หน้าแรก การเมือง ‘ศูนย์ทนายฯ’ ...

‘ศูนย์ทนายฯ’ เปิดบันทึกเยี่ยม เผยผู้คุมตามติด 6 ใน 31 ชีวิต ‘ถูกขังเกิน 100 วัน’

1.09.22 | 17:44 น.

‘ศูนย์ทนายฯ’ เปิดบันทึกเยี่ยม ผตห.การเมือง เผย 6 ใน 31 ชีวิต ‘ถูกขังเกิน 100 วัน’ ผู้คุมตามติด พ้อ จะได้ออกไหม

เมื่อวันที่ 1 กันยายน ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยความคืบหน้า กรณีผู้ต้องหาคดีการเมืองถูกคุมขังโดยไม่ได้รับสิทธิประกันตัวชั่วคราวว่า เมื่อวันที่ 25 และ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา ทนายความได้เดินทางไปที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อเข้าเยี่ยมผู้ต้องขังคดีการเมืองที่ถูกคุมขังและไม่ได้ประกันตัวระหว่างต่อสู้คดี จำนวน 6 คน ได้แก่ คทาธร และคงเพชร จากกลุ่มอาชีวะพิทักษ์ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย รวมถึงผู้ต้องขังกลุ่มทะลุแก๊ส จำนวน 4 คน ได้แก่ “หนึ่ง” เกตุสกุล, “หิน” อัครพล, “ดิว” สมชาย และ “คิม” ธีรวิทย์

โดยผู้ต้องขัง 6 ใน 31 รายถูกคุมขังมานานเกิน 100 วันแล้ว นั่นหมายความว่า เวลากว่า 1 ใน 3 ของปี 2565 พวกเขาถูกขังอยู่ในเรือนจำ

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุว่า ขยับเข้าสู่เดือนที่ 9 ของปีแล้ว แต่ยังคงมีผู้ต้องขังคดีการเมืองที่ไม่ได้สิทธิประกันตัว กว่า 31 คน ผู้ต้องขังคดีการเมืองในขณะนี้ แบ่งออกเป็น 5 ประเภทใหญ่ๆ ด้วยกัน คือ

1.คดีมาตรา 112 รวม 3 ราย
2.คดีอันเนื่องจากการชุมนุมที่ดินแดง ซึ่งมีทั้งสมาชิกกลุ่มทะลุแก๊ซและนักเคลื่อนไหวอิสระ รวม 14 ราย
3.คดีสาดสีหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ของสมาชิกกลุ่มทะลุฟ้า รวม 7 ราย
4.คดีดูหมิ่นศาล จากการปราศรัยหน้าศาลอาญากรุงเทพใต้ รวม 2 ราย
5.คดีอื่นๆ ได้แก่ ถูกกล่าวหาว่าครอบครองวัตถุระเบิด, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และถูกกล่าวหาว่าเผาป้อมตำรวจ รวม 4 ราย

สำหรับ ผู้ต้องขัง 6 ราย ที่ถูกคุมขังมานานเกิน 100 วัน ได้แก่

Advertisement

1.พลทหารเมธิน ผู้ต้องขังคดี ม.112 ผู้ซึ่งถูกขังระหว่างต่อสู้คดีนานที่สุดในระลอกนี้ ด้วยระยะเวลา 167 วัน หรือมากกว่า 5 เดือน โดยเมธิน ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำ มทบ.11 จ.นครปฐม ในคดีที่ถูกกล่าวหาจากถ้อยคำที่โต้เถียงกับคู่กรณีที่ขับรถเฉี่ยวชนกัน ซึ่งล่าสุดศาลทหารกรุงเทพ ได้มีคำพิพากษาไปแล้ว โดยพิพากษาให้จำคุก 5 ปี ขณะนี้อยู่ในช่วงเวลาที่สามารถยื่นอุทธรณ์ได้

2-3.คทาธรและคงเพชร ผู้ต้องขัง 2 รายที่ถูกคุมขังนานที่สุดในเรือนจำพลเรือน ด้วยระยะเวลา 144 วัน หรือเกือบ 5 เดือนแล้ว ทั้ง 2 ถูกคุมขังระหว่างการสอบสวน หลังถูกตำรวจจับกุมขณะกำลังเดินทางจากย่านดินแดง ไปยังแยกราชประสงค์ เพื่อร่วมงาน “ยุติธรรมไม่มี 12 ปีเราไม่ลืม” และถูกพบว่ามีวัตถุระเบิดในครอบครอง

4.พรพจน์ แจ้งกระจ่าง ถูกคุมขังระหว่างการสอบสวน หลังจากเข้ามอบตัวที่ สภ.เมืองพิษณุโลก เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2565 กรณีที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ปาระเบิดปิงปองใส่สนามหญ้าด้านหน้ากรมทหารราบที่ 1 เมื่อวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา

5.เอกชัย หงส์กังวาน ถูกคุมขังระหว่างต่อสู้คดีในชั้นฎีกา ตั้งแต่วันที่ 19 เมษายน 2565 หลังจากศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาในคดีโพสต์เล่าเรื่องเพศในเรือนจำ ข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (4) ให้จำคุก 1 ปี ไม่รอลงอาญา

6.สมบัติ ทองย้อย ถูกคุมขังระหว่างอุทธรณ์ หลังศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำพิพากษาในคดีโพสต์ข้อความ และข้อความกล่าวถึงการทำตัวใกล้ชิดประชาชนและการแจกลายเซ็น ตามมาตรา 112 ให้จำคุก 6 ปี โดยไม่รอลงอาญา

สำหรับ ผู้ต้องขัง ทั้ง 15 ราย ที่ถูกขังมานานเกิน 50 วัน ได้แก่

1.“มะ” ณัฐชนน ถูกจับกุมระหว่างเดินทางไปร่วมการชุมนุม ม็อบ 12 มิถุนา 65 และถูกพบว่ามีประทัดยักษ์ ทำให้ถูกดำเนินคดีมีวัตถุระเบิดในครอบครอง ล่าสุดศาลมีคำพิพากษาแล้วโดยไม่มีทนายความเข้าร่วม โดยพิพากษาจำคุก 6 ปี รับสารภาพ ลดเหลือจำคุก 3 ปี

2-14.คดีอันเนื่องมาจากชุมนุมที่ดินแดง แบ่งเป็นสมาชิกกลุ่มทะลุแก๊ส 12 ราย ได้แก่ “อาร์ม” วัชรพล, “ต้อม” จตุพล, “แบงค์” ณัฐพล, “เก่ง” พลพล, “หยก” วรวุฒิ, “ใหญ่” พิชัย, “หนึ่ง” เกตุสกุล, “ดิว” สมชาย, “หิน” อัครพล, “คิม” ธีรวิทย์, “ร็อก” ธนรัตน์ และเป็นนักเคลื่อนไหวอิสระไม่สังกัดกลุ่มการเคลื่อนไหว 2 ราย ได้แก่ “โอม” ใบบุญ และ “ภูมิ” ศศลักษณ์

15.“แซม” พรชัย ยวนยี ถูกกล่าวหาว่าเผาซุ้มเฉลิมพระเกียรติเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2564 โดยถูกกล่าวหาในข้อหามาตรา 112 ด้วย

ในส่วนของ ผู้ต้องขัง 7 ราย ถูกขัง 1 เดือนครึ่ง ได้แก่
กลุ่มทะลุฟ้า 8 ราย แบ่งเป็น ถูกคุมขังระหว่างพิจารณาคดี ในคดีสาดสีหน้าที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 30 ก.ค. 2564 จำนวน 7 ราย ได้แก่ “เจมส์” ศักดิ์สิทธิ์, “คาริม” จิตริน, “อาทิตย์” ทวี , “ชาติ” ชาติชาย, “ทู” กฤษณะ, “ป่าน” กตัญญู และ “คิม” ทสมา “แม็ก” สินบุรี แสนกล้า

ผู้ต้องขัง 3 ราย ถูกขังมากกว่า 1 สัปดาห์ ได้แก่

1.“แม็ก” สินบุรี สมาชิกกลุ่มทะลุฟ้า ถูกกล่าวหาว่าเผาป้อมจราจรระหว่างการชุมนุมเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2564
2-3.คดีดูหมิ่นศาล 2 ราย ได้แก่ “มานี” เงินตา คำแสน และ “จินนี่” จิรัชยา สกุลทอง ทั้งสองถูกจับกุมในข้อกล่าวหาร่วมกันดูหมิ่นศาล, ร่วมกันหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต เหตุปราศรัยการทำงานของศาลอาญากรุงเทพใต้ และทวงคืนสิทธิประกันตัว บุ้ง-ใบปอ เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา

อ่านรายละเอียด : https://tlhr2014.com/archives/44804

‘คทาธร – คงเพชร’ ถูกขัง ‘นานที่สุด’ ในคุกพลเรือน
เผยดีใจ บิ๊กตู่ ถูกสั่งหยุดนายกฯ ชั่วคราว

คงเพชรเผยว่า ตอนนี้กินอาหารได้เป็นปกติแล้ว สุขภาพจิตและกำลังใจดีขึ้นมาก โดยเฉพาะเมื่อได้เห็นข่าวเรื่อง พล.อ.ประยุทธ์ ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ในการเป็นนายกรัฐมนตรีชั่วคราว ระหว่างรอวินิจฉัยคำร้องกรณีดำรงตำแหน่งครบกำหนด 8 ปีตามที่รัฐธรรมนูญเขียนไว้หรือไม่ แต่ดูข่าวจากทีวีได้เพียงแป๊บเดียว เรือนจำก็เปลี่ยนไปดูช่องอื่น คงเพชรจึงไม่ได้ทราบรายละเอียดมากนักว่าเรื่องเป็นอย่างไรต่อไป

คงเพชรฝากถึงคนข้างนอกว่า “โอกาสของพวกเรามาถึงแล้ว สู้ๆ ครับ, ขอให้งดใช้ความรุนแรงด้วยนะครับ” และยังได้ฝากข้อความจากหนังสือเล่มหนึ่งที่เขาสะดุดตาและชอบมาอีกด้วย ความว่า

“แม้แต่แม่ทัพยังถูกจับเป็นเฉลยศึกได้ แต่อุดมการณ์ของชายชาตรีไม่มีวันสลายแน่นอน”

ครั้งล่าสุด ที่ทนายไปเข้าเยี่ยมคงเพชรเมื่อวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา พบว่า คงเพชรไม่สบายและมีไข้ขึ้นสูง ประมาณ 1 สัปดาห์แล้ว โดยมีอาการไอร่วมด้วย แต่ยังตรวจไม่พบว่าติดเชื้อโควิดแต่อย่างใด สถานพยาบาลในเรือนจำได้จ่ายยาพาราให้ เขาอาการดีขึ้นตามลำดับแล้ว

เช่นเดียวกับ ‘คทาธร’ ที่เล่าว่า รู้สึกมีกำลังใจดีขึ้นมากๆ เมื่อเห็นข่าวที่ พล.อ.ประยุทธ์ถูกสั่งให้หยุดบทบาทการเป็นนายกฯ ถึงแม้จะเป็นการชั่วคราวก็ตาม แต่นี่เป็นสัญญาณที่ดีต่อทิศทางทางการเมืองไทย

นอกจากนี ‘คทาธร’ ยังเล่าเสียงเบาว่า “เขารู้สึกไม่ปลอดภัยเมื่ออยู่เรือนจำ” ใจจริงอยากเล่ารายละเอียดให้ทนายฟังทั้งหมดตอนนั้นเลย แต่ก็ไม่รู้ว่า ถ้าพูดออกไปเขาจะต้องเจอกับอะไรบ้าง

สุดท้าย ‘คทาธร’ ฝากขอบคุณทุกคนที่ส่งจดหมายมาให้ ว่า รู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาก

‘หนึ่ง’ เกตุสกุล – อยากกลับบ้าน ดูแลครอบครัว
หลังรู้ข่าว ‘แม่เดินไม่ได้-น้องสาวตั้งท้อง’

ทนายเล่าว่า หนึ่งดูเครียดและเป็นกังวลมากกว่าครั้งก่อนๆ ที่เคยเจอกัน หนึ่งบอกว่า ยังรอการประกันตัวอยู่ ไม่นานมานี้ น้องสาวของหนึ่งมาเข้าเยี่ยมและบอกกับเขาว่า “แม่เดินไม่ได้ ไม่รู้เป็นอะไร” ส่วนตอนนี้น้องสาวเองก็ตั้งท้องอยู่ด้วย เมื่อรู้ดังนั้นหนึ่งจึงรู้สึกเครียดมาก คิดแต่ว่า อยากรีบออกไปดูแลหลานที่ใกล้จะคลอดออกมาลืมตาดูโลก และอยากดูแลแม่ด้วย

จากเรื่องกวนใจข้างต้น ทำให้พักนี้หนึ่งนอนไม่ค่อยหลับและมักจะสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก ตอนตี 2-3 เรียกได้ว่าแทบจะทุกวันก็เป็นได้ ขณะเดียวกัน หนึ่งบอกว่า คิดมากจนรู้สึกปวดหัวจริงๆ จนขอยาแก้ปวดจากเรือนจำมากินบรรเทาอาการปวดแทบทุกวัน

อย่างไรก็ดี หนึ่งยังคงกินอาหารได้ตามปกติ โดยจะกินข้าวเที่ยงเพียงมื้อเดียว สุดท้าย หนึ่งฝากบอกทุกคนที่ห่วงใยและส่งจดหมายถึงเขาว่า “เขาได้รับจดหมายแล้ว ขอบคุณทุกคนมาก เดี๋ยวออกไปช่วยทุกคน”

“หิน” อัครพล เผย ถูกผู้คุมเรือนจำตามติด
ถ่ายภาพชีวิตทะลุแก๊ซในเรือนจำ แต่ยังไม่รู้เจตนา

หินเล่าว่า รู้สึกเครียดอยู่เรื่องเดียวว่า ‘จะได้ออกไหม’ ช่วงนี้นอนหลับบ้างไม่หลับบ้าง อยู่ดีๆ ก็ตื่นตอนช่วงตี 1-2 แต่โดยรวมคิดว่าสภาพจิตใจของตัวเอง ‘โอเคขึ้น’

หิน พอรู้ข่าวคราวภายนอกบ้าง เพราะเรือนจำเปิดทีวีให้ดูรายการข่าวในช่วงกลางวัน ตอนอยู่โรงเลี้ยง ช่วงนี้เจ้าหน้าที่เรือนจำมาถ่ายรูปตอนเราทำกิจกรรมต่างๆ แรกๆ พวกเราก็รู้สึกอึดอัด เพราะไม่รู้ว่าถ่ายไปเพื่ออะไร ก่อนหน้านี้ 2 สัปดาห์ มีเพื่อนไม่สบาย เจ้าหน้าที่เรือนจำก็ให้กินยาอย่างเดียว ไม่ได้พาไปหาหมอ คนที่มีอาการเหมือนติดโควิดก็ไม่สนใจ เราต้องดูแลกันเอง แต่โอเคขึ้นแล้วเพราะมีเพื่อนทะลุฟ้ามาอยู่ด้วย

หินได้รับจดหมายแล้ว เขาบอกว่า จดหมายทำให้เรารู้สึกดีขึ้น คนที่ไม่รู้จักเรา แต่เขียนมาให้กำลังใจ เราก็รู้สึกดีใจแล้ว ถ้าเจอจดหมายจากคนรู้จักก็จะยิ่งดีใจขึ้นไปอีก

หินเล่าว่า ตัวเขาเอง ‘หยก’ วรวุฒิ และ ‘ใหญ่’ พิชัย ไม่ค่อยมีญาติมาเยี่ยมเหมือนคนอื่นๆ หินจึงอยากชวนให้เพื่อนมาเข้าเยี่ยมแบบคอนเฟอเรนซ์ (วิดีโอคอลผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์) จะได้อัพเดตสถานการณ์ข้างนอกกันบ้าง เวลาได้กลับบ้านจะได้ไม่ต้องไปทำความเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างถูกขังเยอะจนเกินไป

วันที่ 5 กันยายนที่จะถึงนี้ หินบอกว่าจะได้ออกไปศาลในนัดตรวจพยานหลักฐาน ในคดีที่ถูกคุมขังอยู่นี้ จึงอยากชวนให้ทุกคนมาร่วมจับตาที่ศาลอาญา สุดท้ายหินฝากบอกคนข้างนอกว่า “อดทนหน่อย ข้างในยังสู้เหมือนเดิม แม้จะโดนกดดันก็ตาม”

‘ดิว’ สมชาย – ทะลุแก๊ซเหลือสบู่ ‘ก้อนเดียว’
แต่ต้องใช้อาบน้ำกัน 12 คน

ดิวเล่าว่า จนถึงตอนนี้แล้วก็ยังปรับตัวไม่ได้สักที ยังรู้สึกเครียด อยากออกไปจากที่ที่เรียกว่าคุกสักที พักนี้นอนไม่หลับแทบจะตลอดทั้งคืน จนต้องขอยานอนหลับมาช่วยให้นอนได้

วันที่ 5 กันยายนที่จะถึงนี้ ดิวบอกว่าจะถูกเบิกตัวออกศาลอาญา อยากให้แฟนมาด้วย เพราะคิดถึงแฟนมาก เงินที่แฟนฝากให้ก็หมดแล้ว เพราะอยู่ที่นี่ต้องแบ่งกันกินแบ่งกันใช้ เหลือแต่มาม่าเอามาต้มกินกับข้าว ของใช้ส่วนตัวก็ใกล้หมด อย่างเช่นสบู่ ก็เหลือแค่ก้อนเดียว แต่ต้องใช้ด้วยกันทั้งห้อง 12 คน

ตอนนี้ยังกินข้าวตามปกติ แต่กินเพียง 1 มื้อตอนกลางวัน ด้านงานในเรือนจำยังคงประจำอยู่กองงาน ‘ขัดอ่างน้ำ’ อยู่ เมื่อทำงานเสร็จก็จะไปซ้อมต่อยมวย ดีกว่าอยู่เฉยๆ จะทำให้รู้สึกเครียดและฟุ้งซ่านคิดถึงความเป็นไปของโลกภายนอกเสมอ

จากนั้น ทนายได้อ่านจดหมายที่มีคนฝากมาให้ดิวได้ฟัง เมื่อทนายอ่านจบ ดิวบอกว่า “น้ำตาจะไหล” เพราะรู้สึกตื้นตันใจที่มีคนข้างนอกห่วงใยอยู่เสมอ
ดิวฝากบอกด้วยว่า “รอวันพวกผมออกไปกินหมูกระทะด้วยกัน”

‘คิม’ ธีรวิทย์ – ดีใจ
ผู้จัด Demo Expo จัดที่นั่งรอผู้ต้องขังการเมือง

“เราอยู่ในนี้มา 60 กว่าวันแล้ว” คิมพูดพร้อมโชว์ปฏิทินน้อยที่เขาพกติดตัวให้ทนายดู

กว่า 2 เดือนแล้วที่ถูกคุมขัง ตอนนี้ทานอาหาร 1 มื้อตอนบ่าย ช่วงนี้มีปัญหาเรื่องนอนหลับยากในตอนกลางคืน ช่วงกลางวันคิมก็เลยพยายามที่จะไม่งีบนอนระหว่างวัน เพื่อจะได้นอนหลับกลางคืนได้

ผู้ต้องขังชายที่ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ คิมเล่าว่า ตอนนี้แยกกันอยู่เป็น 2 ห้อง ทะลุแก๊ซ 1 ห้อง และทะลุฟ้า 1 ห้อง ทุกคนมาอยู่รวมกันก็ถือว่าเป็นเรื่องดีเหมือนกัน เพราะได้ช่วยเหลือกัน พูดคุยแลกเปลี่ยนระหว่างกลุ่ม ได้ใช้เวลาว่างเตะฟุตบอล เล่นวอลเลย์บอลด้วยกันบ้าง ทำให้รู้สึกผ่อนคลายและรู้สึกดีขึ้นมาไม่น้อยเหมือนกัน

ตอนนี้ คิมมีหน้าที่ดูแลจดหมายเข้า-ออก และอีเมล์ของเรือนจำโดยตรง “จดหมายที่คนข้างนอกส่งมาให้เพื่อนๆ ในเรือนจำจะไม่ตกหล่นแน่นอน เพราะเขาเป็นคนดูแลเองกับมือ การได้ทำงานในเรือนจำอย่างนี้ช่วยฆ่าเวลาให้ผ่านไปได้ไวกว่าอยู่เฉยๆ”

คิมได้รับจดหมายที่คนข้างนอกส่งมาให้แล้ว ทำให้ได้รู้ว่า คนข้างนอกยังคงคิดถึงและไม่ลืมพวกเรา อ่านแล้วก็ใจฟูขึ้นมากๆ วันที่ 5 กันยายนที่จะถึงนี้ ศาลอาญานัดตรวจพยานหลักฐาน คิมไม่แน่ใจว่าจะถูกเบิกตัวไปจากศาลหรือให้ติดต่อไปผ่านวิธีวิดีโอคอนเฟอเรนซ์

ก่อนจะจากกัน คิมถามว่า “งานคอนเสิร์ต ‘DEMO EXPO’ ที่จัดขึ้นที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการ กทม. เมื่อวันที่ 20 ส.ค. 2565 มีคนจัดที่ว่างให้เขากับเพื่อนๆ ไปดูคอนเสิร์ตจริงไหม”

“จริง” ทนายตอบ เมื่อได้ยินดังนั้น เขาก็เบิกยิ้มกว้าง แสดงอาการดีใจ และฝากขอบคุณคนข้างนอกที่เขียนจดหมายมาให้และยังคิดถึงกันอยู่

อ่านต่อบนเว็บไซต์: https://tlhr2014.com/archives/47767

ศูนย์ทนายฯ เปิดเผยอีกด้วยว่า วันนี้ ทนายยื่นขอประกันตัว 7 ผู้ต้องขังทะลุฟ้า ในคดีสาดสีหน้าพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้ง

เวลา 16.10 น. ศาลอาญามีคำสั่งนัดให้ไต่สวนคำร้องในวันที่ 6 กันยายนนี้ เวลา 10.00 น. โดยให้ผู้ร้องเตรียมพยาน และบุคคลที่ศาลอาจตั้งเป็นผู้กำกับดูแลของจำเลยแต่ละคนมาให้พร้อม และให้เบิกตัวจำเลยมาในวันนัด


ด้าน นายบารมี ชัยรัตน์ ผู้ประสานงานเครือข่ายสมัชชาคนจน ก็ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก ภายหลังเดินทางไปเยี่ยมผู้ต้องหาทางการเมืองที่เรือนจำ

นายบารมีระบุว่า ไปเยี่ยมป่านกับคิมมา ทั้งคู่ยังดูสดใส แต่ร่ำร้องว่า อยากออกไปมากแล้ว หวังว่าวันนี้จะได้ประกัน

เราคุยกันหลายเรื่อง ผมก็โมไปตามเรื่องตามราว ให้พวกเขาได้ยิ้มได้หัวเราะกันบ้าง และบอกว่าหลายคนฝากความคิดถึงมา แต่จำชื่อ ทนาย ส.ได้คนเดียว แล้วก็จำว่า นักร้องผมยาวบอกว่าติดหนี้ไว้ ก่อนผู้หญิงคนน่านที่อยู่แอ๊คแลบ บอกว่าเจอกันที่น่าน แล้วก็โอม ภาคิไนย์ กับนวลคะยอมด้วย บอกแค่นี้แหละที่เหลือลืม ขออภัยด้วย

ป่านกับคิม อยากให้มาเยี่ยมทุกวันอังคาร กับพฤหัส เพราะจันทร์ พุธ ศุกร์ ทนายเมย์ไปเยี่ยม รวมทั้งบ่นว่า อยากกินหมูทรงเครื่อง แต่สั่งหนุ่ยกับเป้าไปแล้วไม่ได้ หนุ่ยลืม เป้าติดโควิด ผมเลยให้พลอยจัดการสั่งให้เรียบร้อย

คุยไปได้สักชั่วโมงเศษๆ ฝนตก ฟ้าร้องเสียงดังมาก ผมสะดุ้งร้องว่าเอ๊ย ฝนตก ป่านบอกว่า ข้างนอกไม่ชอบฝนตก แต่ข้างในชอบ ผมถามว่าทำไม ทั้งคู่ตอบพร้อมกันว่า สบายดี นอนสบาย

ผมพูดไม่ออก แต่นึกถึงภาพเพื่อนที่ยืนหยุดขังในขณะที่ฝนตกทุกวันแล้วหดหู่มาก แต่ไม่ได้บอกออกไป