⦁…ศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย วาระดำรงตำแหน่ง 8 ปี ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งข้อเท็จจริงนั่งนายกฯครบตามกำหนดเมื่อพุธที่ 24 สิงหาคม แต่มีปัญหาข้อกฎหมายว่า ตามบทบัญญัติมาตรา 185 วรรคสี่นั้น นับหนึ่งจากไหน ด้วยมติเอกฉันท์ ที่เกิดเสียงฮือฮาตามมา ก็มติ 5:4 เสียงข้างมาก ให้ผู้ถูกร้อง หยุดปฏิบัติหน้าที่ จนกว่าศาลมีคำวินิจฉัย ตามคำขอฝ่ายค้าน คำสั่งนี้บ้างมองเป็นเรื่องเพลนๆ แต่บ้างว่า ค่อนข้างเซอร์ไพรส์ สังคมไม่คาดคิด
⦁…ในส่วนของหัวข้อหลัก ชี้อนาคตการเมืองบิ๊กตู่ ความเป็นรัฐมนตรี สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสอง ประกอบมาตรา 185 วรรคสี่ หรือไม่นั้น ศาลให้ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้องตีกรอบสองสัปดาห์กับอีก 1 วัน ไม่มากไม่น้อย แต่เชื่อว่า ฝ่ายผู้ถูกร้องคงเร่งมือ ส่งเร็วที่สุด มือกฎหมายรัฐบาลบอกไว้ก่อนหน้านี้ว่า มีการเตรียมล่วงหน้าเอาไว้เรียบร้อยแล้ว คงไม่ปล่อยเวลาเนิ่นนาน เพราะงานนี้ช้าไม่เป็นการ นานไม่เป็นคุณ แต่ยิ่งช้า ‘บิ๊กตู่’ ยิ่งบอบช้ำ เสียหาย ทางออกคือ ตัดสินโดยเร็วที่สุด
⦁…เสียงข้างมาก อันทำให้ออก 5:4 ประกอบด้วย นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ จิรนิติ หะวานนท์ วิรุฬห์ แสงเทียน และนภดล เทพพิทักษ์ ขณะที่ฝ่ายเสียงข้างน้อยนั้นก็อีก 4 ท่านที่เหลือ ฝ่ายเห็นว่า ไม่ควรให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ได้แก่ วรวิทย์ กังศศิเทียม ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ปัญญา อุดชาชน อุดม สิทธิวิรัชธรรม และ บรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์ ความเห็นต่างถือเป็นธรรมดาที่มีได้ไม่เว้นเรื่องทั่วไป มิพักต้องพูดถึงข้อกฎหมาย โดยเฉพาะบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญที่เคลือบคลุม แปลความหมายได้หลายแง่มุม หาวิธีปฏิบัติได้ยากหรือมีกรณีสงสัย ว่าบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญมาตรานั้นๆ จะใช้กับข้อเท็จจริงที่ปรากฏได้หรือไม่อย่างเรื่อง 8 ปี ส่องเสียงพักงาน ข้างมาก-ข้างน้อย ทะลุถึงประเด็นไฮไลต์ตีความ ตามธรรมชาติ ไม่ปรุงแต่งจัดการ ที่ใครต่อใครฟันธง ‘บิ๊กตู่’ รอด ไม่แน่นักว่า จะเป็นเช่นนั้น
⦁…จรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์ น่าสนใจ ระบุการสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวนั้น ตามประสบการณ์ในวิชาชีพกฎหมายถือเป็นที่รู้กันเลยว่า วิธีการชั่วคราวเป็นวิธีหนึ่งในการเทสต์ผลคดีใหญ่ เมื่อวิธีการชั่วคราวไปได้ผลคดีใหญ่ก็พอที่จะมีความหวังมากขึ้น
⦁…จุดแรกก่อนมีวิธีชั่วคราวคือ ต้องดูน้ำหนักของคดี ถ้าคดีไม่มีความหวังเลย ไม่มีทางที่จะให้วิธีชั่วคราว จุดที่สอง ถ้าคดีเป็นความหวังที่จะเป็นไปในทิศทางอย่างนั้น ก็จะต้องดู Balance of Convenience หรือ ดุลยภาพระหว่างประโยชน์ หรือโทษของการที่จะให้วิธีชั่วคราวด้วย “เรื่องนี้ผมคิดว่าน้ำหนักของท่านน่าจะอยู่ที่ Balance of Convenience” อดีตตุลาการว่าไว้ ก่อนปิดท้าย ประเมินผลจากประสบการณ์ส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับหลักวิชาอะไร คิดว่า ประเมินน้ำหนักคดีที่ 60 ต่อ 40 เปอร์เซ็นต์ไม่รอดสูงกว่า
⦁…บิ๊กป้อม ฟิต-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯหมายเลข 1 ขยับนั่งรักษาการนายกฯ ระหว่างผู้นำฝ่ายบริหารตัวจริง โดนใบเหลืองพักงาน นั่งหัวโต๊ะ ประชุมรัวๆ ปักหลัก มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ บัญชาการ สั่งงาน ซึ่งที่นั่น คึกคักเป็นอย่างยิ่ง นี่ขนาดไม่ใช่ตัวจริง หัวกระไดยังแฉะ คอการเมืองโยนคำถาม แบบไม่ต้องการคำตอบเฟ็กซ์ ถ้าเกิดพี่ใหญ่ติดลม อะไรจะเกิดขึ้นตามมา เสือ-จระเข้ ละหวา อนาคตประเทศไทย
⦁…ผลจากการเมืองอึมครึม ประธาน สนั่น อังอุบลกุล หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ชี้ว่ากระทบต่อความเชื่อมั่นและเสถียรภาพรัฐบาลบ้าง และแม้การฟื้นฟูเศรษฐกิจ-เจ้าภาพเอเปคยังดำเนินการต่อไป แต่นักธุรกิจ นักลงทุนบางส่วน พากันท่องคาถากันพัง เวท แอนด์ ซี ชะลอลงทุน รอความชัดเจนผลการตัดสินคดี แต่ที่รักษาเอกลักษณ์จัดเจ็บ ก็เจ้าสัวใหญ่สหพัฒน์ บุญชัย โชควัฒนา มองว่าคำสั่งศาลไม่กระทบต่อเศรษฐกิจ เพราะปัจจุบันเศรษฐกิจโดยรวมไม่ค่อยดีอยู่แล้ว แปลไทยเป็นไทยได้ประมาณว่า ไม่มีอะไรแย่กว่านี้…จบข่าว
ปักหมุด








