วิบากกรรมของ “นิพนธ์ บุญญามณี”…แย้งย้อน “ป้องโกง” แต่ “โดนฟ้อง”
เมื่อวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา มีข่าวใหญ่คือศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ จนกว่าจะมีคำวินิจฉัยว่าการดำรงตำแหน่งนายกฯ 8 ปีสิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสองและมาตรา 158 วรรคสี่ หรือไม่
วันที่ 24 สิงหาคมเช่นกัน ที่ศาลรัฐธรรมนูญแจกเอกสารข่าว นัดแถลงด้วยวาจา ลงมติ และอ่านคำวินิจฉัยวันที่ 14 กันยายนนี้ว่าความเป็นรัฐมนตรีของ “นิพนธ์ บุญญามณี” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยจะสิ้นสุดลงหรือไม่
จากเหตุที่ “นิพนธ์” ถูกร้องว่าเคยถูกสั่งให้พ้นจากตำแหน่งนายก อบจ.สงขลา ตามคำสั่งกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2564 จะมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ตามรัฐธรรมนูญ อันเป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีต้องสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (6) หรือไม่
ก่อนหน้านั้น เมื่อครั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำร้องไว้วินิจฉัย แต่ไม่ได้สั่งให้ “นิพนธ์” ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ระหว่างรอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย
เรื่องนี้ พัลวัน นุงนัง ไม่น้อย ต้องเข้าสู่การพิจารณาถึง 3 ศาล คือ ศาลปกครอง ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ และศาลรัฐธรรมนูญ
ปฐมเหตุมาจาก เมื่อครั้งที่ “นิพนธ์” ดำรงตำแหน่งนายก อบจ.สงขลา ชะลอการจ่ายเงินให้กับบริษัท พลวิศว์ เทคพลัส จำกัด ผู้ชนะการประมูลรถอเนกประสงค์ซ่อมบำรุงทางของ อบจ.สงขลา เพราะผู้ว่าฯสงขลาในขณะนั้นสั่งให้ตรวจสอบ เพราะส่อว่าจะมีการฮั้วประมูล เพื่อป้องกันการทุจริตอันเป็นงบประมาณจากภาษีประชาชน
แต่ทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) กลับมองว่าที่ “นิพนธ์” ไม่อนุมัติจ่ายเงินให้บริษัทพลวิศว์ฯ เป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ มีความผิดตามมาตรา 157 ประมวลกฎหมายอาญา
“นิพนธ์” จึงสู้ยิบตา เพื่อความถูกต้องชอบธรรม ไม่ใช่เพียงแค่ปกป้องตัวเอง แต่เพื่อธำรงไว้ต่อหลักการป้องกันการทุจริต และที่ชะลอการจ่ายเงินนั้่น ก็เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งของผู้ว่าฯสงขลา ในฐานะผู้บังคับบัญชา เพราะมีข้อมูลว่าส่อฮั้วประมูลกัน
ต่อมา ผลสอบของกรรมการที่อบจ.สงขลาแต่งตั้ง สรุปว่าฮั้วประมูลจริง จึงแจ้งความให้ตำรวจสงขลาและกองปราบฯดำเนินคดี ส่งสำนวนฟ้องบริษัทพลวิศว์ พร้อมผู้บริหารและคนที่เกี่ยวข้อง และศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 ก็ออกหมายจับผู้ต้องหาหลายราย รวมถึง “อิทธิพล ดวงเดือน” ผู้บริหารบริษัทพลวิศว์ฯ ในข้อหาปลอมแปลงเอกสาร ใช้เอกสารปลอม และฮั้วประมูล เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2565
ผู้ต้องหาบางส่วนถูกจับกุมดำเนินคดี และเมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา กองปราบฯซึ่งรับโอนคดีมาจากตำรวจสงขลาก็จับกุมผู้ต้องหาเพิ่มอีกหนึ่งคน ส่งศาลดำเนินคดี
แต่มีผู้ต้องหา 2 คนคือ “อิทธิพล ดวงเดือน” และ “สุรพงษ์ ตรียานนท์” กรรมการบริษัท เอ็กซ์ ทู ที อินดัสตรี จำกัด (คู่เทียบประมูล) หลบหนีไปต่างประเทศ ตั้งแต่ 14 มิถุนายน 2565 อาจทำให้คดีหมดอายุความได้ ศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 9 จึงออกหมายจับฉบับใหม่ แบบ “ไม่มีอายุความ” เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา
สำหรับคดีทางแพ่ง แม้ศาลปกครองสูงสุดจะสั่งให้ อบจ.สงขลาจ่ายเงิน 52 ล้านบาทให้บริษัทคู่สัญญา เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2565 ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 ออกหมายจับผู้บริหารบริษัทดังกล่าว ในข้อหาปลอมเอกสาร ใช้เอกสารปลอม และฮั้วประมูล นั่นหมายความว่าคดีอาญาฮั้วประมูลยังไม่จบ
ส่วนคดีที่ ป.ป.ช.กล่าวหา “นิพนธ์” ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ จากเหตุชะลอจ่ายเงินให้กับการประมูลที่ส่อว่าฮั้ว ซึ่งก่อนหน้านี้อัยการสูงสุดสั่งไม่ฟ้องไปแล้ว เนื่องจากสำนวนอ่อน แต่ ป.ป.ช.ยังไม่จบ ขอยื่นฟ้องเอง แถมยังฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ไม่ใช่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 ซึ่งเป็นพื้นที่เหตุแห่คดี
เดิมป.ป.ช.นัดส่งฟ้องวันที่ 18 สิงหาคม แต่ “นิพนธ์” ติดราชการไปมอบโฉนดที่ดินให้ชาวบ้านที่นครพนม ซึ่งนัดหมายไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงมอบให้ “วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์” อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ที่ได้อ่านเอกสารทั้งหมดแล้ว จึงรับเป็นทนายความแก้ต่างให้ “นิพนธ์” ไปยื่นคำร้องขอเลื่อนการรายงานตัวเพื่อส่งฟ้องเป็นวันที่ 5 กันยายน
“นิพนธ์” ยืนยันว่า 5 กันยายนนี้ “เจอกันที่ศาลแน่นอน” เพราะเป็นคนส่งทนายความไปนัดเอง และพร้อมสู้คดีในชั้นศาล
ทั้งนี้ สำนวนที่ ป.ป.ช.นัดส่งฟ้องนั้นไม่ใช่คดีทุจริต แต่ฟ้องฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามมาตรา 157 ประมวลกฎหมายอาญา มิได้ประพฤติมิชอบแต่อย่างใด
อีกทั้ง สำนวนของ ป.ป.ช.ยังขอศาลสั่งให้ “นิพนธ์” หยุดปฏิบัติหน้าที่ด้วย จึงต้องลุ้นว่าศาลจะรับคำฟ้องสำนวนคดีของ ป.ป.ช.หรือไม่ หากศาลรับคำฟ้องแล้วจะสั่งให้ “นิพนธ์” หยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่… ต้องรอดูกัน นั่นเป็นด่านแรกในวันที่ 5 กันยายนนี้
ส่วนอีกด่านต้องลุ้นคือ วันที่ 14 กันยายน ด้วยเหตุที่ป.ป.ช.ชี้มูลกล่าวหา “นิพนธ์” ก่อนหน้านี้ ทำให้ “พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ต้องมีคำสั่งตามขั้นตอน เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2564 ให้ “นิพนธ์” พ้นจากตำแหน่ง นายก อบจ.สงขลา ย้อนหลัง ด้วยเพราะพ้นตำแหน่งนั้นมาแล้วกว่า 2 ปี และมานั่งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยแล้ว
แต่คำสั่งของ “พล.อ.อนุพงษ์” จะทำให้ “นิพนธ์” มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ตามรัฐธรรมนูญ อันเป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีต้องสิ้นสุดลง หรือไม่
ถือเป็นวิบากกรรมของ “นิพนธ์” โดยแท้ หากพิจารณาจากปฐมเหตุ ที่ไม่อนุมัติการจ่ายเงินค่ารถซ่อมบำรุงทางให้ผู้ชนะประมูล ที่ส่อว่าฮั้วกันจริง ซึ่งเป็นการป้องกันการทุจริตรักษาประโยชน์ของแผ่นดิน ไม่ได้มีเจตนาทุจริต หรือประพฤติมิชอบ แต่ตัวเองกลับถูกฟ้องดำเนินคดีเสียเอง…
รอดูว่า ด่านหนึ่ง 5 กันยายน และด่านสอง 14 กันยายน …”นิพนธ์”จะหลุดพ้นวิบากกรรมที่ “แย้งย้อน” นี้หรือไม่

