หน้าแรก การเมือง สอท. เปิดยุทธ...

สอท. เปิดยุทธศาสตร์ เราพร้อมเปลี่ยนอนาคต ‘สนธิรัตน์’ หวั่นปชต.ลับ ลวง พราง ทำปท.ถอยหลัง ศก.แย่

28.08.22 | 14:29 น.

สอท. เปิดยุทธศาสตร์ เราพร้อมเปลี่ยนอนาคตประเทศไทย ‘สนธิรัตน์’ หวั่นปชต.ลับ ลวง พราง ทำปท.ถอยหลัง ศก.แย่

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ที่โรงภาพยนตร์ เอสเอฟ ซีเนม่า เซ็นทรัลเวิลด์ พรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) จัดแถลงข่าว เปิดยุทธศาสตร์ เราพร้อม “เปลี่ยนอนาคตประเทศไทย” นำโดยนายอุตม สาวนายน หัวหน้าพรรค สอท. นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค สอท. นายพินิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค และประธานภาคใต้ นายสุพล ฟองงาม รองหัวหน้าพรรคและประธานภาคอีสาน นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รองหัวหน้าพรรคและประธานกรุงเทพมหานคร นายวิเชียร ชวลิต รองหัวหน้าพรรคและผู้อำนวยการพรรค นายสันติ กีระนันทน์ รองหัวหน้าพรรคและประธานฝ่ายนโยบาย นายกำพล ปัญญาโกเมศ รองหัวหน้าพรรค และประธานฝ่ายวิชาการ นายนริศ เชยกลิ่น รองหัวหน้าพรรคและโฆษกพรรค นายวัชระ กรรณิการ์ รองเลขาธิการพรรคและประธานภาคกลาง นายบุญส่ง ชเลธร รองเลขาธิการพรรค ร่วมพูดคุยและหาทางแก้ไขวิกฤตต่างๆ ไปพร้อมกัน ทั้งเรื่องของการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม เพราะเราเชื่อว่าประเทศไทยต้องมีอนาคตที่ดีกว่าเดิม

นายอุตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสอท. กล่าวว่า ขอนำเสนอความคิดของพรรค สอท.ที่ควรจะเกิดขึ้นกับประเทศไทย ในเรื่องของการเมือง ณ ปัจจุบันที่ยังขาดเสถียรภาพ เศรษฐกิจภายในและภายนอกประเทศก็ยังเกิดภาวะสุ่มเสี่ยง รู้สึกว่าการแก้ไขจากภารครัฐมีความคลุมเครือไม่ตอบโจทย์ เป็นการซ้ำเติมพี่น้องประชาชน ถ้าหากเปรียบเทียบเป็นเรือ “ถ้าเป็นเรือ ต้องถามถามว่า เรือลำนี้จะไปถึงฝั่งหรือไม่”

นายอุตม กล่าวว่า ประชาชนภายในประเทศเจอปัญหาเรื่องค่าครองชีพ ธุรกิจก็ล้มหายตายจาก มาถึงวันนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเมืองขับเคลื่นทิศทางของประเทศ บางคนมองเป็นเกมการเมืองงแก่งแย่งกัน เกิดการตั้งคำถามว่าแล้วประชาชนได้อะไร ใครจะเป็นคิด ก่อนที่จะส่งไมค์ต่อให้นายสนธิรัตน์ ขยายความต่อไป

Advertisement

นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า เป็นวันที่พรรค สอท.ได้พบปะกับทุกคน พบกับสาธารณะ ที่จะแสดงจุดยืนของพรรค การแถลงข่าวจำเป็นต้องเกิดขึ้น เพราะประเทศไทยอยู่ในภาวะว้าเหว่ทั้งชีวิตความเป็นอยู่ ภาวะหนี้สิน และความคิดที่จะดูแลลูกหลานต่อไปอย่างไร นายสนธิรัตน์ ย้ำว่า สาเหตุของปัญหา ปฏิเสธไม่ได้เกิดจากการเมืองคือรากของปัญหาที่แท้จริง การเมืองที่ดีควรเป็นการเมืองที่สร้างความหงัให้กับประชาชน ประชาชนมีพลังรุกขึ้นต่อสู้เพื่อชีวิต เพื่อประเทศ ภาวะขณะนี้เป็นภาวะที่เกิดความไม่มั่นใจ ความเชื่อมั่นที่มีต่อกลไกการบริหารของรัฐกำลังสั่นคลอน

นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า เรื่องที่ทุกๆ ที่พูดกันคือเรื่องการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 8 ปี จะเอาอย่างไร วันนี้กลายเป็นคำถามพิเศษที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ในทันที่ที่ศาลรับธรรมนูญสั่งให้นายกรัฐมนตรีหยุดปฏิบัติหน้าที่ ทูตต่างประเทศต่างเช็ครายละเอียดว่าเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร ตนว่าสังคมได้แบ่งเป็น 2 ฝ่ายแล้ว ทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ตนไม่อยากเห็นเรื่อง 8 ปี เป็นสิ่งที่สร้างความขัดแย้งต่อไป

นายสนธิรัตน์ กล่าวถึงกฎหมายลูกที่อีก 7 เดือนจะมีการเลือกตั้ง ตนอยู่ฝ่ายการเมืองยังสับสน ไม่รู้ว่าจุดยืนของระบอบประชาธิปไตย ที่เลือกตั้งยึดอะไรเป็นหลัก เริ่มต้นด้วยบัตร 1 ใบ เมื่อถึงจุดหนึ่งก็บอกว่าบัตร 1 ใบที่ผ่านมติของประชาชน 10 กว่าล้านคนมีปัญหา หากมีปัญหาก็ต้องแก้ไข มีเสียงส่วนใหญ่ในรัฐสภาให้เปลี่ยนมาใช้บัตร 2 ใบ หาร 100 ทุกคนยอมรับได้ แต่ผ่านมาวันหนึ่งเปลี่ยนมาใช้สูตร 500 หารทำให้ประชาชน และกลับมาใช้ 100 หาร ต้องคิดว่าหลักของประเทศควรเปลี่ยนไปมาไม่ได้ หลักของประเทศต้องเป็นเหตุเป็นผลและอธิบายได้ รวมถึงสภากล้วย เป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุดในระบอบประชาธิปไตย ที่มีข่าวร่ำลือ ยอมรับว่ามีการแจกกล้วย ถ้าคิดจะปฏิรูปการเมือง แต่การเมืองถอยไปอยู่ในอำนาจทุน การเมืองเพื่อประชาชนจะไม่เหลือ จะเป็น “ประชาธิปไตย ลับ ลวง พราง” ส่งผลต่อปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาสังคม ปัญหาการสร้างประเทสไทยให้ก้าวหน้าและทันสมัยทัดเทียมหรือนำประเทศอื่น

นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ประเทศไทยเจอทั้งปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 ภาวะสงคราม แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าฝ่ายบริหารต้องนำประเทศฝ่าวิกฤตเหล่านี้ไปให้ได้ เราได้ยินคำพูดที่ว่าคนรุ่นใหม่อยากย้ายประเทศ ทีแรกตนคิดว่าเป็นวาทกรรม แต่เมื่อมองลึกลงไปจากที่พรรค สอท.ทำขึ้นมา ปฏิเสธ ไม่ได้ว่ามีคนจำนวนไม่น้อยทีเดียวที่มองหาประเทศที่ดีกว่าประเทศไทย แต่นั่นไม่ใช่คำตอบ ประเทศไทยควรเป็นประเทศของทุกคน เราคงไม่อยากเห็นการประกาศของเวียดนามว่าจะเป็น ซิลิคอนวัลเลย์ เราคงไม่อยากการเติบโตของเวียดนามหากนำตัวเลขมาทียบนั้นแซงประเทศไทย และจะกลายเป็นประเทศที่เศรษฐกิจดีอันดับ 2 ของอาเซียน คงไม่อยากเห็นประเทศไทยที่เคยเป็นผู้นำของอาเซียนมาอยู่ในระนาบเดียวกับประเทศพัฒนาน้อยในอาเซียน พรรคการเมืองต้องทำหน้าที่ปลุกเล้าความมั่นใจให้กับประชาชน วันนี้พรรคสอท.พร้อมแล้วที่จะทำหน้าที่ดังกล่าว