คอลัมน์หน้า 3 : อ่าน ยอดคำ‘เท่’ จาก ประวิตร วงษ์สุวรรณ สะเทือน ประยุทธ์
เพียง 1 สัปดาห์ภายหลัง “คำสั่ง” ศาลรัฐธรรมนูญให้ “พัก” การปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนายกรัฐมนตรี
ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ทุกอย่างก็เริ่ม “คลี่คลาย” และเห็นได้ “ชัด”
ไม่ว่าจะมองผ่านการเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่าจะมองผ่านการเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
มองเห็นแวว “ปลั่ง” มองเห็นแวว “หมอง”
การอยู่ในสถานะแห่งรักษาการ “นายกรัฐมนตรี” กลายเป็นผลดีต่อ “ใจ” ที่สร้าง “แรง” บันดาล
ให้เกิดความกระฉับกระเฉงอย่างฉับพลัน
ลงจาก “รถ” โดยไม่จำเป็นต้อง “ประคอง”
ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั่งดูรายงานทีวีช่อง “โปรด” อย่างเปล่าเปลี่ยวและเดียวดายในห้องของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
คล้ายกับจะหมด “แรง” บันดาล “หัวใจ”
ในความคึกคักของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ แม้จะดำเนินไปอย่างให้เกียรติกับ “เก้าอี้” นายกรัฐมนตรีอย่างเป็นพิเศษ
กระนั้น ก็เสมอเป็นเพียง “เก้าอี้”
เนื่องจากพลานุภาพแห่งความเป็น “นายกรัฐมนตรี” ได้ก่อให้เกิด “แรงบันดาล” เป็นอย่างสูงทั้งต่อตนเองและต่อสภาพที่แวดล้อม
ไม่ว่าในทาง “กาย” ไม่ว่าในทาง “ใจ”
ภาพที่ปรากฏจากการลงพื้นที่ในจังหวัดฉะเชิงเทรา มาพร้อมกับเสียงตะโกน “เรารักลุงป้อม” ดังก้อง
กัมปนาทเข้าไปยัง “บ้าน” ใน “ร.1 รอ.”
ส่งผลให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จำเป็นต้องออกจากบ้านและห้องทำงานไปตรวจราชการตามมา
อย่างฉับพลัน
ในฐานะรัฐมนตรี ในฐานะคุม “กลาโหม”
ถามว่าเหตุปัจจัยอะไรทำให้พรรครวมไทยสร้างชาติต้องประกาศชื่อ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ให้อยู่ในฐานะ “แคนดิเดต” นายกรัฐมนตรี
มาจากความ “ไม่แน่นอน” เนื่องจาก “คำสั่ง” พัก
เป็นความไม่แน่นอนว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะได้ “ไปต่อ” หรือไม่ จึงจำเป็นต้องสร้างความแน่นอนให้เกิดขึ้น
เริ่มต้นจาก “หัวหน้าพรรค” เริ่มต้นจาก “ฐาน” ที่มีอยู่ในมือ
จึงไม่เพียงแต่ลบ “ประวัติศาสตร์” ที่เริ่มกันมาในการก่อรูปขึ้นของพรรคไทยสร้างชาติ หากแต่ยังสะเทือนไปถึง “พรรคเทิดไท”
ไม่แน่ว่าจะเป็น “หมู่” ไม่แน่ว่าจะเป็น “จ่า”
แม้จะมีความพยายามเรียก “รัฐมนตรี” บางคนไปพบ แม้จะมีความพยายามลง “พื้นที่” เพื่อฟื้นคืนความเชื่อมั่น
แต่ก็มิใช่ในฐานะ “นายกรัฐมนตรี”
ปมเงื่อนมิได้อยู่ที่ว่า “เส้นทาง” ทางการเมืองในอนาคตของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะดำเนินไปอย่างไร
จะ “ไปต่อ” ได้หรือไม่ แค่ไหน
ที่สำคัญอย่างที่สุดก็ต้องย้อนไปเริ่มต้นจากยอดคำเท่ของ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ว่าจะใช้ “ใจ” เป็นแรงบันดาลได้เพียงใด
คำถามอยู่ที่ว่าฐานแห่ง “ใจ” อยู่กับ “ความจริง” หรือไม่อีกด้วย

