09.00 INDEX ในความหยุดนิ่ง มี การเคลื่อนไหว ท่วงท่า อาการ ประยุทธ์ ประวิตร
ขณะที่การไม่เข้าร่วมประชุมครม.ที่ทำเนียบรัฐบาล หากแต่นั่งสังเกตการณ์อย่างเงียบอยู่ ณ ที่ตั้งในห้องของรัฐมนตรีว่าการกระ ทรวงกลาโหมของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ได้รับเสียงชมเชยว่าจัดวางตัวเองได้อย่างเหมาะสมในสถานการณ์อันถูกเฝ้ามองอย่างชนิดเกาะติด
กระนั้น พลันที่ปรากฏภาพ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา พา นายอนุทิน ชาญวีรกูล เข้าไปนั่งอยู่ที่โต๊ะของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
ก็เกิดคำถาม “ตาม” มาอย่างถี่ยิบ เป็นคำถามทั้งต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้งต่อ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา และทั้งต่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล
ไม่เพียงถามว่าเป็นความสมัครใจ “ร่วม” ระหว่าง นายอนุทิน ชาญวีรกูล กับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา หรือว่าเป็นแรง “กดดัน” จากด้านใดในทางการเมือง
ยิ่งเมื่อมีคำแถลงจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล ประสานเข้ากับคำแถลงของ นายอนุชา บูรพชัยศรี ยิ่งทำให้การไปนั่งอยู่เบื้องหน้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มากด้วยคำถาม
น่าสนใจก็ตรงที่ทุก “คำถาม” อันเกิดขึ้นดำรงอยู่ในความสงบนิ่งอย่างเยือกเย็นจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
มีความสงบนิ่งอย่างแน่นอนเบื้องต้นที่ประสบเข้ากับคำสั่งจากคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ไม่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
จากวินาทีนั้นเป็นต้นมา “สังคม” ก็เฝ้ามองแต่ละ “อาการ” ว่าจะสะท้อนออกมาอย่างไร
ในเมื่อแม้กระทั่งอากัปกิริยาเมื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ลงจากรถประจำตำแหน่งก็กลายเป็นข่าวพาดหัวเสียแล้ว ไฉนจัง หวะก้าวของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะไม่ถูกติดตาม
การปล่อยให้เก้าอี้ซึ่งเคยเป็นของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในที่ประชุมครม.ไม่มีคนเข้าไปนั่งจากการตัดสินใจโดย พล.อ.ประ วิตร วงษ์สุวรรณ จึงเป็นความละเอียดอ่อน
ทั้งหมดสะท้อน “เงา” แห่งวุฒิภาวะในทางความคิดเด่นชัด
จากวันที่ 24 สิงหาคม มาถึงวันที่ 1 กันยายน เพียง 1 สัปดาห์บ่งชี้ อย่างเด่นชัดว่า ใครเหนือกว่า ใครเป็นฝ่ายรุก ใครเป็นฝ่ายรับ ใครตกเป็นรอง
มองจาก “ความนิ่ง” เนื่องจากเป็นพื้นฐานแห่ง “ความสงบ”
เพียง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เน้นอย่างหนักแน่นในทิศทางแห่ง “ใช้ใจบันดาลแรง มิใช่ใช้แรงบันดาลใจ”
สังคมก็ได้ “คำตอบ” แล้วว่าที่รุกต่อในความนิ่งนั้นเป็นใคร

