ศาลให้ประกันไร้เงื่อนไข “นิพนธ์” คดีไม่จ่ายเงินค่ารถซ่อมบำรุงทาง สมัยนั่งนายกอบจ.สงขลา

5.09.22 | 16:32 น.

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ให้ประกันไร้เงื่อนไข “นิพนธ์” คดี 157 ขณะนั่งนายกอบจ.สงขลาไม่เซ็นจ่ายค่ารถซ่อมบำรุงรถ บ.เอกชน 50 ล้าน ตีวงเงินประกัน 1 แสน นัดพร้อม 20 ต.ค.นี้

เมื่อวันที่ 5 กันยายน ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถนนเลียบรางรถไฟ นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางมาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง กรณีที่ ป.ป.ช.ส่งฟ้องคดีไม่จ่ายเงินค่ารถซ่อมบำรุงทางอเนกประสงค์ ตามนัด

ต่อมาที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายนิพนธ์  เป็นจำเลยในความผิดฐานเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ปฎิบัติหรือละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตาม ป.อาญา ม.157 กรณีไม่จ่ายเงินค่าซ่อมรถบำรุงทางเอนกประสงค์ วงเงิน 50 ล้านบาทขณะดำรงตำแหน่ง นายกอบจ.สงขลา พร้อมขอให้ศาลมีคำสั่งให้หยุดปฎิบัติหน้าที่ รมช.มหาดไทย

โดยนายนิพนธ์ เดินทางมาถึงแสดงตัวต่อศาล พร้อมกับนายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ทนายความซึ่งเป็นอดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ

นายนิพนธ์ กล่าวว่า เมื่อเช้านี้ได้กราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีว่าขอลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่ประสงค์จะใช้ตำแหน่งหน้าที่ เวลาราชการมาสู้คดีนี้ การลาออกมีผลวันนี้ทันที แล้วตนจะใช้เวลามาต่อสู้คดีนี้เพราะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว คดีนี้ได้บอกกับประชาชน สื่อมวลชน และสภาฯ มาเป็นระยะๆแล้วว่าข้อมูล ข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริงคดีนี้สาเหตุที่ตนไม่จ่ายค่ารถเพราะว่ามีหนังสือมาจากจังหวัดชี้แจง จนในที่สุดสั่งตั้งคณะกรรมการสอบ ผลสอบออกมาว่ามีการฮั้ว แล้วจะให้ตนจ่ายเงินได้ยังไง ไม่ได้มีเจตนากลั่นแกล้งใครทั้งสิ้น การลาออกครั้งนี้ไม่มีใครกดดันเป็นความตั้งใจของตนเองเพื่อมีเวลาต่อสู้คดีอย่างเต็มที่

Advertisement

“กราบเรียนนายกฯเมื่อเช้า ท่านก็ชื่นชมให้กำลังใจให้ต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ ไม่ได้มีแค่คดีนี้คดีเดียวยังมีคดีที่ผมฟ้องเพิกถอนคำสั่งกระทรวงมหาดไทย และป.ป.ช. อยู่ในศาลปกครองกลาง”นายนิพนธ์กล่าว

ศาลพิเคราะห์คำฟ้องโจทก์และคำคัดค้านการฟ้องคดีของจำเลยแล้วเห็นว่า แม้ว่าคดีนี้เกิดขึ้นนอกเขตของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง และพยานหลักฐานส่วนใหญ่จะอยู่ที่จังหวัดสงขลา แต่ก็เป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน และการติดต่อระหว่างศาลกับคู่ความหรือผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีอาจกระทำโดยทางโทรสาร จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือสื่อสารทางเทคโนโลยีสารสนเทศประเภทอื่นได้ ซึ่งการสืบพยานก็สามารถดำเนินการโดยการถ่ายทอดภาพและเสียงในลักษณะการประชุมทางจอภาพ ตามข้อบังคับของประธานศาลฎีกาว่าด้วยวิธีการดำเนินคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 ข้อ 6-7 ได้อยู่แล้ว อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 มาตรา 5 วรรคสองจึงให้ประทับรับฟ้องโจทก์เป็นคดีหมายเลขดำที่ อท.167/2565 และหมายขังจำเลย เว้นแต่มีประกันจำเลย

ศาลสอบจำเลยแล้วแถลงยืนยันว่า ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยแล้วตามเอกสารท้ายคำร้องจริง ในชั้นนี้จึงไม่พิจารณาสั่งให้จำเลยหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามคำร้องของโจทก์สอบจำเลยแล้วแถลงว่าประสงค์ต่อสู้คดี โดยจะทำคำให้การปฏิเสธพร้อมรายละเอียดในนัดหน้าให้กำหนดวันนัดพร้อมเพื่อกำหนดวันนัดพิจารณา ในวันที่ 20 ตุลาคม 2565 เวลา 09.30 น. เหตุที่นัดนาน เนื่องจากจำเลยต้องใช้ระยะเวลาในการตรวจสอบเอกสารเพื่อที่จะได้แถลงให้ชัดเจนในข้อเท็จจริงว่ามีข้อเท็จจริงอะไรบ้างที่จะพอรับตามพยานหลักฐานโจทก์และข้อเท็จจริงใดบ้างที่จะนำสืบต่อสู้คดี เพื่อไม่ให้การพิจารณาคดีซ้ำซ้อน

อนึ่ง เนื่องจากคดีนี้โจทก์มิได้ทำสำเนาเอกสารประกอบการชี้ช่องนำสืบมาให้ฝ่ายจำเลยเพื่อที่จะได้ศึกษารายละเอียดในการต่อสู้คดี จึงให้โจทก์จัดทำสำเนาเอกสารประการนำสืบมาส่งศาลภายในกำหนด 7 วัน และให้ฝ่ายจำเลยมารับเพื่อไปศึกษาในการต่อสู้คดี

ต่อมา นายวสันต์ สร้อยพิศุทธิ์ ทนายความ กล่าวว่าตอนนี้ศาลรับฟ้องแล้ว และอนุญาตให้ประกันตัวระหว่างการต่อสู้คดีวงเงิน 100,000 บาท โดยไม่มีเงื่อนไข

ด้านนายนิพนธ์ กล่าวว่า คดีนี้ไม่มีปัญหาอะไรยินดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตั้งแต่แรก และหลังจากนี้ก็จะเป็นการสู้คดีในศาล ซึ่งจะต้องมีการนำพยานหลักฐานมาสู้กัน

ผู้สื่อข่าวถามว่าว่าหากระหว่างที่ศาลกำลังดำเนินคดี เป็นช่วงหาเสียงเลือกตั้งจะมีปัญหาอะไรหรือไม่ นายนิพนธ์ กล่าวว่า ไม่มีปัญหา สามารถใช้สิทธิ์ทางการเมืองได้ เพราะศาลยังไม่มีคำพิพากษาอะไร รวมถึงยังไม่มีข้อหา และไม่มีข้อห้ามใดๆ ในการดำเนินงานด้านการเมือง

“ผมยังมีคุณสมบัติของการสมัครเป็น ส.ส.ครบถ้วน”นายนิพนธ์กล่าว