุ่มผู้ชุมนุมจะเคลื่อนไหวอย่างไรต่อไป?
มานีเผยว่า การเรียกร้องจะมีขึ้นเรื่อยๆ
“บอกไม่ได้ว่าวันไหน เวลาไหน แต่จากการเรียกร้อง 2-3 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลไม่เห็นหัวเรา ไม่ได้รับสิทธิความเป็นอยู่ที่ดี” มานีกล่าว และว่า
เรานัดรวมพลที่นี่ เคลื่อนไปทำเนียบ และจะพักค้างคืน หน้ามหาวิทยาลัยราชมงคลพระนคร โดยยังไม่มีกำหนดการ รอดูความพร้อม ที่ทำเนียบมีคนปักหลักประมาณ 50 คน เมื่อเช้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาขอคืนพื้นที่ ขอให้ขึ้นไปชุมนุมบนฟุตบาธได้หรือไม่

จากนั้น มานีกล่าวกับผู้ชุมนุมว่า 16.00 น. เจอกันหน้าร้าน เคลื่อนขบวนไปสมทบทำเนียบ โดยจะมีกิจกรรมเล็กน้อยเมื่อไปถึง
ทั้งนี้ นายวรัญชัย โชคชนะ อดีตผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. ได้เดินทางมาร่วมสังเกตการณ์ พร้อมกับตะเกียงไฟ สื่อถึงความมืดผิดของเผด็จการ
เวลา 15.25 น. ที่แยกนางเลิ้ง ถนนพิษณุโลก บริเวณทำเนียบรัฐบาล มีกลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณหน้าคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ประมาณ 20 คน โดยมีการผลัดกันมาพูดปราศรัยเนื้อหาเกี่ยวกับการที่ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเป็นเอกฉันท์ รับคำร้องฝ่ายค้านปมนายกฯ 8 ปี และมีมติ 5:4 ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันนี้ ส่งผลให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่รักษาการนายกฯ และวิจารณ์ถึงการทำงานของ พ.ต.อ.สมยศ อุดมรักษาทรัพย์ ผกก.สน.นางเลิ้ง ที่นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรึงกำลังบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล
ทั้งนี้ บริเวณแยกพาณิชยการมีการตรึงกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนประมาณ 20 นาย และมีแผงเหล็กพร้อมลวดหนามหีบเพลงกั้นทั้งสองฝั่งถนนพิษณุโลก และมีรถฉีดน้ำจอดอยู่ 2 คัน


