‘วิษณุ’ ชี้ เอกสารว่อน ไม่สำคัญเท่า เนื้อหา-เจตนารมณ์-จุดมุ่งหมาย เหตุไม่ได้เกิดขึ้นระหว่างยกร่าง รธน. ยัน รอคำวินิจฉัยดีที่สุด แย้ม รอดูไม้เด็ดคำแจง ‘บิ๊กตู่’
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 7 กันยายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเอกสารความเห็นของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เรื่อง “ความเห็นเกี่ยวกับ มาตรา 264 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย” ที่ส่งถึงประธานศาลรัฐธรรมนูญว่า เห็นจากในไลน์ แต่ตนไปยืนยันไม่ได้ เพราะไม่ทราบเรื่อง
เมื่อถามว่า เอกสารดังกล่าวพอจะเชื่อถือได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบ ไม่รู้จริงๆ และเท่าที่ฟังก็ไม่ได้ออกมาจากนายมีชัย คล้ายกับว่า เมื่อส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญแล้วออกมาจากทางนั้นหรืออย่างไรก็ไม่ทราบ แต่ได้ยินมาอย่างนั้น
เมื่อถามว่า ได้อ่านเนื้อหาที่อ้างว่าเป็นเอกสารหลุดของนายมีชัยหรือยัง นายวิษณุกล่าวว่า อ่านแล้ว เมื่อถามย้ำว่า จากนั้นมีเอกสารบันทึกการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ครั้งที่ 501 เหมือนกับว่านายมีชัยรับรองการประชุมครั้งที่ 500 นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบ ไม่รู้เรื่อง ยังไม่เห็นเอกสารที่หักล้าง
เมื่อถามว่า หากเอกสารที่หักล้างมีสาระสำคัญศาลรัฐธรรมนูญจะหยิบเอกสารนั้นมาพิจารณาเพิ่มเติมหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ทั้งหมด และสิ่งเหล่านี้ไปอยู่ในคำให้การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ให้การสู้คดีไปแล้ว เมื่อฝ่ายหนึ่งอ้างการประชุมครั้งที่ 500 ก็มีเรื่องจะต้องหักล้างส่วนนั้น แต่เป็นการหักคนละอย่างกับนายมีชัย เพราะทีมกฎหมายไม่รู้เรื่องที่นายมีชัยพูดด้วย แต่ตนเห็นว่าไม่ควรไปยุ่งอะไรกับที่นายมีชัยชี้แจง เพราะมีส่วนที่ทีมกฎหมายของนายกฯ สามารถยกขึ้นมาหักล้างได้ โดยอธิบายไปในคำให้การหมดแล้ว และศาลสามารถแสวงหาข้อเท็จจริงในการประชุมครั้งที่ 501 ได้ ไม่มีปัญหา
“ผมไม่เห็นการประชุมครั้งที่ 501 และครั้งที่ 500 ก็ไม่เคยเห็นนอกจากที่เอามาลงกัน อ่านจากสื่อจึงเห็นการประชุมครั้งที่ 501 แต่ไม่ขอตอบว่าเป็นประเด็นสำคัญที่จะหักล้างการประชุมครั้งที่ 500 ของนายมีชัย ผมมีคำตอบ แต่ผมไม่ตอบ” นายวิษณุกล่าว
เมื่อถามว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ว่าในวันที่ 8 กันยายน ศาลอาจยังไม่วินิจฉัยเนื่องจากมีข้อมูลใหม่ที่มาหักล้าง นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบรู้ แต่ว่าศาลนัดประชุม หากจบศาลจะนัดวันอ่านคำพิพากษา หรือกำหนดวันหาข้อมูลเพิ่มเติม
อ่าน : ว่อน! เอกสารประชุม กรธ.ครั้งที่ 501 หักคำชี้แจง ‘มีชัย’ ยื่นศาลอ้างประชุมครั้งที่ 500 สุดท้าย
เมื่อถามว่า เท่าที่ได้อ่าน คำชี้แจงของนายกฯ ในเอกสารระบุให้เริ่มนับวาระการดำรงตำแหน่งนายกฯ ตั้งแต่ปีไหน นายวิษณุกล่าวว่า ได้บอกไปแล้วว่า ไม่ใช่วันที่ 24 สิงหาคม 2557 ส่วนจะเป็นวันไหนแล้วแต่ศาล และได้บอกเหตุผลไปด้วยว่าเหตุใดจึงไม่ใช่วันนี้ แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าจะเป็นวันไหน ไม่มีวันไหนที่ต้องยึด แล้วจะไปยึดปี 2562 หาอะไร เพราะพอถึงปี 2570 หรือถ้านับ 2560 จะไปถึงปี 2568 แต่จะยืดไปถึงขนาดนั้นทำไมเพราะพอถึงวันที่ 23 มีนาคม 2566 ก็ไปกันหมดแล้ว ส่วนทิศทางการเมืองเป็นเรื่องของ พล.อ.ประยุทธ์ แต่โดยหลักการ ศาลไม่ได้มาสนใจ พล.อ.ประยุทธ์หรือพรรคไหนเสนอชื่อ และจะมาเป็นนายกฯ อีกหรือไม่ เพราะสิ่งสำคัญคืออยู่ไปได้ถึงตอนไหน เอาเป็นว่าเดี๋ยวอ่านคำวินิจฉัยของศาลก็จะรู้เอง
เมื่อถามว่า เอกสารที่หลุดออกมาก่อน จะส่งผลต่อคำวินิจฉัย และถือเป็นการกดดันศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบ แต่ก็ไม่ใช่ความลับ เพราะเมื่อยื่นไปถึงศาล ก็รู้มากกว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คน เพราะมีเจ้าหน้าที่หรือคนอื่น เพียงแต่ไม่พึงเปิดเผยออกมาก่อน
เมื่อถามย้ำว่าได้คุยกับนายมีชัยและนายกฯ หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่มีไม่ได้คุยไม่ได้พบมา 10 กว่าวันแล้วและไม่ได้คุยกับ พล.อ.ประยุทธ์เช่นเดียวกัน เพราะคนที่ติดต่อประสานงานกับตนคือ พล.ต.วิระ โรจนวาศ ที่ปรึกษานายกฯ และหัวหน้าทีมกฎหมายฯ ของนายกฯ
เมื่อถามว่า หากศาลมีคำตัดสินออกมาว่านับเมื่อไหร่ นายกฯ ก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ให้ถึงกำหนดใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ใช่ไม่จำเป็น แต่อยู่ไม่ได้อยู่แล้ว เพราะพอถึงเดือนมีนาคม 2566 ก็จะครบอายุสภา และจะอยู่ต่อต้องเข้าสู่ระบบให้พรรคการเมืองเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ เป็นด่านที่หนึ่ง โดยไม่จำเป็นต้องลงเลือกตั้ง ให้พรรคเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ มาก่อน ด่านที่สอง พรรคที่รวมกันได้เป็นเสียงข้างมาก มีมติเสนอชื่อ และไม่ใช่ว่าชื่อเป็น 1 ใน 3 แล้วจะได้เป็นนายกฯ เพราะจะต้องดูว่าพรรคนั้นมีคะแนนเสียงเท่าไหร่ และจะต้องมาโหวตเข้าสู่กระบวนการเพื่อตั้งรัฐบาล ถือว่ายังอีกยาว
เมื่อถามว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ว่า หากจบการประชุมเอเปคแล้วนายกฯ จะวางมือ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบไม่เคยคุยกัน นายกฯ จะจบหรือไม่จบไม่รู้ แต่ตนจบ
เมื่อถามว่า คำชี้แจงของนายมีชัยกับเอกสารของสภาอย่างไหนมีน้ำหนักมากกว่ากัน นายวิษณุกล่าวว่า “ทั้ง 500 501 502 ไม่มีน้ำหนัก ก่อนหน้านี้เคยบอกไปแล้วว่าเป็นรายงานการประชุมที่เกิดขึ้นหลังจากรัฐธรรมนูญประกาศใช้บังคับไปแล้ว 1 ปี รัฐธรรมนูญใช้ปี 2560 แต่การประชุมนี้เป็นการประชุมเพื่อทำหนังสือคำอธิบายรายมาตรา ปี 2561 นี่เป็นจุดอ่อนข้อที่หนึ่ง ข้อที่สองเป็นคน 2-3 คนคุยกันคือ นายสุพจน์ ไข่มุกด์ อดีตรองประธาน กรธ.คนที่ 1 นายมีชัย และนายศุภชัย ยาวะประภาษ ส่วนอีก 17 คนไม่ได้พูดอะไรและไม่ได้ลงมติ และที่จดบันทึกการประชุมก็จดไม่ถูกถือว่าเป็นจุดอ่อน ที่สำคัญการนั่งคุยเพื่อทำหนังสือที่ทุกคนมี เพราะพิมพ์ออกมาเป็นหมื่นเล่ม และในหนังสือคำอธิบายในมาตรา 158 ไม่มีการพูดเรื่องนับย้อน หรืออะไรทั้งสิ้น จึงต้องยึดหนังสือเล่มนี้เป็นหลัก ประเด็นคือการประชุมเพื่อทำหนังสือ ไม่ว่าจะพูดอย่างไรก็ช่างต้องดูว่าหนังสือที่ออกมานั้นว่าอย่างไร เพราะเจตนาของหนังสือนี้ออกมาเอาไว้ใช้เป็นคู่มือในการตีความรัฐธรรมนูญ”
นายวิษณุกล่าวว่า ถ้าตั้งใจในช่วงที่พูดแล้วทำไมไม่เขียนไว้ในหนังสือ แต่ในหนังสือระบุว่าการกำหนดวาระ 8 ปี เพื่อไม่ให้เกิดการผูกขาดอำนาจ ซึ่งเป็นหลักที่ถูกและเป็นข้อเท็จจริง แต่วิธีการนับเวลาไม่ว่าจะพูดในการประชุมครั้งที่ 500 หรือ 501 ไม่มี เรื่องนี้ไม่ใช่เพิ่งมาคิดทำ แต่ทำกันมาตั้งนานแล้ว โดยน้ำหนักคืออยู่ในหนังสือคู่มือที่จะตีความ จะไปอยู่ที่คำพูดได้อย่างไร แต่การพูดจะมีน้ำหนักก็ต่อเมื่ออยู่ในกระบวนขณะยกร่างรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นเจตนาของการยกร่างรัฐธรรมนูญ เหมือนกฎหมายที่จะเข้าสภา ถ้าอยู่ระหว่างการอภิปรายจะมีเจตนารมย์ออกมา แต่พอกฎหมายเสร็จและประกาศใช้แล้ว แล้ว ส.ส.ฝ่ายค้าน หรือ ส.ส.รัฐบาล ยกขึ้นมาพูด
โดยบอกว่าแปลว่าอย่างนี้น้ำหนักก็จะน้อย ในความคิดของตนควรให้น้ำหนักกับรัฐธรรมมนูญและหนังสือคู่มือตีความที่เป็นจุดมุ่งหมายมากกว่าความเห็นในภายหลังของนายมีชัย และยังมีอะไรอย่างอื่นที่ดีๆ แล้วเดี๋ยวสื่อก็จะรู้ เพราะเวลาที่รัฐบาลชี้แจงไปคงไม่ได้ระบุครั้งที่ 500 หรือ 501 แต่มีอย่างอื่น เพราะตัวหนังสือกับความเห็นของนายมีชัย เป็นคนละเรื่องกัน การชี้แจงของนายมีชัยไม่ได้ปรากฏในหนังสือ ซึ่งอาจจะตั้งใจให้นับย้อนไปตั้งแต่ปี 2557 ก็ได้ แต่ไม่ได้เขียนเอาไว้
เมื่อถามว่า ศาลไม่จำเป็นต้องนำคำชี้แจงของนายมีชัยที่มองว่ามีน้ำหนักมากมาพิจารณาด้วยหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ไปพูดอย่างนั้น เพราะศาลอาจจะยึดก็ได้ ก็แล้วแต่ศาล และต้องเคารพศาล ขอย้ำว่าเรื่องนี้ตนไม่ได้เพิ่งมาพูดแต่พูดมาหลายวัน การประชุมครั้งที่ 500 ก็มีน้ำหนักแต่ว่าน้อย เพราะไม่ได้พูดในขณะกำลังยกร่าง แต่พูดเมื่อรัฐธรรมนูญใช้บังคับไปแล้ว 1 ปี โดยพูดกันเพื่อทำหนังสือคู่มือ แต่ในหนังสือก็ไม่ได้พูดว่านับอย่างไร
เมื่อถามว่า มองถึงกรณีที่มีข่าวหลุดในประเด็นต่างๆ อย่างไร นายวิษณุกล่าวว่า “เป็นธรรมดา คนเรามีคนเรามีทั้งรัก ทั้งชัง มีชอบ ฝ่ายไหนรักแล้วได้ประโยชน์ก็ปล่อยออกมา ฝ่ายไหนช่างอะไรที่เป็นประโยชน์แล้วอะไรที่เป็นประโยชน์กับตัว ก็ปล่อยออกมา แต่ไม่มีปัญหา ก็ถือว่าดีคนที่ไม่รู้จะได้รู้ แต่ทั้งหมดให้รอฟังคำตัดสินจะดีที่สุดเพราะศาลอาจจะไม่ฟังใครสักคนก็เป็นได้”
อ่านข่าวอื่น
- อัพเดตราคาน้ำมันเช้านี้ (7ก.ย.65) หลังกลุ่มเบนซินขึ้นพรวด 80 สต. ล่าสุดเบรนด์ร่วงแล้ว
- วิกฤตเศรษฐกิจรอบนี้ มนุษย์เงินเดือนชนชั้นกลางเจ็บหนัก เงินออมฮวบ!
- เตือนคนไทยออมน้อย แก่ตัวพึ่งหวย-มรดก-ลูกหลาน ต้องเก็บถึง 3 ล้านถึงรอด
- เตือน 59 จังหวัดฝนอ่วม อุตุฯออกประกาศฉบับ 8 ขอปชช.รับมือ 7-9 ก.ย.
- ว่อน! เอกสารประชุม กรธ.ครั้งที่ 501 หักคำชี้แจง ‘มีชัย’ ยื่นศาลอ้างประชุมครั้งที่ 500 สุดท้าย

