‘บิ๊กตู่’ ยังเหนียว หลังสะพัดโซเชียล ‘มีชัย’ ชี้ ปม 8 ปี เริ่มนับ 6เม.ย.2560 ชี้ บันทึก ‘กรธ.’ ครั้งที่ 501 น็อก
เมื่อวันที่ 7 กันยายน โลกออนไลน์ได้เผยแพร่เอกสารความเห็นของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เรื่อง ความเห็นเกี่ยวกับ มาตรา 264 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ส่งถึงประธานศาลรัฐธรรมนูญ ตามที่มีคำสั่งให้จัดทำความเห็นในประเด็น ผู้เป็นนายกฯอยู่ก่อนวันที่รัฐธรรมนูญ 2560 ใช้บังคับ ตามบทเฉพาะกาลมาตรา 264 สามารถนับรวมระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งนายกฯดังกล่าว เข้ากับวาระการดำรงตำแหน่งนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 158 วรรคสี่ หรือไม่ และนับแต่เมื่อใด ในเอกสารนั้น นายมีชัยชี้เเจง สรุปได้ดังนี้ รัฐธรรมนูญ 2560 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2560 และถูกต้องตรงตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) 2557 ผลบังคับจึงมีตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2560 เป็นต้นไป และไม่อาจมีผลไปถึงการใดๆ ที่ได้ดำเนินการมาแล้วโดยชอบก่อนวันที่รัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ เว้นแต่จะมีบทบัญญัติไว้เป็นการเฉพาะ
2.ส่วนที่เกี่ยวกับ ครม.รัฐธรรมนูญ 2560 ได้บัญญัติเรื่องคุณสมบัติ (มาตรา 160) ที่มา (มาตรา 88) วิธีการได้มา (มาตรา 159) และมาตรา (272) กรอบในการปฏิบัติหน้าที่ (มาตรา 164) ระยะเวลาในการดำรงตำแหน่ง (มาตรา 158 วรรคสี่) และผลจากการพันจากตำแหน่ง (มาตรา 168) ไว้แตกต่างจากรัฐธรรมนูญที่เคยมีมา ส่วนใหญ่เป็นไปในทางจำกัดสิทธิ และเพิ่มความรับผิดชอบ ไม่อาจนำไปใช้กับบุคคลหรือการดำเนินการใดๆ ที่ได้กระทำไปโดยชอบแล้วก่อนที่รัฐธรรมนูญ 2560 มีผลใช้บังคับ เว้นแต่จะมีบทบัญญัติกำหนดไว้ เป็นประการอื่นโดยเฉพาะ โดยหลักทั่วไปกฎเกณฑ์ที่กำหนดขึ้นย่อมต้องมุ่งหมายที่จะใช้กับ ครม.ที่ดำรงตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญ 2560
3.การที่จะได้มาซึ่ง ครม.ตามรัฐธรรมนูญ 2560 จะกระทำได้ต่อเมื่อการเลือกตั้งทั่วไปมี ส.ส.และ ส.ว.ที่จะต้องแต่งตั้งขึ้นใหม่ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ก่อน แต่ประเทศไม่อาจว่างเว้นการมี ครม. เพื่อบริหารประเทศได้ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีบทเฉพาะกาลเพื่อกำหนดให้การบริหารราชการแผ่นดิน สามารถดำเนินต่อไปได้โดยไม่ติดขัด จึงได้มีบทบัญญัติ มาตรา 264 บัญญัติขึ้นเป็นการเฉพาะว่า ให้ ครม.ที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ เป็น ครม.ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ จนกว่า ครม.ที่ตั้งขึ้นใหม่ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ จะเข้ารับหน้าที่ โดยมีบทบัญญัติผ่อนปรนเกี่ยวกับคุณสมบัติ และการปฏิบัติหน้าที่บางประการไว้ให้เป็นการเฉพาะ
“ผลของมาตรา 264 ครม.รวมทั้งนายกฯ ที่ดำรงตำแหน่งอยู่เฉพาะ ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 2560 จึงเป็น ครม.ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ตั้งแต่วันที่รัฐธรรมนูญ 2560 ใช้บังคับ คือวันที่ 6 เมษายน 2560 และโดยผลดังกล่าวบทบัญญัติทั้งปวงของรัฐธรรมนูญ 2560 รวมทั้งบทเฉพาะกาลที่ผ่อนปรนให้ จึงมีผลต่อ ครม.และนายกฯดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2560 อันเป็นวันที่รัฐธรรมนูญมีผลใช้บังคับเป็นต้นไป และระยะเวลาตามมาตรา 158 วรรคสี่ จึงเริ่มนับตั้งแต่บัดนั้น คือวันที่ 6 เมษายน 2560 เป็นต้นไป”เอกสาร ระบุ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ ยังมีรายงานการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ครั้งที่ 501 เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2561 ที่ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ หมายเลข 220 ชั้น 2 อาคารรัฐสภา 2 โดยมีกรรมการ กรธ. ที่มาร่วมประชุมรวม 18 ราย ไม่มาประชุม 2 ราย โดยนายมีชัย และนายสุพจน์ ไข่มุกด์ รองประธาน กรธ.คนที่หนึ่ง เข้าร่วมการประชุมด้วย ซึ่งมีการพิจารณาระเบียบวาระที่ 2 คือ รับรองบันทึกการประชุม ซึ่งมีสาระสำคัญ คณะกรรมการมีมติรับรองบันทึกการประชุมครั้งที่ 497 เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2561 ถึงครั้งที่ 500 วันที่ 7 กันยายน 2561 ที่อนุกรรมการพิจารณาตรวจบันทึกการประชุมและรายงานที่ประชุมตรวจทานแล้วโดยไม่มีการแก้ไข
รายงานข่าวแจ้งว่า ในบันทึกการประชุม กรธ.ครั้งที่ 501 ถือเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายของ กรธ. ซึ่งเป็นการรองรับการประชุม กรธ.ครั้งที่ 500 ต่างจากกระแสข่าวก่อนหน้านั้นที่มีการเผยแพร่เอกสารการประชุม กรธ.ครั้งที่ 500 ว่าเป็นการประชุมครั้งสุดท้าย โดยมีข้อเท็จจริงยืนยันความเห็นของนายมีชัย และนายสุพจน์ ถึงกรณีการนับวาระดำรงตำแหน่งของนายกรัฐมนตรี ให้นับรวมวาระที่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ก่อนที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ใช้บังคับ ซึ่งหลังจากนั้น มีอดีต กรธ. ระบุว่าการประชุม กรธ.ครั้งที่ 500 จดบันทึกความเห็นส่วนตัวของ กรธ.ไม่ครบ ไม่สามารถนำมาใช้อ้างอิงได้

