หน้าแรก การเมือง อดีตตุลาการ ใ...

อดีตตุลาการ ให้ 60 : 40 ศาลชี้คดี 8 ปีประยุทธ์ ไม่รอดเปอร์เซ็นต์สูงกว่า

25.08.22 | 12:01 น.

อดีตตุลาการ ยกหลัก Balance of Convenience ให้ 60 : 40 ศาลชี้ไม่รอด คดี 8 ปีประยุทธ์

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม นายจรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายงาน เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ถึงแนวทางในการพิจารณาคำร้องกรณีการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ครบ 8 ปี ตามรัฐธรรมนูญของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับพิจารณา และสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว ว่า ตามประสบการณ์ในวิชาชีพกฎหมายถือเป็นที่รู้กันเลยว่า วิธีการชั่วคราวเป็นวิธีหนึ่งในการเทสผลคดีใหญ่ เมื่อวิธีการชั่วคราวไปได้ผลคดีใหญ่ก็พอที่จะมีความหวังมากขึ้น

“เพราะเวลาศาลท่านจะวิเคราะห์ว่าจะให้วิธีชั่วคราวหรือไม่นั้น ต้องใช้หลายจุด จุดแรกต้องดูน้ำหนักของคดี ถ้าคดีไม่มีความหวังเลย ไม่มีทางที่ท่านจะให้วิธีชั่วคราว จุดที่สอง ถ้าคดีเป็นความหวังที่จะเป็นไปในทิศทางอย่างนั้น ท่านก็จะต้องดู Balance of Convenience หรือ ดุลยภาพระหว่างประโยชน์ หรือโทษของการที่จะให้วิธีชั่วคราวด้วย เรื่องนี้ผมคิดว่าน้ำหนักของท่านน่าจะอยู่ที่ Balance of Convenience” นายจรัญระบุ

นายจรัญ กล่าวว่า แม้เรื่องนี้ไม่ได้สะท้อนให้เห็นผลคดีใหญ่มากมายหนัก แต่ ดุลยภาพระหว่างประโยชน์ หรือโทษของการที่จะให้วิธีชั่วคราว ก็มีผลอยู่ดี ดังนั้น จากการประเมินผลจากประสบการณ์ส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับหลักวิชาอะไร คิดว่า ประเมินน้ำหนักคดีนี้ที่  60 ต่อ 40 

เมื่อถามว่า คำสั่งของศาลซึ่งเป็นวิธีชั่วคราว อย่างเช่น การสั่งพักงานลุงตู่ จะเป็นคำสั่งจากเงื่อนไขประการเดียว ประเด็นที่ฟ้องร้องมันมีน้ำหนักอย่างนั้นใช่หรือไม่ นายจรัญ กล่าวว่า “ไม่ใช่ประการเดียว แต่สองประการหลัก น้ำหนักของคดีก็คือ หนึ่ง แต่ยังมีดุลยภาพระหว่างประโยชน์และโทษของการให้ใช้วิธีชั่วคราวด้วย ว่าทางไหนจะมากกว่า”

ถามย้ำว่า ถ้าถอดเป็นภาษาง่ายๆ ศาลต้องมานั่งสังเคราะห์ดูว่า พักงานลุงตู่ชั่วคราว จะมีคุณูปการกับสถานการณ์ของประเทศหรือไม่ถูกไหม นายจรัญ ตอบว่า ใช่ครับ ในระดับหนึ่ง 60 ซึ่งเป็นประสบการณ์ของตัวเอง ไม่เกี่ยวกับหลักวิชาการ 

Advertisement

เมื่อถามว่า คำสั่งของศาลสะท้อนผลแห่งคดี 60% แบบนี้ ถ้าลุงตู่พักงานถาวรน่าจะส่งผลคุณูปการของบ้านเมืองมากกว่าใช่หรือไม่ นายจรัญ ตอบว่า ไปอย่างนั้นไม่ได้ เพราะเวลาดู Balance of Convenience เขาจะดู ณ เหตุการณ์สถานการณ์ขนานนั้น ไปจนกว่าจะถึงวันชี้ขาดว่า ถ้าช่วงนี้ให้พักปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว มันจะเกิดคุณหรือโทษมากน้อยอย่างไร แต่ไม่ได้หมายความว่า ถ้ามันจะเกิดประโยชน์ในช่วงนี้มากกว่าแล้วตอนวินิจฉัยก็ต้องจะให้แบบนี้ตลอดไปก็ไม่ใช่ เพราะเวลาวินิจฉัยต้องใช้หลักอีกระบบหนึ่ง คือระบบในคดีใหญ่นั้นๆ

ถามย้ำว่า ถ้าวันที่ 24 สิงหาคมที่ศาลสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ลากไปถึงตัดสินคดีจริงๆ ถ้าบ้านเมืองเย็นลง คลายล็อก เด้งออกจากทางดัน ได้มันจะเป็นไปตามนั้นหรือไม่ นายจรัญ กล่าวว่า “ถ้าเราใช้หลักคิดแบบนี้ ก็เท่ากับไปยุให้ทางการเมือง ลุกกระหน่ำ ปั่นป่วนกันยิ่งขึ้นสิ ผมไม่อยากให้ใช่หลักคิดนี้ ผมเชื่อมั่นว่าฝ่ายการเมืองท่านระมัดระวังผลประโยชน์ของประเทศอยู่ ท่านจะต้องดูแลผลประโยชน์ของประเทศเช่นเดียวกัน หรือมากกว่าพวกเราด้วย”