อจ.จุฬาฯวิเคราะห์ บิ๊กตู่แจงปม 8 ปี จับตาศาล รธน.หยิบ 158 วรรคใดตัดสิน
ยังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กรณีที่พรรคร่วมฝ่ายค้าน ยื่นคำร้องผ่านประธานสภาไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 8 ปี ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ล่าสุด นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีระบุทีมกฎหมายยื่นหลักฐานหักล้างระบุไม่ใช่เริ่มนับวันที่ 24 สิงหาคม 2557 นั้น
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 3 กันยายน นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ว่า ศาลคงจะต้องใช้ดุลพินิจของตัวเองอย่างเที่ยงธรรม โดยไม่ต้องไปคำนึงถึงความรู้สึกของใคร อยากให้ทุกคนได้คิดและเชื่อว่าศาลคงคำนึงถึงเจตนารมณ์ว่าทำไมถึงต้องบัญญัติเรื่องวาระนายกฯ 8 ปี และบัญญัติขึ้นมาเพื่อป้องกันปัญหาอะไร แล้ววันนี้มันเข้าสู่ห้วงเวลาของปัญหาที่ทุกคนกังวลหรือไม่ ถ้าทุกคนคิดหลักนี้คำตอบมันมีไม่ยาก ทั้งนี้ เจตนารมณ์ของคนร่างฉบับนี้คือไม่อยากจะให้คนเป็นนายกฯเกิน 8 ปี ไม่ว่าจะเป็นด้วยวิธีใดหรือเริ่มนับตั้งแต่เมื่อใด ถ้าถึง 8 ปีถือว่าอันตรายทั้งนั้น เพราะฉะนั้น เมื่อคำนึงถึงเจตนารมณ์ข้อนี้แล้วดูหลักความเป็นจริง พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯมากี่ปีแล้วทุกคนนับเลขออก
เมื่อถามต่อว่า เห็นด้วยหรือไม่กับประเด็นที่นายวิษณุกล่าวว่าไม่ได้ระบุในคำชี้แจงว่าควรเริ่มนับอายุ 8 ปีเมื่อใด แต่ชี้ชัดอย่างเดียวว่าไม่ใช่วันที่ 24 สิงหาคม 2557 นายสุทินกล่าวว่า เจตนารมณ์ของกฎหมายที่เขาเกรงว่าจะสะสมอำนาจ เครือข่าย อิทธิพล และสืบทอดทางการเมือง ก็เป็นมาตั้งแต่ปี 2557 เพราะฉะนั้นคิดว่าคนที่ไม่นับ 2557 คือคนที่เอาตัวหนังสือเป็นนาย ไม่ได้เอาเจตนารมณ์เป็นนาย แต่กฎหมายต้องเอาเจตนารมณ์เป็นนาย ไม่ใช่เอาตัวหนังสือเป็นนาย
นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ว่า การเขียนคำชี้แจงเช่นนี้หมายความว่า พล.อ.ประยุทธ์ต้องการอยู่ยาว เป็นสิ่งที่ขัดต่อภาพลักษณ์ที่ต้องการบอกกับสังคมว่าไม่อยากอยู่ยาว เพราะตอนนี้เกิดสภาวะเสพติดอำนาจไปเสียแล้ว ถ้ามองอย่างใจเป็นธรรม กฎหมายเขียนเพื่อป้องกันการผูกขาดอำนาจ ดังนั้น จึงต้องนับการดำรงตำแหน่งนายกฯตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2557 โดยนับวันโปรดเกล้าฯ เป็นวันแรก การที่ พล.อ.ประยุทธ์ส่งทีมกฎหมายเขียนคำชี้แจงเช่นนี้กล้าเสียเหลือเกิน สรุปแล้วช่วงปี 2557 พล.อ.ประยุทธ์เป็นอะไร ไม่เข้าใจว่าจะต้องเล่นแร่แปรธาตุตีความกฎหมายเป็นอื่นเพื่อให้ขัดแย้งกับข้อเท็จจริงไปเพื่ออะไร
รศ.ดร.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี อาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์ว่า พล.อ.ประยุทธ์ต้องชี้แจงเช่นนี้อยู่แล้ว เพราะเป็นคำชี้แจงว่ายังสามารถเป็นนายกฯต่อได้ คำยื่นของพรรคฝ่ายค้านถามว่า พล.อ.ประยุทธ์หมดวาระการดำรงตำแหน่งนายกฯหรือไม่ แต่ไม่ได้ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าให้นับเริ่มต้นตั้งแต่เมื่อไหร่ และหมดเมื่อไหร่ ดังนั้น ศาลรัฐธรรมนูญจึงต้องมีคำตอบตามคำร้อง จึงอาจจะตอบว่าให้นับเริ่มต้นเมื่อไหร่ คำชี้แจงของ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ยืนยันว่าจะนับเมื่อไหร่ เพราะยกให้เป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ แต่หักล้างประเด็นของฝ่ายค้านว่าไม่ได้นับตั้งแต่ปี 2557 ด้วยเหตุผลใด
รศ.ดร.สิริพรรณกล่าวต่อว่า ถ้ามองแง่นี้จะเป็นเหตุผลของทั้งสองฝั่งว่าจะใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา 158 วรรคสี่ หรือมาตรา 158 วรรคสอง และวรรคสาม คือใช้มาตราเดียวกันแต่คนละววรค เพราะมาตรา 158 วรรคสอง บอกว่านายกฯมาจากการเลือกตั้งของสภาผู้แทนราษฎร แต่เมื่อปี 2557 มาจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ไม่ได้มาจากสภาผู้แทนราษฎร ส่วนวรรคสาม บอกว่าประธานสภาเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายกฯ แต่เมื่อปี 2557 ประธานสภาไม่ได้เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้ง
รศ.ดร.สิริพรรณกล่าวอีกว่า ส่วนที่พรรคฝ่ายค้านอ้างรัฐธรรมนูญมาตรา 264 ต่อเนื่องด้วยและอ้างบันทึกความเห็นของ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ไม่รู้ว่าคำชี้แจงของฝ่ายกฎหมายได้ตอบโต้หรือชี้แจงต่อความเห็นของนายมีชัยหรือไม่ ประเด็นต่อมาคือศาลรัฐธรรมนูญจะเลือกวรรคไหนของมาตรา 158 มาเป็นเหตุผลในการรับรอง
คำวินิจฉัย ทุกข้อสามารถมีคำอธิบายโดยศาลรัฐธรรมนูญได้หมด เพราะวรรคหนึ่งถึงวรรคสี่ ของมาตรา 158 ไม่ได้เกี่ยวกันเสียทีเดียว วรรคสี่ บอกว่า ใครก็ตามที่เป็นนายกฯจะเป็นได้แค่ 8 ปี ส่วนวรรคหนึ่งถึงวรรคสาม บอกว่านายกฯของรัฐธรรมนูญ 2560 ต้องมีที่มาแบบนี้ หลักคือเมื่อประกาศใช้รัฐธรรมนูญแล้วมีผลทันที คือหากเป็นนายกฯมาแล้ว 6 ปี จะเป็นนายกฯได้อีกแค่ 2 ปี นี่คือหลักสากล ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับว่าศาลรัฐธรรมนูญจะหยิบมาตราใดมาสนับสนุนคำวินิจฉัยของตัวเอง

