เสียงสะท้อน จากซีอีโอ-เจ้าสัว เมื่อ ประยุทธ์ หยุดปฏิบัติหน้าที่
จากกรณีที่คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 รับคำร้อง ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่เข้าชื่อตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 เพื่อขอส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยวาระการดำรงตำแหน่ง 8 ปี ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีว่า สิ้นสุดลงของตำแหน่ง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสองและมาตรา 158 วรรคสี่ หรือไม่
พร้อมมีมติ เสียงข้างมาก 5 ต่อ 4 เสียง ให้ พล.อ.ประยุทธ์หยุดปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันนี้ จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย
- มติ 5 ต่อ 4 ศาลรธน. สั่ง ‘ประยุทธ์’ หยุดปฏิบัติหน้าที่ จนกว่าจะมีคำวินิจฉัย ปม 8 ปี
- ‘บิ๊กป้อม’ ผงาดขึ้น ‘นายกรัฐมนตรี’ รักษาการแทน จนกว่าศาลจะชี้ปม 8 ปี
- เปิด ‘5 ตุลาการ’ ศาล รธน. ลงมติให้ ‘นายกฯ’ พักการทำหน้าที่
หอค้าห่วงภาคลงทุนชะลอ
นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวถึงการที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 9 ต่อ 0 รับคำร้องไว้วินิจฉัย ขณะเดียวกันเสียงข้างมาก 5 ต่อ 4 ให้ ท่านนายกฯประยุทธ์ หยุดปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันนี้จนกว่าจะมีคำวินิจฉัย คาดกระบวนการพิจารณาจะแล้วเสร็จภายใน 1 เดือน นั้น เป็นการตัดสินเชิงนิติธรรม ของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ให้พักปฏิบัติหน้าที่ไปก่อน ซึ่งต้องรอผลตัดสินออกมาระยะถัดไป ซึ่งในช่วงนี้ แม้ท่านนายกฯจะหยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ การประชุม ครม. และ การพิจารณาต่างๆ ของรัฐบาล ก็ยังมีมติ ต่อไปได้
” ช่วงนี้ก็คงมีการมองหลายแนวทางว่าจะออกมาในมุมไหน ทั้งนายกฯรักษาการณ์ หรือ คนที่จะมาเป็นนายกฯแทน หรือการยุบสภา ตามที่หลายฝ่ายได้วิเคราะห์ในส่วนนี้ เชื่อว่า น่าจะกระทบต่อความเชื่อมั่นและเสถียรภาพของรัฐบาลบ้าง แต่หลายๆ เรื่องที่กำลังดำเนินการอยู่ทั้งเรื่อง ฟื้นฟูเศรษฐกิจ และ การเป็นเจ้าภาพ APEC ก็สามารถจัดได้ต่อไป ซึ่งตรงนี้ภาคเอกชน ก็คงเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อไป แต่อาจจะมีบางส่วน เข้าสู่มุมเรื่อง wait & see ชะลอ เช่น เรื่องการลงทุน เพื่อรอความชัดเจนบางส่วน สิ่งสำคัญที่ภาคเอกชน มองตอนนี้คือ การเร่งสร้างความเชื่อมั่น และความเข้มแข็งของเศรษฐกิจไทย ในปีนี้ 4 เดือนที่เหลือ และ ปีหน้าที่สำคัญมากๆ ตอนนี้การท่องเที่ยวและการส่งออก กลับมาแล้ว ซึ่ง ผลวันนี้ที่ออกมาก็ไม่กระทบต่อทั้ง 2 ด้าน ตอนนี้ ในเบื้องต้น ทางภาคเอกชนก็ยังมองกรอบการเติบโตปีนี้ อยู่ที่ 2.75-3.5% เหมือนเดิมอยู่” นายสนั่น กล่าว

เจ้าสัวสหพัฒน์ ชี้ไม่กระทบ เพราะศก.ไม่ดีอยู่แล้ว
นายบุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการ และประธานกรรมการบริหาร บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในเครือสหพัฒน์ เปิดเผยว่าจากการที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องวินิจฉัยวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 8 ปี และมีมติให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีเป็นการชั่วคราว ถือว่าเป็นทางออกที่ดี เพื่อให้สถานการณ์การชุมนุมลดความร้อนแรงลง ทั้งนี้พล.อ.ประยุทธ์ยังคงนั่งในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ส่วนที่มีการแต่งตั้งให้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ก็พอรับได้ เพราะยังมีอำนาจคุมคนในพรรคการเมืองได้อยู่ และไม่อยากให้ข้าราชการเกียร์ว่าง เพราะอาจจะไม่มั่นใจเมื่อมีคนปฎิบัติหน้าที่แทน
“เมื่อศาลมีคำสั่งก็ต้องปฎิบัติตามคำสั่ง ดีกว่านายกฯ ไม่ออก และมองว่าไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ เพราะปัจจุบันเศรษฐกิจโดยรวมก็ไม่ค่อยดีอยู่แล้ว จากผลกระทบโควิด-19 สงครามรัสเซียกับยูเครน ทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ สินค้าราคาแพงซึ่งก็เป็นกันทั่วโลก” นายบุญชัยกล่าว

อสังหาฯ หวั่นศก.ชะงัก
นายอิสระ บุญยัง กรรมการผู้จัดการบริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด และประธานคณะกรรมการอสังหาริมทรัพย์ออกแบบและก่อสร้าง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า กรณีศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องวินิจฉัยวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 8 ปี ถ้าเป็นไปตามระบบไม่น่าจะทำให้เกิดความกังวลต่อเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามหากมีการชุมนุมและเกิดความวุ่นวายอาจจะทำให้เศรษฐกิจที่กำลังเริ่มฟื้นตัวจากการระบาดโควิดที่ลากยาวมา 3 ปี เกิดชะงักได้

เที่ยวไทยไม่สะดุด ถ้าการเมืองนิ่ง
นายวุฒิชัย เหลืองอมรเลิศ นายกสมาคมสวนสนุกและสวนพักผ่อนหย่อนใจแห่งประเทศไทย และกรรมการผู้จัดการใหญ่ สวนน้ำและสวนสนุกสยามอะเมซิ่งพาร์ค และรองประธานสมาคมสวนสนุกโลก กล่าวถึงการมีคำสั่งให้ท่านนายกรัฐมนตรีพักการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว นั้น มองว่าในระยะสั้นน่าจะเป็นดีต่อธุรกิจ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เพราะจะมีผลทำให้การเคลื่อนไหวทางการเมืองต่างๆหยุดลงชั่วคราว เมื่อการเมืองนิ่ง การท่องเที่ยวย่อมโตได้ ส่วนในระยะกลางคงต้องดูว่ากระบวนการพิจาณาจะสามารถทำให้เกิดเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ที่จะทำให้ความร้อนแรงทางการเมืองลดลงได้หรือไม่ และหากท่านนายกประยุทธต้องพ้นจากตำแหน่งจริงๆจะมีผู้ที่เสนอเป็นผู้ทำทางเลือกที่น่าสนใจหรือไม่
“ตอนนี้ยังเชื่อมั่นว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย จะเข้าใกล้เป้านักท่องเที่ยว 10 ล้านคน ตามที่ภาครัฐตั้งไว้ แต่ภาครัฐต้องเพิ่มการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการมีความพร้อมในการรับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ ในด้านต่างๆ โดยเฉพาะการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและการเพิ่มโอกาสในการจ้างแรงงาน โดยเฉพาะในภาคท่องเที่ยวและบริการ ที่ขาดแคลนจำนวนไม่น้อย ซึ่งภาครัฐควรพูดคุยและตอบสนองให้ตรงกับต่อข้อเรียกร้องของภาคเอกชน โดยเฉพาะเอสเอ็มอี ให้มากกว่านี้” นายวุฒิชัย กล่าว


