คอลัมน์หน้า 3 : ความคิด ความเชื่อ ของ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต่อคำสั่ง พักหน้าที่
ปรากฏ “คำถาม” มากมายภายหลังคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่ง “พัก” การปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
เป็นคำถามเนื่องจากเท่ากับเป็น “สัญญาณ”
แม้โดยมติ 5 ต่อ 4 จะมากด้วยความละเอียดอ่อนและอายก่อให้เกิดการพลิกกลับได้ในความไม่แน่นอน
ทำให้ “คำสั่ง” ดำเนินไปในลักษณะ “ชั่วคราว”
กระนั้น หากมองจากบทเรียนคำสั่ง “พัก” การปฏิบัติหน้าที่ ไม่ว่าต่อ ส.ส. ไม่ว่าต่อรัฐมนตรีก็เด่นชัดว่าเป็นสัญญาณแห่ง “การชี้วัด”
โอกาสที่จะพัก “ถาวร” มีความเป็นไปได้สูง
บทบาทและความหมายจากคำสั่ง “พัก” จึงเท่ากับเป็นการเตือนอย่างนิ่มนวลให้มีการตระเตรียมที่จะแปรเปลี่ยน
แปรเปลี่ยนจาก “ชั่วคราว” เป็น “ถาวร”
สถานการณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นับจากวันที่ 24 สิงหาคมเป็นต้นมา จึงเป็นสถานการณ์ในลักษณะ “ตั้งรับ”
ทั้งเป็นการตั้งรับอันนำไปสู่เงื่อนไข “ถอย”
หากประเมินจากท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประสานกับท่าทีของคนรอบข้างก็เด่นชัดว่ามิได้ “สำเหนียก” ในสัญญาณนี้
เห็นได้จากการยืนยันความเป็น “รัฐมนตรี”
แม้จะเป็นตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แต่ก็ยืนยันถึงสถานะและการดำรงอยู่อย่างเหนียวแน่น
นี่ย่อมเป็น “รูปธรรม” ที่ไม่ยอมรับ “การถอย”
แสงแห่งสปอตไลต์จึงฉายจับว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเดินทางเข้าร่วมประชุม ครม.ในวันอังคารนี้หรือไม่
เพียงการเคลื่อนไหวนี้ก็เท่ากับเป็นคำตอบ
ไม่ว่าจะมองจากความจัดเจนในด้าน “การทหาร” ไม่ว่าจะมองจากความจัดเจนในด้าน “การเมือง”
สถานการณ์ “ถอย” เป็นจุดซึ่ง “แหลมคม”
บทสรุปจากความจัดเจนของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ในห้วงที่ต่อสู้เพื่อเอาชนะคอมมิวนิสต์ตามคำสั่ง 66/2523
ต้องชิงเป็นฝ่าย “รุก” ในทาง “การเมือง”
เพราะเมื่อใดที่สามารถกุมสถานะเป็นฝ่ายรุกต่อ “คอมมิวนิสต์” นั่นหมายถึงสถานการณ์ตั้งรับและ “ถอย” ของฝ่ายนั้น
จะหว่าง “รุก” และ “ถอย” จึงสำคัญ
หากไม่สำเหนียกว่าตนกำลังอยู่ในสถานการณ์ใดก็อาจไม่สำนึกว่าแท้จริงตนเป็นฝ่ารยถูกรุกอย่างต่อเนื่อง
การกำหนด “ท่าที” และ “บทบาท” ก็ไม่สอดคล้อง
ปมเงื่อนอยู่ที่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประเมินความหมายของคำสั่ง “พัก” ว่ามีเป้าประสงค์ใด
หากไม่เข้าใจ “ความหมาย” หากขาด “สำเหนียก”
ก็ไม่เข้าใจว่าผลสะเทือนแห่งคำสั่งนี้จะมีมากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะในทางความคิดในทางความรู้สึกของสังคม
นั่นก็คือ ก่อให้เกิด “ความเชื่อ” ในแบบใดทาง “การเมือง”

