09.00 INDEX จังหวะก้าว ประวิตร วงษ์สุวรรณ ต่อสายตรง ยัง ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
การต่อสายโทรศัพท์จาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ตรงไปยัง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ในสถานการณ์น้ำจากเหนือกำลังไหลบ่าเข้ามายังกรุงเทพมหานครทรงความหมาย
ไม่เพียงแต่ 1 ทรงความหมายต่อภัยในทางธรรมชาติอันทวีความแหลมคมมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับเท่านั้น
หากแต่ 1 ยังสะท้อนถึงกระบวนท่าในการบริหารจัดการต่อวิกฤต ณ เบื้องหน้าในท่วงทำนองแบบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อย่างน่าจับตามองเป็นพิเศษ
คำถามที่แหลมคมเป็นอย่างมากก็คือ ท่วงทำนองอย่างที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้แสดงออกมาแล้วจะเกิดขึ้นหรือไม่ หากตำแหน่งนายกรัฐมนตรียังเป็นของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นี่ย่อมเป็นคำถามที่ไม่ปรกติอย่างแน่นอน มีแต่สถานการณ์ที่เข้าสู่ลักษณะพิเศษในทางการเมือง ในทางการบริหารเท่านั้นที่จะต้องเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ
จึงไม่เพียงเป็นบททดสอบต่อกระบวนท่าในการบริหารในแบบของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เท่านั้น
หากยังพุ่งตรงไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ด้วย
ความรู้สึก “ร่วม” ซึ่งก่อรูปขึ้นภายในสภาพที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์ โอชา ต้องคำสั่งจากศาลรัฐธรรมนูญให้พักการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ “นายกรัฐมนตรี”
นั่นก็คือ ความรู้สึกในเชิงเปรียบเทียบระหว่างการบริหารของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
ไม่ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะมีเยื่อใยในสายสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่างพี่น้อง “กลุ่ม 3 ป.” ซึ่งมีรากฐานมาจาก “บูรพา พยัคฆ์”ยาวนานสักเพียงใด
แต่เมื่อเข้าดำรงตำแหน่งอยู่ในสถานะแห่ง “นายกรัฐมนตรี” ก็มีความจำเป็นต้องทำงาน และแต่ละจังหวะก้าวของการทำงานก็ย่อมสร้างความแตกต่างในรายละเอียด
เพียงการยกหูไปยัง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม.ทุกคนก็รับรู้ในความเป็น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เด่นชัด
ที่เด่นชัดเพราะว่าสังคมรับรู้การทำงานในแบบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2557 ตั้งแต่เดือน กรกฎาคม 2562
“ผลงาน” เป็นอย่างไร “อาการ” เป็นอย่างไรย่อม “ประจักษ์”
การสร้างความแตกต่างเพียงเล็กน้อยของคนมาใหม่ก็ย่อมนำไปสู่การเปรียบเทียบและก่อความรู้สึกที่ดีตามมาโดยปริยาย
นี่ย่อมเป็นโอกาสที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ต้องกระทำ

