นักวิชาการยก 3 ข้อ รู้ทันเกมสืบทอดอำนาจ แรงงานซัด แค่เปลี่ยนผู้เล่น จากตู่เป็นป้อม
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 24 สิงหาคม ที่ศาลฎีกา สนามหลวง คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนหรือ ครช. จัดกิจกรรม “เปิดคำวินิจฉัยฉบับประชาชน เหตุผลที่ประยุทธ์ไม่ควรอยู่อีกต่อไป” โดยมีผู้ร่วมแถลง ได้แก่ รศ.ดร.อนุสรณ์ อุณโณ อาจารย์คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, น.ส.จีรนุช เปรมชัยพร ผู้ประสานงานเครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ, น.ส.ธนพร วิจันทร์ เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน, นายธีรัตม์ พณิชอุดมพัชร์ ผู้ประสานงาน ครช. และนายธัชพงศ์ แกดํา หรือบอย เป็นผู้ดำเนินรายการ นอกจากนี้ ยังมีผู้ร่วมกิจกรรม อาทิ สมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนา และนายวรัญชัย โชคชนะ อดีตผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.หลายสมัย เป็นต้น
น.ส.จีรนุชกล่าวว่า ขอเป็นตัวแทนจากภาคประชาสังคม ที่เคลื่อนไหวและอยากจะผลักดัน เขียนรัฐธรรมนูญในนามของประชาชน เพราะเรามองว่านั่นเป็นวิธีเดียวที่จะนำประชาธิปไตยกลับคืนมาสู่สังคมไทยอย่างแท้จริง
“อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย ที่เป็นสาระสำคัญและแก่นแกนหลักของระบอบประชาธิปไตย ด้วยสาระอันนี้พอมานึกถึงสังคมไทย ปวงชนชาวไทยที่รับประชาธิปไตยหรือฝ่ายประชาธิปไตย มันเหนื่อยเหลือเกิน มันเหนื่อยกว่าปกติเหนื่อยกว่าประเทศอื่นๆ ต้องทำให้ส่วนที่จะเป็นสิทธิพื้นฐาน สิทธิพึงได้เป็นสิ่งที่เราต้องลองหาลองขอตามหาตามทวงจนไม่ได้จนถึงทุกวันนี้ ” น.ส.จีรนุชกล่าวว่า
น.ส.จีรนุชกล่าวว่า สิ่งหนึ่งที่เราไม่ควรสบายใจอย่างยิ่งคือวันนี้มติเสียงข้างมากของศาลรัฐธรรมนูญ 5 ต่อ 4 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมี 9 คน และมี 5 คนที่บอกว่าพล.อ.ประยุทธ์ควรหยุดปฏิบัติหน้าที่ โดยทันที แปลว่ามีอีก 4 คนที่ยังเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ควรจะยังปฏิบัติหน้าที่ต่อไป และยังไม่กำหนดรวมวันที่คำวินิจฉัยจะออกมา ทั้ง 9 คนอาจเห็นว่าประยุทธ์ไม่เป็นไรสามารถเป็นนายกฯต่อได้ ช่วงนี้ก็เป็นช่วงที่ลดอุณหภูมิทางการเมืองคนโกรธ
“คนของ คสช.หรือ พล.อ.ประยุทธ์เองต้องคิดได้แล้ว คนในฝั่งที่คุณเรียกเข้ามาทำรัฐประหารก็ขึ้นมาบอกว่าถึงเวลาที่คุณต้องไปแล้ว หมดเวลาของคุณแล้ว คิดว่านี่เป็นเหตุผลมากเพียงพอที่จะเป็นเหตุผลว่าทำไมประยุทธ์ต้องไปแต่เราอย่าชะล่าใจ ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยหลายอันที่เป็นอภินิหาร เราอยากฝากศาลรัฐธรรมนูญทุกท่านว่า ท่านก็เป็นมนุษย์เดินดินเหมือนกันท่านไม่ได้มีอิทธิฤทธิ์อภินิหารใดๆ ที่จะเอาเรื่องของตัวกติการัฐธรรมนูญมาบิดเล่นทิวเล่นเพื่อให้ได้ตามสิ่งที่ท่านหรือคณะที่แต่งตั้งท่านต้องการ อย่าดูหมิ่นประชาชน” น.ส.จีรนุชกล่าว

รศ.ดร.อนุสรณ์กล่าวว่า วันนี้ที่ คสช.ทำแทนที่จะรอคำวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นที่สิ้นสุด เราก็มีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญออกมา และมีคำวินิจฉัยส่วนตนของปวงชนชาวไทยโดยที่ไม่ต้องรอ ให้ศาลรัฐธรรมนูญมาเป็นผู้ชี้ขาด เพราะเขาไม่มีสิทธิหรือความชอบธรรมอันใดในการวินิจฉัยในกรณีนี้
รศ.อนุสรณ์กล่าวว่า เราต้องอาศัยจังหวะนี้ในการยืนยันอีกครั้ง หรือชี้ให้เห็นว่าที่ผ่านมาเครือข่ายชนชั้นนำ อาศัยกฎหมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐธรรมนูญ เป็นเครื่องมือในการสืบทอดอำนาจของเขาอย่างไร และเราต้องไม่ตกเป็นเหยื่อหรือรู้ไม่เท่าทันกับเกมนี้โดยการลงไปเล่นในกติกาที่เขาวางเอาไว้ ซึ่งที่สุดแล้วเราก็ไม่สามารถจะทำอะไรได้เลย
“ถ้าเรายืนยันว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญต้องเป็นที่สิ้นสุดไม่ได้
1.คือเป็นโอกาสที่เราจะทวงคำถาม อีกครั้งหนึ่งยืนยันอย่างหนักแน่นว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่มีสิทธิหรือความชอบธรรมใดๆ ที่จะขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีตั้งแต่แรก โดยไม่ต้องอาศัยคำวินิจฉัยโดยองค์กรไหนอีก
2.ศาลรัฐธรรมนูญไม่มีสิทธิหรือความชอบธรรมทางการเมืองใดในการที่จะวินิจฉัยข้อขัดแย้งในประเด็นนี้ นอกจากจะไม่มีอะไรยึดโยงกับประชาชนแล้ว ที่ผ่านมาก็แสดงบทบาทที่ค่อนข้างชัดเจนว่า ไม่ได้อยู่ฝ่ายประชาธิปไตยแต่อย่างใด แต่กลายเป็นเครื่องมือที่จะขจัดข้อขัดแย้งทางการเมือง หรือคู่แข่งทางการเมืองเสียมากกว่า
3.ถึงเราจำเป็นต้องอาศัยรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เป็นฐานในการตีความเพื่อสร้างฐาน สร้างข้อวินิจฉัยส่วนตน หรือข้อวินิจฉัยของประชาชน แต่เราจะต้องไม่พอใจเพียงแต่แค่ตรงนั้น เราจะต้องขยับไปให้ไกลกว่า คือการเขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งมีที่มาจากประชาชน มีประชาชนมีส่วนร่วม มีกลไกที่เป็นหลักประกันในเรื่องการตรวจสอบและถ่วงดุลในรัฐธรรมนูญ จะต้องไม่มีองค์กรใดที่เหนือกว่าประชาชน เท่านั้นเราถึงจะสามารถที่จะพาประเทศนี้ไปสู่สังคมที่สงบและเป็นธรรมได้” รศ.อนุสรณ์กล่าว

น.ส.ธนพรกล่าวว่า ตอนนี้แค่เปลี่ยนตัวเล่นเป็น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เราเชื่อว่าพี่น้องทั้งประเทศไม่ได้ยอมรับนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร แม้คุณจะบอกว่าให้ พล.อ.ประยุทธ์ยุติบทบาทไปก่อน และไม่รู้จะออกหรือไม่ อาจจะวินิจฉัยให้ พล.อ.ประยุทธ์กลับมาอีก เป็นภาระของประชาชนที่พวกเราจะต้องติดตามต่อ แต่ที่สำคัญเราอยากเสนอไปข้างหน้าว่ารัฐประหารไม่ควรจะเกิดขึ้นอีกแล้ว ควรต้องเคารพอำนาจของราษฎรประชาชนไม่ใช่ใช้กลไกรัฐสภา ที่ เห็นในระบบรัฐสภาและว่าทำอะไรไม่ได้เลย พวกเราถึงลงท้องถนน และโดนดำเนินคดี
“สภาผู้แทนราษฎรต้องเร่งออกกฎหมายเลือกตั้งให้เร็วที่สุด เพราะเราไม่ต้องการ พล.อ.ประวิตร หรือ คสช.มาสืบทอดอำนาจและทำหน้าที่อยู่ในรัฐสภา มาบริหารบ้านเมืองอีกแล้ว เชื่อหรือว่าคณะรัฐมนตรีภายใต้การนำ พล.อ.ประวิตรจะทำให้ประเทศนี้มันดีขึ้น และคณะรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ยังอยู่ในกลาโหมอีก สุดท้ายมันไม่ได้หายไปไหน เรายังอยู่ในวังวนนี้
สภาผู้แทนราษฎรต้องออกกฎหมายเลือกตั้งให้เร็วที่สุด ยุบสภาและเลือกตั้งให้เร็วที่สุด คิดว่าถ้ามีรัฐประหารพวกเราจะต้องผนึกกำลัง ไม่ยอมรับเพราะอำนาจเป็นของพวกเรา” น.ส.ธนพรกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการแถลงมีการร่วมชูคำวินิจฉัยของผู้ร่วมแถลงและติดบนบอร์ดสีดำที่รวบรวมผลคำวินิจฉัยของประชาชนที่ร่วมกิจกรรมในวันนี้


