หน้าแรก การเมือง ถก กม.กยศ.ไม่...

ถก กม.กยศ.ไม่จบ ‘ฝ่ายค้าน’ แทคทีม ‘ภูมิใจไทย’ กู้เรียน ไม่ต้องค้ำประกันทุกกรณี

31.08.22 | 21:19 น.

ถก กม.กยศ.ไม่จบ ‘ฝ่ายค้าน’ แทคทีม ‘ภูมิใจไทย’ กู้เรียนไม่ต้องมีคนค้ำประกันทุกกรณี-ไม่คิดดอกเบี้ย-เบี้ยปรับ ฟาก กมธ.เสียงข้างมากยันรีดดอกเบี้ย 0.25% เพื่อสร้างวินัย

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 31 สิงหาคม ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมี นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่…) พ.ศ. … หลังคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาเสร็จแล้ว โดยเป็นการพิจารณาเรียงตามมาตรา จำนวน 27 มาตรา ในวาระ 2

ทั้งนี้ สมาชิกส่วนใหญ่อภิปรายถึงวัตถุประสงค์และหลักการของการก่อตั้ง กยศ.เพื่อให้เด็กนักเรียนและนักศึกษา โดยเฉพาะกลุ่มที่มาจากครอบครัวยากจนได้สามารถเข้าถึงเงินทุนทางการศึกษาได้มากขึ้น เช่น นายนิยม เวชกามา ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย (พท.) อภิปรายย้ำถึงวัตถุประสงค์ของ กยศ. ว่าเป็นกองทุนเพื่อช่วยคนจนที่ไม่มีเงินเรียน โดยหลักต้องเปิดกว้างกว่านี้ ให้เด็กได้เล่าเรียน และไม่ต้องไปคิดเรื่องกำไรขาดทุน และต้องหาทางไม่ให้นักเรียนเหล่านี้เป็นหนี้เป็นสินจนตกเป็นผู้ต้องหาและจำเลย

โดยมาตราสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้ที่น่าจับตา อย่างเช่น มาตรา 13 ซึ่งที่ประชุมเสียงส่วนใหญ่เห็นชอบกับ กมธ.เสียงข้างน้อย และผู้แปรญัตติ และยึดคำแปรญัตติของ น.ส.ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ที่ระบุว่า นักเรียนหรือนักศึกษาซึ่งที่ได้รับอนุมัติให้กู้ยืมเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา ต้องทำสัญญากู้ยืมเงินกับกองทุนตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กองทุนกำหนด ทั้งนี้ ในการกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาห้ามมิให้กองทุนเรียกให้มีผู้ค้ำประกันทุกกรณี

ส่วนมาตรา 17 เกี่ยวกับการให้ผู้กู้มีหน้าที่ต้องคืนเงินกู้ พร้อมดอกเบี้ยเงินกู้ ซึ่ง กมธ.เสียงข้างมากมีมติให้เก็บดอกเบี้ย 0.25% ขณะที่ กมธ.เสียงข้างน้อยและผู้สงวนคำแปรญัตติเสนอไม่ให้คิดดอกเบี้ยเลย และไม่ให้คิดเบี้ยปรับ โดยส่วนใหญ่เป็นพรรคฝ่ายค้านและพรรค ภท.

ทั้งนี้ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะ กมธ.เสียงข้างมาก อภิปรายว่า ทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ชี้แจงกับ กมธ.ว่า หากไม่มีดอกเบี้ยเลยจะทำให้มูลค่ากองทุนลดลง และการมีดอกเบี้ยคือการทำให้ผู้กู้มีวินัยและความรับผิดชอบ เป็นการสร้างโอกาสให้รุ่นน้อง ทั้งนี้ ตนไม่ได้ว่าผู้แปรญัตติที่เสนอให้คิดดอกเบี้ยเป็นศูนย์ แต่ตนอยากให้ข้อคิดเปรียบเทียบทั้ง 2 มุม

Advertisement

แต่เมื่อไม่ให้เก็บเบี้ยปรับ และไม่เก็บดอกเบี้ยเงินกู้ ก็เหมือนกับการยกเลิกหนี้ ถ้าเป็นอย่างนี้คนที่เป็นเจ้าของภาษี ที่จ่ายมาให้ 4 แสนกว่าล้านบาท จะมีความรู้สึกอย่างไร และตนอยากให้สภาพิจารณาด้วยเหตุผลว่าคนที่จ่ายหนี้กลับคืนตรงเวลามาแล้ว 3 ล้านกว่าคนจะรู้สึกอย่างไร ดังนั้น การไม่เก็บเบี้ยปรับและไม่เก็บดอกเบี้ยจึงจะทำให้เกิดปัญหาในอนาคต

ขณะที่ นายวิรัช พันธุมะผล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ภท. ในฐานะ กมธ.เสียงข้างน้อย อภิปรายว่า ตนขอแก้ไขกฎหมายไม่ให้คิดดอกเบี้ยเงินกู้ กยศ. ทั้งนี้ ปี 2563 ของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เปิดเผยข้อมูลว่า ในปี 2563 สามารถจัดเก็บดอกเบี้ย เป็นจำนวน 3.3 พันล้านบาท มีการค้าอะไรจึงได้กำไรมากขนาดนี้ ถ้า พรรค ปชป.จะเก็บดอกเบี้ยก็คิดกันหน่อย ส่วนเบี้ยปรับที่กฎหมายเดิมให้คิด 1.5% ต่อเดือน หรือ 18% ต่อปีนั้น ยิ่งกว่าเงินกู้นอกระบบเสียอีก รวมปีหนึ่งได้เบี้ยปรับ 2.5 พันล้านบาท ทำให้ กยศ.ร่ำรวยมหาศาล

ทำให้นายชินวรณ์ลุกขึ้นประท้วงทันทีว่าการเก็บดอกเบี้ย 0.25% เพื่อต้องการนำเงินทุนมาหมุนเวียนต่อ การพูดเพื่อหวังในทางการเมืองอย่างเดียวโดยไม่ได้ตรงกับความเป็นจริงจะทำให้เกิดความเสียหาย เราแก้ไขกฎหมายเพื่อให้เกิดประโยชน์ และลดความเหลื่อมล้ำ ไม่ได้คิดเพียงเรื่องการล้างหนี้เพราะมันง่ายเกินไป แต่เราคิดไปถึงอนาคตว่าอยากให้ กยศ.ตอบโจทย์การสร้างโอกาสของลูกหลานเราต่อไป

จากนั้นอภิปรายในมาตราดังกล่าวต่อ โดย น.ส.ณธีภัสร์ ในฐานะ กมธ.เสียงข้างน้อยอภิปรายว่า ในมาตรานี้ไม่ได้คำนึงถึงผู้กู้หมายถึงนักเรียน นักศึกษา ทั้งที่กู้ในปัจจุบันและต้องกู้ในวันข้างหน้าอย่างรอบคอบและเหมาะสม และกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาเป็นสวัสดิการที่ประชาชนเข้าถึงการศึกษาได้ในต้นทุนที่ต่ำ เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในวันที่รัฐบาลยังไม่สามารถทำให้การเรียนฟรีจนถึงปริญญาตรีเป็นสวัสดิการได้ และผู้กู้ส่วนใหญ่มีรายได้ไม่มากนัก

ดังนั้น การชำระหนี้คืนจะต้องคิดแบบผ่อนปรนโดยคำนึงถึงรายได้ของผู้กู้ให้ผู้กู้นั้นมีรายได้เพียงพอในการดำรงชีวิตเสียก่อนแล้วค่อยมาชำระหนี้ ถึงจะไม่เป็นการซ้ำเติมผู้กู้ และต้องมีเกณฑ์ที่เหมาะสมในการที่จะเริ่มต้นเรียกชำระเงินคืนสำหรับผู้กู้ ดังนั้น ตนจึงเห็นว่า การชำระเงินคืนกองทุนควรต้องคำนึงถึงฐานรายได้และค่าใช้จ่าย โดยยึดจากเงินรายได้พึงประเมินเพียงพอจะเสียเงินได้ตามภาษี โดยลูกหนี้มีรายได้สุทธิ 1.5 แสนบาทต่อปี จึงค่อยให้เริ่มมีการชำระเงินกองทุน หากไปเก็บเงินที่ลูกหนี้มีรายได้ต่ำ ไม่ถึงเกณฑ์เสียภาษีจะทำให้เป็นการเพิ่มภาระและไม่ได้ช่วยให้เขาหลุดพ้นจากกับดักทางรายได้

นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรค ภท. ในฐานะ กมธ.เสียงข้างน้อย อภิปรายว่า เมื่อเห็นอย่างชัดเจนแล้วว่าการเก็บดอกเบี้ยเป็นภาระต่อประชาชน แล้วจะยังคิดดอกเบี้ยในเรื่องการลงทุนด้านการศึกษาเพื่ออะไร กมธ.เสียงข้างมากบอกว่าต้องคงการเก็บดอกเบี้ยเพราะ กยศ.ขาดทุนจำนวนมาก และมีการนำแผนว่าในปี 2565-2567 จะมีผลประกอบการของ กยศ.เป็นอย่างไร ท่านกำลังเขียนเสือให้วัวกลัวว่า

หากไม่คิดดอกเบี้ย กยศ.จะล่มสลายไป หมายความว่าเยาวชนรุ่นต่อไปจะไม่มีเงินให้กู้ยืมอีกแล้ว แต่ไม่เป็นความจริง เพราะผลดำเนินการของ กยศ.มีรายได้หลัก 4 ทาง (ปี 2563) คือรายได้จากดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร 168 ล้านบาท และรายได้อื่น 246 ล้านบาท แต่มีรายได้หลัก 2 ทางคือ รายได้ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืม 3.3 พันล้านบาท และ เบี้ยปรับ 2.5 พันล้านบาท หมายความว่า เงิน 5.8 พันล้านบาท และกำลังทำให้ กยศ.อ้วนขึ้นทุกวัน เป็นการรีดเลือดจากปู หรือขูดรีดจากคนที่ไม่มีรายได้ ตนจึงไม่เห็นด้วยกับ กมธ.เสียงข้างมาก และอยากให้สภาช่วยกันอยู่ข้างประชาชน

จากนั้นเวลา 19.25 น. นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภา คนที่ 2 ที่ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม ได้เปิดให้ลงมติในมาตรา 17 โดยที่ประชุมเห็นด้วยกับ กมธ.เสียงข้างมากด้วยคะแนน 87 ต่อ 226 เสียง และงดออกเสียง 3 เสียง แต่ที่ประชุมไม่สามารถหาข้อยุติว่าจะใช้คำแปรญัตติของใคร เพราะมีการเสนอถึง 6 กลุ่ม และมีรายละเอียดที่หลากหลาย ทั้งนี้ แม้ประธานจะสั่งพักการประชุมเพื่อให้ไปหารือกว่า 20 นาที แต่ก็ไม่สามารถหาข้อสรุปว่าจะยึดคำแปรญัตติใดได้

ทำให้นายศุภชัยต้องแจ้งที่ประชุมว่า ขณะนี้ยังหาข้อสรุปไม่ได้ เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้มีความสำคัญยิ่งต่ออนาคตของประเทศชาติ จึงอยากให้ไปหารือให้ชัดเจน ยืนยันว่าจะไม่มีการแก้ไขคำสงวนคำแปรญัตติ หรือนำคำแปรญัตติไปยำรวม และต่อจากนี้จะขอให้ กมธ.หารือกับ กมธ.ผู้สงวนความเห็น และสมาชิกที่แปรญัตติว่าจะยึดคำแปรญัตติใด วันนี้จึงขอพักการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นี้ไว้ก่อน และจะนำกลับมาพิจารณาอีกครั้งต่อในสัปดาห์หน้า จากนั้นจึงปิดประชุมในเวลา 20.43 น.

ข่าวน่าสนใจอื่น: