‘สุวัจน์-กรณ์’ผนึกสู้เลือกตั้ง กอบกู้วิกฤตเศรษฐกิจชาติ

3.09.22 | 10:15 น.

หมายเหตุนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) และนายกรณ์ จาติกวณิช
หัวหน้าพรรคกล้า ร่วมกันแถลงเปิดตัวเพื่อทำงานทางการเมืองร่วมกัน ที่บ้านเลขที่ 333 ราชวิถี 20
เมื่อวันที่ 2 กันยายน

สุวัจน์ ลิปตพัลลภ
ประธานพรรคชาติพัฒนา (ชพน.)

ขณะนี้พรรคการเมืองทุกพรรคต้องเตรียมพร้อมเรื่องการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง โดยรัฐบาลจะครบเทอมประมาณมีนาคม 2566 แต่ยังไม่ทราบว่าจะมีการเลือกตั้งเมื่อไหร่ แต่ถือว่าใกล้เข้ามาแล้ว เหลือ 6-7 เดือน ทุกพรรคต้องเตรียมเลือกตั้ง ชพน.ต้องเตรียมนโยบาย บุคลากร ผู้สมัคร ถือว่าได้เวลาเตรียมความพร้อมสู่การเลือกตั้ง พรรค ชพน.เชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะมีความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหา ผมอยู่กับการเมืองมาเกือบ 35 ปี มองประเทศตลอดระยะเวลาที่ผมทำงานวันนี้ถือว่าวิกฤตที่สุด โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจ พรรค ชพน.จะเข้ามาแก้ไขปัญหาเรื่องปัญหาเศรษฐกิจ และเพื่อจะบรรลุเป้าหมายในการแก้ไขปัญหา ต้องมารวมพลังกอบกู้ปัญหาเศรษฐกิจของชาติ เห็นว่ามือเศรษฐกิจวันนี้ต้องเข้าใจเศรษฐกิจรากหญ้าว่าคนยากคนจนเดือดร้อนอย่างไร ต้องเข้าใจเศรษฐกิจมหภาคของประเทศ และต้องมีความเป็นสากล เข้าใจโลก เพราะวันนี้บริบทโลกเปลี่ยนไป เราต้องการมืออาชีพที่เข้าใจบริบทของประเทศและโลก

พรรค ชพน.ปรึกษากันว่าใครที่มีความเหมาะสมที่จะเข้ามากอบกู้เศรษฐกิจ และมาทำงานร่วมกัน เราคิดถึงนายกรณ์ เพราะเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ทางด้านเศรษฐกิจโดยตรง เคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังด้วยประสบการณ์ ช่วยแก้วิกฤตต้มยำกุ้ง และวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ จนทำให้เราผ่านวิกฤตมาได้ เคยทำงานเอกชนและทำงานในรัฐบาล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลังของโลกและเอเชีย สะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับในระดับสากล พิสูจน์ผลงานให้เห็นชัดเจน แต่ขณะเดียวกัน ยังมีประสบการณ์เป็น ส.ส.ที่มาจากพื้นที่และมาการเลือกตั้ง เป็นนักเรียนนอก มีความเป็นสากล จบการศึกษาด้านนี้โดยตรง ถือเป็นหน้าเป็นตา
เรามีความเชื่อมั่นว่านายกรณ์จะเป็นผู้ที่มาแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจ ร่วมกันทำงานกับพรรค ชพน. จึงเชิญนายกรณ์ที่เป็นความหวังที่มากอบกู้ประเทศ อยากมาจับมือกัน รวมพลังกันในการแก้ไขปัญหาวิกฤตของชาติบ้านเมืองในวันนี้

การเมืองต้องไม่ขัดแย้ง พรรค ชพน.ทำการเมืองมา 30 ปีเต็มๆ หลักการทำงานของพรรค ชพน.อยู่บนพื้นฐานที่ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตหัวหน้าพรรควางเอาไว้คือ ทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ ประนีประนอม ไม่ขัดแย้ง ยึดผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี เป็นส่วนผสมทางการเมือง ทีมเวิร์กที่แข็งแกร่ง ผสมผสานมืออาชีพเศรษฐกิจและการเมืองเข้าไว้ด้วยกัน มีความมั่นใจจะทำให้เกิดความแข็งแกร่ง และแก้ไขปัญหาประชาชนให้ประสบความสำเร็จ

Advertisement

•เป็นการรวมกันในลักษณะใด
พรรค ชพน.ต้องการมือเศรษฐกิจมาร่วมทำงานกับเรา จึงเรียนเชิญนายกรณ์มาร่วมทำงานกับเรา ส่วนขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับนายกรณ์ เป็นแนวทางที่นายกรณ์จะไปดำเนินการ เมื่อถามว่า การมาของนายกรณ์ครั้งนี้ เป็นการรวมพรรคกันระหว่างพรรค ชพน.กับพรรคกล้าหรือไม่ นายสุวัจน์กล่าวว่า ไม่ได้เป็นการรวมพรรค เป็นการเชิญนายกรณ์มาร่วมงาน ส่วนขั้นตอนอะไรที่เป็นเรื่องของนายกรณ์จะมีการดำเนินการให้ครบถ้วน ย้ำว่า พรรค ชพน.ยังอยู่

•นายกรณ์จะอยู่ตำแหน่งไหนของพรรคชพน.
ขณะนี้กำลังเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง และพรรค ชพน.ต้องปรับปรุงตัวบุคคล เนื่องจากมีผู้ใหญ่ในพรรคลาออกไปสมัครการเมืองท้องถิ่น 7 คน ทำให้เราต้องมีการประชุมใหญ่ และที่ผ่านมาได้มีการแก้ไขข้อบังคับพรรค โครงสร้างพรรค ซึ่งเรายังไม่ได้แต่งตั้งประธานยุทธศาสตร์ 4 ด้าน ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ ด้านการเมือง ด้านความมั่นคง และด้านเทคโนโลยี ฉะนั้น หัวหน้าพรรค ชพน. คงใช้โอกาสนี้ในการนัดประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อปรับโครงสร้างและจัดสรรบุคลากรตามความเหมาะสม เพื่อให้สมาชิกพรรคให้ความเห็นชอบต่อไป ดังนั้น ท่านใดจะอยู่ในตำแหน่งใดยังตอบไม่ได้ เป็นเรื่องของที่ประชุมใหญ่ ส่วนนายกรณ์จะดำรงตำแหน่งอะไรยังตอบไม่ได้ แต่ต้องมีบทบาทหน้าที่ที่ทำให้เกิดความมั่นใจทางเศรษฐกิจ

กรณ์ จาติกวณิช
หัวหน้าพรรคกล้า

ความตั้งใจของผมคือ มองว่าในสถานการณ์บ้านเมืองตอนนี้ และในสภาวะที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สำคัญมากสำหรับทุกองค์กรและพรรคการเมืองที่ต้องมีความชัดเจนในเป้าหมาย แต่ต้องมีความยืดหยุ่นเป้าหมายของการเป็นนักการเมืองของตนไม่เคยเปลี่ยน คือ การช่วยให้ประชาชนอยู่ดีกินดี การช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจปัจจุบัน การแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนให้ได้ การสร้างโอกาสความหวังให้คนรุ่นใหม่และประชาชนทุกคน ซึ่งเราได้คุยกันและการตัดสินใจในการจับมือ เป็นการตัดสินใจที่ง่ายมาก เพราะคำถามเดียวที่ถามกับตัวเองคือการจะทำให้เราทั้งสองคนมีโอกาสช่วยประชาชนมากขึ้น โดยมีคำตอบชัดเจน คือโอกาสที่จะเคลื่อนแนวความคิดนโยบายที่ประชาชนจับต้องได้ ซึ่งเรื่องอื่นเป็นเรื่อง
ของรายละเอียด สุดท้ายปรัชญาทางการเมืองที่มี คือสมัยที่ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ทำงานกับพรรคชาติพัฒนาเพื่อแก้ไขวิกฤตพลังงาน และราคาน้ำมัน ทำให้ผมรู้ว่ามีหลักการและปรัชญาทางการเมืองที่ใกล้เคียงกันมาก ไม่ว่าเราจะเรียกมันว่า เสรีนิยม หรือสังคมนิยม แต่สิ่งสำคัญคือ การยึดหลักปฏิบัตินิยม หรือการลงมือทำตามข้อเสนอที่เราเสนอต่อสังคม คือการนำเสนอความคิดที่นำไปสู่การปฏิบัติได้จริง

ทั้งนี้ นายสุวัจน์ยึดหลักปฏิบัตินิยมมาตลอดคือไม่พูดมาก และลงมือทำ มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ เมื่อย้อนไปถึงการยึดประโยชน์ของประชาชน ทั้งการแก้ไขปัญหาค่าครองชีพ และปัญหาเศรษฐกิจ เราจึงตัดสินใจง่ายในการร่วมมือกันทำงาน จากนี้ผมจะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อช่วยให้ประชาชนมีความอยู่ดีกินดี มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ที่จะนำไปสู่ความั่นคงในอนาคตต่อไป

ส่วนขั้นตอนและเงื่อนไขทางกฎหมายในการกำกับพรรคการเมืองมีความชัดเจนตามกฎหมายพรรคการเมือง จึงต้องรอไปทำตามขั้นตอนทางกฎหมาย ผมคงต้องระมัดระวังในการลงรายละเอียดและการให้คำตอบ แต่สาระสำคัญคือ ผมมาจับมือกับนายสุวัจน์ เพราะประเด็นด้านเศรษฐกิจ การบรรลุผลเพื่อตอบโจทย์ต่อประชาชนซึ่งคิดว่าดีกว่าต่างคนต่างทำ ผมจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ในการตอบสนองความต้องการของประชาชน ในส่วนผม คงจะร่วมมือกันในรูปแบบที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ส่วนขั้นตอนและรูปร่างหน้าตาจะเป็นอย่างไร จะเป็นไปตามกฎหมาย เราร่วมมือกัน 100% เพื่อขับเคลื่อนการทำงาน

วันนี้ผมมาในฐานะนายกรณ์ เพื่อหารือกับนายสุวัจน์ ที่ตกลงใจว่าเราจะทำงานร่วมกัน ส่วนในอนาคตของพรรคกล้า ก็เป็นเรื่องของพรรคกล้าว่าจะเป็นอย่างไร ขั้นตอนทางกฎหมายจะเป็นตัวกำกับว่าเราจะทำอย่างไร ผมและพรรคกล้าก็พูดคุยกันมาตลอดเกี่ยวกับการทำงาน และรูปแบบที่จะต่อสู้และแข่งขันในการเลือกตั้งครั้งหน้า

•จะลาออกจากพรรคกล้าหรือไม่
ทุกอย่างต้องดำเนินการทางกฎหมาย แต่ชัดเจนที่สุดคือการจับมือและร่วมมือกันทำงาน เมื่อไปดูกฎหมายพรรคการเมืองก็จะเข้าใจในสิ่งที่ผมพูด แต่ผลสรุปสุดท้ายจะมีความชัดเจนว่าร่วมมือกัน ขณะที่เราต้อง
เตรียมเข้าสู่การทำงานร่วมกันทางกฎหมายในอนาคต ทั้งนี้ พรรคกล้ายังอยู่อย่างแน่นอน

•ทีมเศรษฐกิจของพรรค ชพน.จะมีนายกรณ์ และทีมพรรคกล้ามาทั้งหมดเลยหรือไม่
ผมได้พูดคุยกับพรรคพวกทุกคน ซึ่งทุกคนเห็นด้วยว่านี่คือแนวทางจะทำให้ผม และพวกเขาทำงาน
ตามความตั้งใจได้ และจะมาด้วยกันทั้งหมด ส่วนคำถามที่ว่าจะยุบพรรคกล้าหรือไม่นั้น ไม่ได้มีการ
ควบรวมพรรค ดังนั้น สถานะพรรคกล้าจึงยังเหมือนเดิม หลักการสำคัญคือประโยชน์ของบ้านเมือง ถ้าเราคิดว่าร่วมมือกับใคร แล้วประชาชนได้ประโยชน์ มันเป็นหน้าที่ที่เราต้องพิจารณา ด้วยเป้าหมายที่ชัดเจน นี่คือ
คำตอบต่อคำถาม ใครก็ตามที่มีหลักการ และเป้าหมายตรงกับเราก็เป็นเรื่องที่เราพร้อมจะร่วมมือกันทำงาน

ปัจจัยที่จะกำหนดความสำเร็จ อาจจะไม่เกี่ยวกับขนาดพรรค แต่เกี่ยวกับว่าพรรคไหนมีข้อเสนอ ความคิดทางออก และนโยบายที่ประชาชน คิดว่านี่คือส่งผลต่อการยกระดับชีวิตได้ ที่ผ่านมาจะเห็นว่า ถ้าไม่มีความคิดที่สร้างสรรค์ หรือตอบโจทย์บ้านเมือง ผมคิดว่าไม่มีประโยชน์ ไม่ใช่ว่ามีความรู้สึกว่าคิดดี หรือข้อเสนอดีเท่านั้น แต่ต้องทำได้ด้วย และต้องทำให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นว่าพึ่งเราได้ในอนาคต
นี่คือหัวใจ