“ส.ว.มณเฑียร” หวังไม่เอาเงื่อนไขใน ม. 272 กลับมาอีก ยัน หนุนเหมือนที่เคยทำมา
เมื่อวันที่ 7 กันยายน ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา มี นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติม จำนวน 4 ฉบับ ต่อเป็นวันที่ 2 ตามที่ ส.ส. พรรคร่วมฝ่ายค้าน และ ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวน 64,151 คน เป็นผู้เสนอ
ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- รัฐสภาถกปิดสวิตช์ ส.ว.เลือกนายกฯ วันที่ 2 ‘วันชัย’ ซัด ส.ส.ถูกผี 272 บังตา อย่ามาโยนบาป
- ‘กิตติศักดิ์-เพื่อไทย’ โต้กันนัว อภิปรายพาดพิงจำนำข้าว เจอสวนกลับ ปมบุกรุกวัดบางคลาน
- ‘หมอเจตน์’ รับมาจากคสช. ลั่นอยากให้ ส.ว.ปิดสวิตซ์เลือกนายกฯ ต้องวิงวอนไม่ใช่เสียดสี
จากนั้น เวลา 11.30 น. นายมณเฑียร บุญตัน ส.ว.อภิปรายถึงการแก้ไขมาตรา 272 ให้อำนาจ ส.ว.เลือกนายกรัฐมนตรีว่า ตนไม่มีข้อโต้แย้งใด เราก็รู้กันอยู่แก่ใจว่า อะไรเป็นอะไร ว่าการเมืองโครงสร้างอำนาจส่วนบนมีแต่การแย่งชิง และช่วงชิงโอกาสในการเข้าสู่อำนาจ ทุกครั้งที่ตัวเองเป็นฝ่ายเสียประโยชน์ ก็จะพูดจาทับถมให้ร้ายฝ่ายตรงข้ามอยู่เสมอ เช่น สมาชิกที่เห็นว่าการเข้าสู่อำนาจของรัฐบาลชุดนี้มาโดยมิชอบ ก็จะพูดถึงภัยเลวร้ายของความเป็นเผด็จการ ซึ่งตนไม่ได้โต้แย้ง เอาทฤษฎีไหนมาอธิบายก็ถูกหมด แต่คงลืมไปว่า ในยามที่ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยใกล้จะสมบูรณ์เกิดอะไรขึ้น เข้าตำรา ตาอินกับตานา ซึ่งตนจะไม่วิจารณ์ใครให้ได้รับความเจ็บปวด เพราะถ้าภาคการเมืองทำงานอยู่ในความพอดี ไม่เข้าสู่โหมดของผู้ชนะกินรวบโอกาสที่จะมีการยึดอำนาจแทบจะเป็นศูนย์
“ผมไม่ติดใจที่จะแก้ไขมาตรา 272 และยินดีโหวตให้ ซึ่งที่ผ่านมาผมโหวตให้ทุกร่างที่ขอแก้ไขหรือตัดมาตรา 272 เพราะไม่มีความจำเป็น และไม่มีประโยชน์อะไรที่จะรักษาสิทธิในส่วนนี้ ที่ผมเคยได้ใช้ไปแล้ว ซึ่งในสถานการณ์ขณะนั้นคนที่ใช้ก็บอกว่าจำเป็น คนที่ไม่อยากให้ใช้ก็บอกว่าเป็นการสืบทอดอำนาจ แต่ในขณะนี้ผมคิดว่าหมดความจำเป็นแล้ว ผมจึงยืนยันว่าจะสนับสนุนให้แก้ไขมาตรา 272 เหมือนที่เคยทำมา ไม่ได้รู้สึกหน้าบาง หรือรู้สึกว่าสิ่งที่ทำไปแล้วในอดีตผิดหรือดีหรือชั่วประการใด แต่พิจารณาตามเหตุการณ์ ตามเงื่อนไขและผลของการกระทำ และหวังว่า เราจะไม่มีความจำเป็นและไม่สร้างเงื่อนไขให้สิ่งที่ปรากฏในมาตรา 272 กลับมาอีก” นายมณเฑียรกล่าว

